9 มิถุนายน 2568 เวลา 18:16
ดันนครสวรรค์ ศูนย์กลางการค้าการลงทุน นำ อววน. พัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูง
มุ่งมั่นพัฒนา! “ศุภชัย” พร้อมดันนครสวรรค์สู่เมืองน่าอยู่ ศูนย์กลางการค้าการลงทุน นำ อววน. พัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ต่อยอดอุตสาหกรรมฐานชีวภาพ เน้นสร้างนวัตกรชุมชน ควบคู่การเสริมทักษะที่จำเป็นต่อการพัฒนาพื้นที่

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนงานด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ในหัวข้อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อน อววน. สู่ชุมชนจังหวัดนครสวรรค์ตามยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยมี นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์, พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์, นายมานพ ศรีผึ้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต 4 พรรคภูมิใจไทย, นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต 5 พรรคภูมิใจไทย, ผศ.ดร.ไชยรัตน์ ปราณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พร้อมทั้งผู้บริหารหน่วยงานกระทรวง อว. หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดนครสวรรค์ ภาคีเครือข่ายจากภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เข้าร่วม ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ (มรภ.นครสวรรค์)
.
นายศุภชัย กล่าวว่า หัวใจสำคัญของ อว. มี 2 ภารกิจหลักที่ชัดเจน คือ 1. การเตรียมคนไทยให้พร้อมสำหรับศตวรรษที่ 21 และ 2. การใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบให้กับประเทศ โดยเน้นการเปลี่ยนผ่าน (Transformation) การจัดการยุคใหม่ การทำงานร่วมกันแบบเครือข่าย และการใช้นโยบายเชิงนวัตกรรม ซึ่งมหาวิทยาลัยต้องเป็นศูนย์กลางการแก้ปัญหาและสร้างโอกาสใหม่ไม่ใช่แค่แหล่งสอนหนังสือ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเรามุ่งปฏิรูป 3 ด้าน คือ ระบบบริหาร กฎหมาย และงบประมาณ ซึ่งเป็น “Transformation Code” ที่จะพาเราไปสู่ Thailand 5.0 โดยในด้านการพัฒนากำลังคนเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะให้ตรงตลาดงาน มีการจัดตั้ง "ศูนย์กลางการศึกษาและกำลังคนระดับสูง (Education & Talent Hub)" ส่งเสริมความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก พัฒนาหลักสูตรที่ยืดหยุ่น ทันสมัย ทั้งหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree) ปริญญาร่วม (Joint Degree) และสองปริญญา (Double Degree) เพื่อยกระดับคุณภาพบัณฑิต นอกจากนี้ยังมีนโยบาย “CWIE (Cooperative and Work Integrated Education)” หรือการเรียนรู้เชิงบูรณาการกับการทำงานเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้นักศึกษากว่า 100,000 คน ได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริงในสถานประกอบการกว่า 19,000 แห่ง ทำให้บัณฑิตของเรา “พร้อมทำงาน” ทันที และ อว. ยังสนับสนุน “ทุนการศึกษา” หลากหลายประเภท เช่น ทุน พสวท. ทุน คปก. เพื่อสร้างนักวิจัยและบุคลากรคุณภาพสูง

ผู้ช่วย รมว.อว. กล่าวต่อว่า ด้านการส่งเสริมระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมมีกลไกสำคัญคือ “พระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564” ซึ่งพลิกโฉมระบบวิจัยไทยจาก “งานวิจัยบนหิ้ง” สู่ “นวัตกรรมที่ใช้ได้จริง” โดยเปิดโอกาสให้นักวิจัยเป็นเจ้าของผลงานและประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น อีกหนึ่งกลไกที่สำคัญคือ “University Holding Company” หรือบริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมระหว่างงานวิจัยกับโลกธุรกิจ ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งจัดตั้งแล้ว เช่น CU Enterprise ของจุฬาฯ ที่มีบริษัท Spin-off อย่าง Meticuly (กระดูกเทียม 3D) หรือ BaiyaPharming (วัคซีนจากใบพืช) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการนำความรู้ไปสร้างการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ เรายังมีกลไกสนับสนุน Startup เช่น Startup Thailand League, TED Fund และอุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Parks) ทั่วประเทศ สำหรับการพัฒนาเชิงพื้นที่ อว. ทำงานผ่านกลไกที่เชื่อมโยงหน่วยงานส่วนกลางกับ “อว.ส่วนหน้า” คือสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ เพื่อให้มหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่เพียงในรั้ว แต่ลงไปอยู่ในใจของชุมชน ทำหน้าที่พัฒนาคน พัฒนานวัตกรรม และพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
.
จากนั้น นายศุภชัย และคณะผู้บริหาร อว. ได้พบปะพูดคุยกับผู้บริหารของ มรภ.นครสวรรค์ และหน่วยงานในพื้นที่ ในรูปแบบ Morning Talk โดยมีประเด็นหารือเรื่อง การพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์สู่เมืองน่าอยู่ “ฐานการผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ต่อยอดอุตสาหกรรมฐานชีวภาพ ศูนย์กลางการค้าการลงทุน ระบบโลจิสติกส์และบริการทางสุขภาพ บนฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ด้วย อววน. การพัฒนาบัณฑิตที่มีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นให้เกิดนวัตกรชุมชน เน้นการพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาพื้นที่ อาทิ ทักษะด้านภาษา ทักษะคอมพิวเตอร์ ทักษะสุขภาวะ (กาย ใจ สังคม ปัญญา) ทักษะด้านการเงิน ทักษะการเป็นผู้นำ (smart leader) นอกจากนี้จะต้องมีความเป็นจิตอาสา พร้อมให้ความร่วมมือและช่วยเหลือในสาธารณะประโยชน์ และการสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning)

.
“อว. คาดหวังให้โมเดลจากนครสวรรค์เป็นต้นแบบในการขยายผลไปยังจังหวัดอื่น ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจคล้ายคลึงกัน ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ (Data-Driven Policy) เพื่อสนับสนุนการวางนโยบายแบบ evidence-based ยกระดับการวางนโยบายแบบบูรณาการ ผลักดันให้โครงการ อววน. เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในมิติ “พื้นที่” ร่วมกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สนับสนุนการบูรณาการงบประมาณจากหลายหน่วยงานผ่านกลไก “หน่วยบูรณาการวิจัยและนวัตกรรมระดับพื้นที่ (Area-based Integration Unit)” หนุนเสริมการกระจายศูนย์กลางการพัฒนา ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างส่วนกลางและภูมิภาค โดยพัฒนา “Smart Province” หรือ “เมืองนวัตกรรม” ผ่านบทบาทของ อว. ในภูมิภาค เพื่อให้จังหวัดนครสวรรค์เป็นต้นแบบของการขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกิดจากพลังของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง” ผู้ช่วย รมว.อว. กล่าว

ในโอกาสนี้ ผู้ช่วย รมว.อว. ได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการผลการดำเนินงานของ มรภ.นครสวรรค์ หน่วยงานสังกัด อว. และหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่กว่า 17 บูธ รับชมการแสดงแฟชั่นโชว์ชุด “ภูษาศิลป์ถิ่นสวรรค์” จากโครงการเพิ่มศักยภาพชุมชน Soft Power บนฐานอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และยังได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการสำหรับการจัดการเรียนการสอนของนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (การฟื้นฟูและการจัดการสุขภาพผู้สูงอายุ) และโรงพยาบาลการแพทย์ทางเลือกและบริบาลผู้สูงอายุ หลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม และสถานที่ปฏิบัติการเรียนการสอนของนักศึกษาของคณะเทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นคณะวิชาที่มีศักยภาพในการพัฒนาสู่กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ในหลากหลายมิติ โดยเน้นด้านเทคโนโลยีการจัดการระบบรางและเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า