ห่วง นศ. ม.อ.ปัตตานี  หลัง กยศ. ปรับเกณฑ์กู้ยืมใหม่

ห่วง นศ. ม.อ.ปัตตานี หลัง กยศ. ปรับเกณฑ์กู้ยืมใหม่

"ศุภมาส" ห่วง นศ. ม.อ.ปัตตานี เสี่ยงไม่ได้เรียนต่อ หลัง กยศ. ปรับเกณฑ์กู้ยืมใหม่ พร้อมเร่งหาแนวทางช่วยเหลือ หวั่นซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2568 พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษา รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) ได้มีหนังสือถึงกระทรวง อว. ขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยเหลือนักศึกษา กรณีไม่ได้รับการจัดสรรให้กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หลังจากที่ทาง กยศ. ได้ปรับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาผู้กู้ยืมเงิน โดยมีแนวทางการให้กู้ยืมโดยจัดสรรวงเงินตามงบประมาณที่มีอยู่ให้สถานศึกษาตามโควตา โดยมหาวิทยาลัยได้ประมาณการจำนวนนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ที่มีความจำเป็นต้องกู้ยืม กยศ. มีจำนวนรวม 1,507 คน แบ่งเป็นกลุ่มผู้กู้รายเก่า จำนวน 886 คน และผู้กู้รายใหม่ จำนวน 621 คน คิดเป็นวงเงินรวมค่าเล่าเรียน และค่าครองชีพกว่า 99,534,336 บาท ซึ่งโควตาที่มหาวิทยาลัยได้รับจัดสรรมีไม่เพียงพอ ทำให้นักศึกษาบางส่วนอาจไม่ได้รับการอนุมัติเงินกู้ . ที่ปรึกษา รมว.อว.กล่าวต่อว่า จาการสอบถามพบว่ามหาวิทยาลัยได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครอง พบว่า ร้อยละ 56 กังวลเกี่ยวกับประเด็นการที่นักศึกษาจะไม่ได้รับจัดสรรเงินกู้จาก กยศ. และหากไม่ได้รับจัดสรรเงินกู้จริงๆ คาดว่าจะมีนักศึกษาถึงร้อยละ 55 ที่อาจต้องลาออก เนื่องจากครอบครัวไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายในการศึกษาได้ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งจัดอยู่ในอันดับ 1 ของจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงสุดของประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำ และขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน รวมถึงยังต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และอาชีพของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง . “น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. ได้รับทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว และให้ความสำคัญกับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยกระทรวง อว.ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของบอร์ด กยศ. จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือนักศึกษาโดยเร็วที่สุดพร้อมจะผลักดันให้เกิดแนวทางที่ลดผลกระทบกับนักศึกษาและผู้ปกครอง โดยเฉพาะในพื้นที่เปราะบางที่ยากจน และได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ หากเยาวชนในพื้นที่เหล่านี้ขาดโอกาสทางการศึกษา จะยิ่งซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำ และส่งผลต่อภาพรวมของการพัฒนาประเทศในระยะยาว” พญ.เพชรดาว กล่าว