16 กรกฎาคม 2568 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สส. อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายถึง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ว่า พรรคภูมิใจไทยได้แสดงจุดยืนชัดเจนเกี่ยวกับการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ แม้พรรคภูมิใจไทยจะเห็นด้วยกับหลักการของการออกเสียงประชามติ แต่ก็มีความกังวลเกี่ยวกับเนื้อหาภายในของร่างกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นการนับจำนวนเสียง
.
สำหรับร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้การออกเสียงประชามติ เป็นวิธีการออกเสียงเพียงครั้งเดียว โดยไม่คำนึงถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีความกังวลว่า วิธีการนี้อาจทำให้การแสดงความคิดเห็นของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่สะท้อนถึงเสียงส่วนใหญ่ที่แท้จริง จึงจำเป็นต้องมีชั้นกรองในการออกเสียงประชามติ เพื่อให้มั่นใจว่าผลการลงประชามติสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าเกิดในอนาคต เราต้องมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจ ต้องมีการลงประชามติเกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญๆ เช่น ความมั่นคงของประเทศ หรือ MOU 43, MOU 44
.
อย่างไรก็ดี นางสาวแนน บุณย์ธิดา เสนอว่า การออกเสียงครั้งแรก ควรมีผู้มาใช้สิทธิ์อย่างน้อยเกินกว่าครึ่งหนึ่ง และหลังจากนั้นคำถามประชามติ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะใด ควรใช้เสียงข้างมากจากผู้ที่มาใช้สิทธิ์เกินครึ่งหนึ่ง วิธีการนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเสียงที่ออกมานั้นเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนอย่างแท้จริง
.
พรรคภูมิใจไทย ซึ่งอยู่ก้ำกึ่งตรงกลางระหว่างความเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ เราเห็นด้วยกับเรื่องการออกเสียงประชามติ เพียงแค่เนื้อในที่เราอยากให้มีแนวความคิดที่รอบคอบมากกว่านี้ เป็นชั้นกรอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการนับจำนวนผู้มาออกเสียงให้สามารถประกาศได้อย่างชัดเจนว่า นั่นคือเสียงส่วนใหญ่ของผู้มาลงคะแนนที่เกินครึ่งหนึ่ง "เราเห็นด้วยกับเรื่องประชามติ แต่เราไม่เห็นด้วยกับการใช้เสียงประชามติแค่ครั้งเดียว" นางสาวแนน บุณย์ธิดา ระบุทิ้งท้าย

16 กรกฎาคม 2568 เวลา 18:04
"แนน บุณย์ธิดา" ยัน จุดยืน ภท. เห็นด้วยกับประชามติ แต่ไม่เห็นด้วยกับการ ใช้เสียงประชามติ ครั้งเดียว
“แนน บุณย์ธิดา” ยัน จุดยืน ภท. เห็นด้วยกับเรื่องประชามติ แต่ไม่เห็นด้วยกับการใช้เสียงประชามติครั้งเดียว ย้ำ กระบวนการประชามติคือตัวแทนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง
16 กรกฎาคม 2568 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สส. อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายถึง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ว่า พรรคภูมิใจไทยได้แสดงจุดยืนชัดเจนเกี่ยวกับการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ แม้พรรคภูมิใจไทยจะเห็นด้วยกับหลักการของการออกเสียงประชามติ แต่ก็มีความกังวลเกี่ยวกับเนื้อหาภายในของร่างกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นการนับจำนวนเสียง
.
สำหรับร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้การออกเสียงประชามติ เป็นวิธีการออกเสียงเพียงครั้งเดียว โดยไม่คำนึงถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีความกังวลว่า วิธีการนี้อาจทำให้การแสดงความคิดเห็นของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่สะท้อนถึงเสียงส่วนใหญ่ที่แท้จริง จึงจำเป็นต้องมีชั้นกรองในการออกเสียงประชามติ เพื่อให้มั่นใจว่าผลการลงประชามติสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าเกิดในอนาคต เราต้องมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจ ต้องมีการลงประชามติเกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญๆ เช่น ความมั่นคงของประเทศ หรือ MOU 43, MOU 44
.
อย่างไรก็ดี นางสาวแนน บุณย์ธิดา เสนอว่า การออกเสียงครั้งแรก ควรมีผู้มาใช้สิทธิ์อย่างน้อยเกินกว่าครึ่งหนึ่ง และหลังจากนั้นคำถามประชามติ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะใด ควรใช้เสียงข้างมากจากผู้ที่มาใช้สิทธิ์เกินครึ่งหนึ่ง วิธีการนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเสียงที่ออกมานั้นเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนอย่างแท้จริง
.
พรรคภูมิใจไทย ซึ่งอยู่ก้ำกึ่งตรงกลางระหว่างความเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ เราเห็นด้วยกับเรื่องการออกเสียงประชามติ เพียงแค่เนื้อในที่เราอยากให้มีแนวความคิดที่รอบคอบมากกว่านี้ เป็นชั้นกรอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการนับจำนวนผู้มาออกเสียงให้สามารถประกาศได้อย่างชัดเจนว่า นั่นคือเสียงส่วนใหญ่ของผู้มาลงคะแนนที่เกินครึ่งหนึ่ง "เราเห็นด้วยกับเรื่องประชามติ แต่เราไม่เห็นด้วยกับการใช้เสียงประชามติแค่ครั้งเดียว" นางสาวแนน บุณย์ธิดา ระบุทิ้งท้าย
16 กรกฎาคม 2568 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สส. อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายถึง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ว่า พรรคภูมิใจไทยได้แสดงจุดยืนชัดเจนเกี่ยวกับการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ แม้พรรคภูมิใจไทยจะเห็นด้วยกับหลักการของการออกเสียงประชามติ แต่ก็มีความกังวลเกี่ยวกับเนื้อหาภายในของร่างกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นการนับจำนวนเสียง
.
สำหรับร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้การออกเสียงประชามติ เป็นวิธีการออกเสียงเพียงครั้งเดียว โดยไม่คำนึงถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีความกังวลว่า วิธีการนี้อาจทำให้การแสดงความคิดเห็นของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่สะท้อนถึงเสียงส่วนใหญ่ที่แท้จริง จึงจำเป็นต้องมีชั้นกรองในการออกเสียงประชามติ เพื่อให้มั่นใจว่าผลการลงประชามติสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าเกิดในอนาคต เราต้องมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจ ต้องมีการลงประชามติเกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญๆ เช่น ความมั่นคงของประเทศ หรือ MOU 43, MOU 44
.
อย่างไรก็ดี นางสาวแนน บุณย์ธิดา เสนอว่า การออกเสียงครั้งแรก ควรมีผู้มาใช้สิทธิ์อย่างน้อยเกินกว่าครึ่งหนึ่ง และหลังจากนั้นคำถามประชามติ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะใด ควรใช้เสียงข้างมากจากผู้ที่มาใช้สิทธิ์เกินครึ่งหนึ่ง วิธีการนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเสียงที่ออกมานั้นเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนอย่างแท้จริง
.
พรรคภูมิใจไทย ซึ่งอยู่ก้ำกึ่งตรงกลางระหว่างความเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ เราเห็นด้วยกับเรื่องการออกเสียงประชามติ เพียงแค่เนื้อในที่เราอยากให้มีแนวความคิดที่รอบคอบมากกว่านี้ เป็นชั้นกรอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการนับจำนวนผู้มาออกเสียงให้สามารถประกาศได้อย่างชัดเจนว่า นั่นคือเสียงส่วนใหญ่ของผู้มาลงคะแนนที่เกินครึ่งหนึ่ง "เราเห็นด้วยกับเรื่องประชามติ แต่เราไม่เห็นด้วยกับการใช้เสียงประชามติแค่ครั้งเดียว" นางสาวแนน บุณย์ธิดา ระบุทิ้งท้าย