16 กรกฎาคม 2568 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.จังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ได้มีการเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 ปีที่ 2 ครั้ง ที่ 16 สมัยสามัญประจําปีครั้งที่ 2 เมื่อวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เริ่มตั้งแต่ (มาตรา 3) และมีมติเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ นําร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ไปพิจารณาทบทวนใหม่ ตั้งแต่ (มาตรา 3) เป็นต้นไป
.
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาทบทวนร่างพระราชบัญญัติเสร็จสิ้นเรียบร้อย และได้มีการแก้ไขปรับปรุงรายงานของคณะกรรมาธิการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีประเด็นสําคัญสรุปดังนี้
1. คณะกรรมาธิการวิสามัญเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานให้ใช้บังคับการจ้างแรงงานทุกประเภท รวมไปถึงราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ดําเนินการให้ลูกจ้างทุกประเภทได้รับสิทธิประโยชน์ และการคุ้มครองไม่ต่ำกว่ากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และกําหนดให้ลูกจ้าง กําหนดให้หน่วยงานของรัฐ ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารวัสดุภาครัฐที่ดําเนินการทําสัญญาจ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดา หรือจ้างเหมาบุคคลในลักษณะเดียวกัน โดยใช้อํานาจควบคุมบังคับบัญชา หรือสั่งการให้การปฏิบัติงานกําหนดเงื่อนไขในสัญญาจ้างไม่ต่ำกว่ากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ทั้งนี้ การแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นไปตามหลักการ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการไว้แล้ว
2. แก้ไขจํานวนวันลาคลอด จากเดิม 98 วัน เป็น 120 วัน เพื่อส่งเสริมการมีบุตร เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกจ้าง และเสริมสร้างความผูกพันของครอบครัว ตาม(มาตรา 4) ซึ่ง (แก้ไขมาตรา 41 วรรคหนึ่ง)
3. ได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ (มาตรา 4/1) ซึ่ง (เพิ่มมาตรา 41 วรรคสี่) โดยเพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างหญิงที่ลาคลอด 3 สามารถลาต่อเนื่อง เพื่อเลี้ยงดูบุตร ในกรณีที่บุตรมีภาวะการเจ็บป่วย มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ ทั้งนี้การเพิ่มสิทธิดังกล่าว เป็นไปตามหลักการ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการไว้แล้ว
4. ปรับแก้ไขถ้อยคําบทบัญญัติของกฎหมาย กรณีให้สิทธิลูกจ้างลา เพื่อช่วยเหลือคู่สมรส ซึ่งคลอดบุตร ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งอยู่ใน (มาตรา 5) ไปเพิ่ม(มาตรา 41/1)
5. เพิ่มจํานวนวันจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างหญิงมีครรภ์ ซึ่งลาคลอดบุตร เนื่องจากมีการเพิ่มจํานวนวันลาเพื่อคลอดบุตรให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ ซึ่งอยู่ใน (มาตรา 6)
6. ได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ (มาตรา 6/1) ซึ่งไป (เพิ่มมาตรา 59/1 และ 59/2)
(มาตรา 59/1) ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างหญิงที่ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร ในกรณีที่บุตรมีภาวะเจ็บป่วย มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ โดยจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทํางาน ตลอดระยะเวลาที่ลา ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างสําหรับวันลา
(มาตรา 59/2) ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างกับลูกจ้าง ซึ่งใช้สิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรส ซึ่งคลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างในวันทํางานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 15 วัน
ในประเด็นนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็น และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายแล้ว ปรากฏว่าผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับการกําหนดให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ลา แต่เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายประกันสังคมยังไม่มีการกําหนดสิทธิประโยชน์จากการหยุดงานเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร คณะกรรมการวิสามัญจึงเห็นควรให้นายจ้าง จ่ายค่าจ้างดังกล่าว
.
ทั้งนี้ (มาตรา 6/1) ซึ่งไป (เพิ่มมาตรา 59/1) และ (มาตรา 59/2) เป็นหลักการที่เพิ่มขึ้นใหม่ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้นําผลการรับฟังความคิดเห็น และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายมาประกอบการพิจารณา โดยคํานึงถึงความสําคัญของสถาบันครอบครัว และการสนับสนุนให้สมาชิกในครอบครัวได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งส่งผลให้ร่างกายได้จิตใจของคุณแม่หลังคลอดมีความแข็งแรง และเข้มแข็งมากขึ้น
7. คณะกรรมาธิการวิสามัญเห็นควรให้มีการกําหนดเรื่องการยื่นแบบแสดงสภาพการจ้าง และสภาพการทํางานเพื่อประโยชน์ต่อนายจ้าง และสถานประกอบการ
8. คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ (มาตรา 8) เพิ่มบทเฉพาะกาล เนื่องจากมีการ (แก้ไขมาตรา 4) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยให้อํานาจ รัฐมนตรีออกกฎกระทรวง มิให้บังคับใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้งหมด หรือบางส่วนแก่นายจ้างประเภทหนึ่งประเภทใดก็ได้ จึงจําเป็นต้องเพิ่มบทเฉพาะกาล
9. คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ (มาตรา 9) เพิ่มการรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้

16 กรกฎาคม 2568 เวลา 20:33
“วรศิษฎ์” เสนอ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่) พ.ศ. .... 9 ข้อ
16 กรกฎาคม 2568 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.จังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ได้มีการเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 ปีที่ 2 ครั้ง ที่ 16 สมัยสามัญประจําปีครั้งที่ 2 เมื่อวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เริ่มตั้งแต่ (มาตรา 3) และมีมติเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ นําร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ไปพิจารณาทบทวนใหม่ ตั้งแต่ (มาตรา 3) เป็นต้นไป
.
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาทบทวนร่างพระราชบัญญัติเสร็จสิ้นเรียบร้อย และได้มีการแก้ไขปรับปรุงรายงานของคณะกรรมาธิการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีประเด็นสําคัญสรุปดังนี้
1. คณะกรรมาธิการวิสามัญเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานให้ใช้บังคับการจ้างแรงงานทุกประเภท รวมไปถึงราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ดําเนินการให้ลูกจ้างทุกประเภทได้รับสิทธิประโยชน์ และการคุ้มครองไม่ต่ำกว่ากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และกําหนดให้ลูกจ้าง กําหนดให้หน่วยงานของรัฐ ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารวัสดุภาครัฐที่ดําเนินการทําสัญญาจ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดา หรือจ้างเหมาบุคคลในลักษณะเดียวกัน โดยใช้อํานาจควบคุมบังคับบัญชา หรือสั่งการให้การปฏิบัติงานกําหนดเงื่อนไขในสัญญาจ้างไม่ต่ำกว่ากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ทั้งนี้ การแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นไปตามหลักการ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการไว้แล้ว
2. แก้ไขจํานวนวันลาคลอด จากเดิม 98 วัน เป็น 120 วัน เพื่อส่งเสริมการมีบุตร เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกจ้าง และเสริมสร้างความผูกพันของครอบครัว ตาม(มาตรา 4) ซึ่ง (แก้ไขมาตรา 41 วรรคหนึ่ง)
3. ได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ (มาตรา 4/1) ซึ่ง (เพิ่มมาตรา 41 วรรคสี่) โดยเพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างหญิงที่ลาคลอด 3 สามารถลาต่อเนื่อง เพื่อเลี้ยงดูบุตร ในกรณีที่บุตรมีภาวะการเจ็บป่วย มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ ทั้งนี้การเพิ่มสิทธิดังกล่าว เป็นไปตามหลักการ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการไว้แล้ว
4. ปรับแก้ไขถ้อยคําบทบัญญัติของกฎหมาย กรณีให้สิทธิลูกจ้างลา เพื่อช่วยเหลือคู่สมรส ซึ่งคลอดบุตร ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งอยู่ใน (มาตรา 5) ไปเพิ่ม(มาตรา 41/1)
5. เพิ่มจํานวนวันจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างหญิงมีครรภ์ ซึ่งลาคลอดบุตร เนื่องจากมีการเพิ่มจํานวนวันลาเพื่อคลอดบุตรให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ ซึ่งอยู่ใน (มาตรา 6)
6. ได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ (มาตรา 6/1) ซึ่งไป (เพิ่มมาตรา 59/1 และ 59/2)
(มาตรา 59/1) ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างหญิงที่ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร ในกรณีที่บุตรมีภาวะเจ็บป่วย มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ โดยจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทํางาน ตลอดระยะเวลาที่ลา ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างสําหรับวันลา
(มาตรา 59/2) ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างกับลูกจ้าง ซึ่งใช้สิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรส ซึ่งคลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างในวันทํางานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 15 วัน
ในประเด็นนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็น และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายแล้ว ปรากฏว่าผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับการกําหนดให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ลา แต่เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายประกันสังคมยังไม่มีการกําหนดสิทธิประโยชน์จากการหยุดงานเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร คณะกรรมการวิสามัญจึงเห็นควรให้นายจ้าง จ่ายค่าจ้างดังกล่าว
.
ทั้งนี้ (มาตรา 6/1) ซึ่งไป (เพิ่มมาตรา 59/1) และ (มาตรา 59/2) เป็นหลักการที่เพิ่มขึ้นใหม่ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้นําผลการรับฟังความคิดเห็น และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายมาประกอบการพิจารณา โดยคํานึงถึงความสําคัญของสถาบันครอบครัว และการสนับสนุนให้สมาชิกในครอบครัวได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งส่งผลให้ร่างกายได้จิตใจของคุณแม่หลังคลอดมีความแข็งแรง และเข้มแข็งมากขึ้น
7. คณะกรรมาธิการวิสามัญเห็นควรให้มีการกําหนดเรื่องการยื่นแบบแสดงสภาพการจ้าง และสภาพการทํางานเพื่อประโยชน์ต่อนายจ้าง และสถานประกอบการ
8. คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ (มาตรา 8) เพิ่มบทเฉพาะกาล เนื่องจากมีการ (แก้ไขมาตรา 4) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยให้อํานาจ รัฐมนตรีออกกฎกระทรวง มิให้บังคับใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้งหมด หรือบางส่วนแก่นายจ้างประเภทหนึ่งประเภทใดก็ได้ จึงจําเป็นต้องเพิ่มบทเฉพาะกาล
9. คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้เพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ได้แก่ (มาตรา 9) เพิ่มการรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้