นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคําสั่งอธิบดีกรมที่ดินกรณี ไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง โดยนายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยอ้างเหตุผลว่าเพราะ ปรากฎข่าวสารเป็นที่แพร่หลายเกี่ยวกับความเคลือบแคลงสงสัยใน คําสั่งให้อธิบดีกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินทําการตรวจสอบแนวเขตที่ดินบริเวณเขากระโดง ซึ่งต่อมาอธิบดีกรมที่ดินเห็นชอบตามมติของคณะกรรมการสอบสวนดังกล่าวที่ไม่เพิกถอนหรือแก้ไขเอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดินเขากระโดงนั้น
.
“องค์ประกอบคณะกรรมการ มีรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและมีกรรมการ ซึ่งประกอบไปด้วยอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน อัยการพิเศษฝ่ายอยู่ 2 ท่าน มีผู้อํานวยการส่วนแผนที่และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีอาณาบาลบังคับคดี 5 สํานักงานอาณาบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย และบุคคลอีกหนึ่งคน เป็นองค์ประกอบที่ดูแล้วค่อนข้างแปลก เพราะไม่คิดว่าอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ท่านมีความรอบรู้เกี่ยวเรื่องคําสั่งเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินในเรื่องของที่ดินหรือไม่อย่างไร ผมไม่ได้ว่าท่าน แต่ผมคิดว่าผิดฝาปิดตัว อีกคนซึ่งผมคิดว่าเป็นคําสั่งที่ประหลาดมาก ก็คือการตั้งอาณาบาล สํานักงานอาณาบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย อาณาบาล นี่คือฝ่ายกฎหมาย คือทนายความของการรถไฟ แต่ประเด็นก็คือการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นคู่กรณี กับกรมที่ดิน ที่มีคดีกันในศาล ท่านตั้งขึ้นมาด้วยเหตุผลอะไร มีการตั้งธงไว้หรือไม่“นายศุภชัย กล่าว
.
นายศุภชัย กล่าวว่า การออกคําสั่งตรวจสอบนี้ มีลักษณะที่ไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย และละเมิดหลักนิติธรรมอย่างร้ายแรง ในกรณีที่อธิบดีกรมที่ดินได้ใช้อํานาจตามมาตรา 61 เนี่ยนะครับ ก็ไม่ได้ใช้อํานาจของ อธิบดีกรมที่ดิน ล้วนๆ โดยไม่มีอะไรมารองรับ แต่เป็นการพิจารณา โดยพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และความเห็นจากคณะกรรมการที่แต่งตั้งจากกระทรวงมหาดไทย อย่างรอบคอบ การที่ถูกตรวจสอบคําสั่งอีกครั้ง เป็นเพราะอ้างเหตุด้วยว่า เป็นเพราะมีข่าวสารเป็นที่แพร่หลาย ผมคิดว่า เป็นการออกคําสั่งที่ไม่น่าจะชอบ เพราะ เอาเรื่องกระแสข่าว เข้ามาแล้วมาสอบสวน ซึ่งจริง ๆ มันเป็นความสงสัยในเชิงทางสังคมทั่วไป หรือเป็นเหตุผลทางการเมือง
.
“ผมว่าคําสั่งลักษณะนี้ เป็นลักษณะที่กําลังมีความพยายามแทรกแซงดุลยพินิจของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ซึ่งได้ใช้อํานาจโดยสุจริตโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกดดันให้เปลี่ยนแปลงมติที่เคยเพิกถอน อาจจะเข้าข่ายการใช้อํานาจการปกครอง ที่ไม่ชอบ ซึ่งขัดต่อหลักการบริหารราชการแผ่นดิน ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินปี 2534 และขัดต่อหลักการความมั่นคงแห่งคําสั่งทางปกครอง พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาราชการ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองปี 2539 ซึ่งนี้เป็นเรื่องสําคัญ วันนี้ ในกระทรวงมหาดไทย หลังจากที่ท่านรัฐมนตรีว่าการเข้าไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือข้าราชการ อยู่ในบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว”นายศุภชัย กล่าว
.
นายศุภชัย กล่าวว่า รมช.มหาดไทย ไม่ได้ไปดูที่มาที่ไป ขั้นตอนที่มีตามลําดับ ในเรื่องของการฟ้องคดี ในศาลปกครอง การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้พยายามที่จะยื่นคําร้องอะไรต่าง ๆ เข้าไป โดยอ้างว่าทางอธิบดีกรมที่ดิน ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าวันนี้อยู่ในอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลปกครองอยู่ รัฐมนตรีไม่ควรจะมีการก้าวก่ายในเรื่องนี้ ไม่ควรจะเข้าไปแทรกแซง มีการยื่นคําร้องไปแล้ว วันที่ 13 มีนาคม 2568 ศาลปกครองสูงสุด ก็ได้มีคําสั่งที่ 1473/2567 และคําสั่งที่ 241/2568 วินิจฉัยว่า การดําเนินการของอธิบดีกรมที่ดิน ไม่บกพร่อง ดําเนินการไปถูกต้องแล้ว แล้วคําสั่งที่ท่านตั้งขึ้นมาเพื่อจะมาตรวจสอบคําสั่งของอธิบดีกรมที่ดินเป็นการดําเนินการก้าวล่วงคำวินิจฉัยของศาล มีเจตนาที่มีวาระซ่อนเร้น เพื่อต้องการแทรกแซงเพื่อให้อธิบดีกรมที่ดิน เปลี่ยนคําสั่งใหม่ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านกําลังทําผิดกฎหมาย
.
“อยากจะฝากไปถึงท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าวันนี้ท่านเองเป็นเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ จากพรรคการเมืองเก่าแก่ ไม่คิดว่าท่านจะยอมตกไปใต้อาณัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งโยนภาระให้ท่านมารับ วันนี้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่บําบัดทุกข์บํารุงสุข เป็นหน้าที่ของข้าราชการและฝ่ายการเมืองของรัฐมนตรี วันนี้ท่านบําบัดทุกข์บํารุงสุข ให้กับพรรคเพื่อไทย หรือตระกูลชินวัตร ถ้าถึงจุดๆหนึ่ง ถ้าข้าราชการลุกฮือ เขาแสดงจุดยืนในการที่จะอารยะขัดขืนกับท่าน แล้วท่านจะรู้สึกว่าจริงๆ มันจะประสบปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน ขอให้ท่านใช้หลักนิติธรรมในการบริหาร จะเป็นการดีกว่า วันนี้สิ่งที่ท่านทํา และถ้ามีผลกระทบไปเพิกถอน ไปกดดันจนกระทั่งอธิบดี ซึ่งเข้าใจว่าท่านอยากจะทำ มีข่าวว่าท่านจะนําอธิบดีคนนี้ไปโยกไปอยู่ตรงไหนชั่วคราว แล้วให้ใครรักษาการ แล้วมาเปลี่ยนแปลงคําสั่งตรงนี้ อาจจะเป็นการกระทําที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผิดกฎหมายอาญา ขอให้ระมัดระวังนะครับ วันนี้ เป็นการ โยนภาระให้ ท่าน มท.3 มาทําตรงนี้ ซึ่งโดยหลักการก็ไม่ควรจะมอบแบบนี้ มท.1 ควรจะต้องดําเนินการด้วยตัวของท่านเอง จะได้ฟ้องถูกตัว อธิบดีก็เป็นผู้เสียหายได้สามารถที่จะดำเนินคดีได้”นายศุภชัย กล่าว
23 กรกฎาคม 2568 เวลา 09:50
พิลึก...ค้านคำสั่งศาล !
พิลึก...ค้านคำสั่งศาล ! ศุภชัย แตะเบรก เดชอิศม์ ตั้ง กก.ตรวจสอบคำสั่งสอบอธิบดีกรมที่ดิน กรณี เขากระโดง ระบุศาลปกครอง ตัดสินแล้วว่าถูกต้อง ตั้งข้อสังเกต ความรอบรู้เรื่องระเบียบกรมที่ดิน มากน้อยแค่ไหน แถมตั้งอาณาบาลซึ่งเป็นฝ่ายกฎหมาย รฟท.คู่ความมาเป็นกรรมการ ชี้ ทำผิดหลักกฎหมายหลายฉบับ
นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคําสั่งอธิบดีกรมที่ดินกรณี ไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง โดยนายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยอ้างเหตุผลว่าเพราะ ปรากฎข่าวสารเป็นที่แพร่หลายเกี่ยวกับความเคลือบแคลงสงสัยใน คําสั่งให้อธิบดีกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินทําการตรวจสอบแนวเขตที่ดินบริเวณเขากระโดง ซึ่งต่อมาอธิบดีกรมที่ดินเห็นชอบตามมติของคณะกรรมการสอบสวนดังกล่าวที่ไม่เพิกถอนหรือแก้ไขเอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดินเขากระโดงนั้น
.
“องค์ประกอบคณะกรรมการ มีรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและมีกรรมการ ซึ่งประกอบไปด้วยอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน อัยการพิเศษฝ่ายอยู่ 2 ท่าน มีผู้อํานวยการส่วนแผนที่และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีอาณาบาลบังคับคดี 5 สํานักงานอาณาบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย และบุคคลอีกหนึ่งคน เป็นองค์ประกอบที่ดูแล้วค่อนข้างแปลก เพราะไม่คิดว่าอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ท่านมีความรอบรู้เกี่ยวเรื่องคําสั่งเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินในเรื่องของที่ดินหรือไม่อย่างไร ผมไม่ได้ว่าท่าน แต่ผมคิดว่าผิดฝาปิดตัว อีกคนซึ่งผมคิดว่าเป็นคําสั่งที่ประหลาดมาก ก็คือการตั้งอาณาบาล สํานักงานอาณาบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย อาณาบาล นี่คือฝ่ายกฎหมาย คือทนายความของการรถไฟ แต่ประเด็นก็คือการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นคู่กรณี กับกรมที่ดิน ที่มีคดีกันในศาล ท่านตั้งขึ้นมาด้วยเหตุผลอะไร มีการตั้งธงไว้หรือไม่“นายศุภชัย กล่าว
.
นายศุภชัย กล่าวว่า การออกคําสั่งตรวจสอบนี้ มีลักษณะที่ไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย และละเมิดหลักนิติธรรมอย่างร้ายแรง ในกรณีที่อธิบดีกรมที่ดินได้ใช้อํานาจตามมาตรา 61 เนี่ยนะครับ ก็ไม่ได้ใช้อํานาจของ อธิบดีกรมที่ดิน ล้วนๆ โดยไม่มีอะไรมารองรับ แต่เป็นการพิจารณา โดยพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และความเห็นจากคณะกรรมการที่แต่งตั้งจากกระทรวงมหาดไทย อย่างรอบคอบ การที่ถูกตรวจสอบคําสั่งอีกครั้ง เป็นเพราะอ้างเหตุด้วยว่า เป็นเพราะมีข่าวสารเป็นที่แพร่หลาย ผมคิดว่า เป็นการออกคําสั่งที่ไม่น่าจะชอบ เพราะ เอาเรื่องกระแสข่าว เข้ามาแล้วมาสอบสวน ซึ่งจริง ๆ มันเป็นความสงสัยในเชิงทางสังคมทั่วไป หรือเป็นเหตุผลทางการเมือง
.
“ผมว่าคําสั่งลักษณะนี้ เป็นลักษณะที่กําลังมีความพยายามแทรกแซงดุลยพินิจของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ซึ่งได้ใช้อํานาจโดยสุจริตโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกดดันให้เปลี่ยนแปลงมติที่เคยเพิกถอน อาจจะเข้าข่ายการใช้อํานาจการปกครอง ที่ไม่ชอบ ซึ่งขัดต่อหลักการบริหารราชการแผ่นดิน ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินปี 2534 และขัดต่อหลักการความมั่นคงแห่งคําสั่งทางปกครอง พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาราชการ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองปี 2539 ซึ่งนี้เป็นเรื่องสําคัญ วันนี้ ในกระทรวงมหาดไทย หลังจากที่ท่านรัฐมนตรีว่าการเข้าไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือข้าราชการ อยู่ในบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว”นายศุภชัย กล่าว
.
นายศุภชัย กล่าวว่า รมช.มหาดไทย ไม่ได้ไปดูที่มาที่ไป ขั้นตอนที่มีตามลําดับ ในเรื่องของการฟ้องคดี ในศาลปกครอง การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้พยายามที่จะยื่นคําร้องอะไรต่าง ๆ เข้าไป โดยอ้างว่าทางอธิบดีกรมที่ดิน ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าวันนี้อยู่ในอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลปกครองอยู่ รัฐมนตรีไม่ควรจะมีการก้าวก่ายในเรื่องนี้ ไม่ควรจะเข้าไปแทรกแซง มีการยื่นคําร้องไปแล้ว วันที่ 13 มีนาคม 2568 ศาลปกครองสูงสุด ก็ได้มีคําสั่งที่ 1473/2567 และคําสั่งที่ 241/2568 วินิจฉัยว่า การดําเนินการของอธิบดีกรมที่ดิน ไม่บกพร่อง ดําเนินการไปถูกต้องแล้ว แล้วคําสั่งที่ท่านตั้งขึ้นมาเพื่อจะมาตรวจสอบคําสั่งของอธิบดีกรมที่ดินเป็นการดําเนินการก้าวล่วงคำวินิจฉัยของศาล มีเจตนาที่มีวาระซ่อนเร้น เพื่อต้องการแทรกแซงเพื่อให้อธิบดีกรมที่ดิน เปลี่ยนคําสั่งใหม่ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านกําลังทําผิดกฎหมาย
.
“อยากจะฝากไปถึงท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าวันนี้ท่านเองเป็นเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ จากพรรคการเมืองเก่าแก่ ไม่คิดว่าท่านจะยอมตกไปใต้อาณัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งโยนภาระให้ท่านมารับ วันนี้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่บําบัดทุกข์บํารุงสุข เป็นหน้าที่ของข้าราชการและฝ่ายการเมืองของรัฐมนตรี วันนี้ท่านบําบัดทุกข์บํารุงสุข ให้กับพรรคเพื่อไทย หรือตระกูลชินวัตร ถ้าถึงจุดๆหนึ่ง ถ้าข้าราชการลุกฮือ เขาแสดงจุดยืนในการที่จะอารยะขัดขืนกับท่าน แล้วท่านจะรู้สึกว่าจริงๆ มันจะประสบปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน ขอให้ท่านใช้หลักนิติธรรมในการบริหาร จะเป็นการดีกว่า วันนี้สิ่งที่ท่านทํา และถ้ามีผลกระทบไปเพิกถอน ไปกดดันจนกระทั่งอธิบดี ซึ่งเข้าใจว่าท่านอยากจะทำ มีข่าวว่าท่านจะนําอธิบดีคนนี้ไปโยกไปอยู่ตรงไหนชั่วคราว แล้วให้ใครรักษาการ แล้วมาเปลี่ยนแปลงคําสั่งตรงนี้ อาจจะเป็นการกระทําที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผิดกฎหมายอาญา ขอให้ระมัดระวังนะครับ วันนี้ เป็นการ โยนภาระให้ ท่าน มท.3 มาทําตรงนี้ ซึ่งโดยหลักการก็ไม่ควรจะมอบแบบนี้ มท.1 ควรจะต้องดําเนินการด้วยตัวของท่านเอง จะได้ฟ้องถูกตัว อธิบดีก็เป็นผู้เสียหายได้สามารถที่จะดำเนินคดีได้”นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคําสั่งอธิบดีกรมที่ดินกรณี ไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง โดยนายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยอ้างเหตุผลว่าเพราะ ปรากฎข่าวสารเป็นที่แพร่หลายเกี่ยวกับความเคลือบแคลงสงสัยใน คําสั่งให้อธิบดีกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินทําการตรวจสอบแนวเขตที่ดินบริเวณเขากระโดง ซึ่งต่อมาอธิบดีกรมที่ดินเห็นชอบตามมติของคณะกรรมการสอบสวนดังกล่าวที่ไม่เพิกถอนหรือแก้ไขเอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดินเขากระโดงนั้น
.
“องค์ประกอบคณะกรรมการ มีรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและมีกรรมการ ซึ่งประกอบไปด้วยอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน อัยการพิเศษฝ่ายอยู่ 2 ท่าน มีผู้อํานวยการส่วนแผนที่และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีอาณาบาลบังคับคดี 5 สํานักงานอาณาบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย และบุคคลอีกหนึ่งคน เป็นองค์ประกอบที่ดูแล้วค่อนข้างแปลก เพราะไม่คิดว่าอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ท่านมีความรอบรู้เกี่ยวเรื่องคําสั่งเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินในเรื่องของที่ดินหรือไม่อย่างไร ผมไม่ได้ว่าท่าน แต่ผมคิดว่าผิดฝาปิดตัว อีกคนซึ่งผมคิดว่าเป็นคําสั่งที่ประหลาดมาก ก็คือการตั้งอาณาบาล สํานักงานอาณาบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย อาณาบาล นี่คือฝ่ายกฎหมาย คือทนายความของการรถไฟ แต่ประเด็นก็คือการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นคู่กรณี กับกรมที่ดิน ที่มีคดีกันในศาล ท่านตั้งขึ้นมาด้วยเหตุผลอะไร มีการตั้งธงไว้หรือไม่“นายศุภชัย กล่าว
.
นายศุภชัย กล่าวว่า การออกคําสั่งตรวจสอบนี้ มีลักษณะที่ไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย และละเมิดหลักนิติธรรมอย่างร้ายแรง ในกรณีที่อธิบดีกรมที่ดินได้ใช้อํานาจตามมาตรา 61 เนี่ยนะครับ ก็ไม่ได้ใช้อํานาจของ อธิบดีกรมที่ดิน ล้วนๆ โดยไม่มีอะไรมารองรับ แต่เป็นการพิจารณา โดยพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และความเห็นจากคณะกรรมการที่แต่งตั้งจากกระทรวงมหาดไทย อย่างรอบคอบ การที่ถูกตรวจสอบคําสั่งอีกครั้ง เป็นเพราะอ้างเหตุด้วยว่า เป็นเพราะมีข่าวสารเป็นที่แพร่หลาย ผมคิดว่า เป็นการออกคําสั่งที่ไม่น่าจะชอบ เพราะ เอาเรื่องกระแสข่าว เข้ามาแล้วมาสอบสวน ซึ่งจริง ๆ มันเป็นความสงสัยในเชิงทางสังคมทั่วไป หรือเป็นเหตุผลทางการเมือง
.
“ผมว่าคําสั่งลักษณะนี้ เป็นลักษณะที่กําลังมีความพยายามแทรกแซงดุลยพินิจของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ซึ่งได้ใช้อํานาจโดยสุจริตโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกดดันให้เปลี่ยนแปลงมติที่เคยเพิกถอน อาจจะเข้าข่ายการใช้อํานาจการปกครอง ที่ไม่ชอบ ซึ่งขัดต่อหลักการบริหารราชการแผ่นดิน ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินปี 2534 และขัดต่อหลักการความมั่นคงแห่งคําสั่งทางปกครอง พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาราชการ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองปี 2539 ซึ่งนี้เป็นเรื่องสําคัญ วันนี้ ในกระทรวงมหาดไทย หลังจากที่ท่านรัฐมนตรีว่าการเข้าไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือข้าราชการ อยู่ในบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว”นายศุภชัย กล่าว
.
นายศุภชัย กล่าวว่า รมช.มหาดไทย ไม่ได้ไปดูที่มาที่ไป ขั้นตอนที่มีตามลําดับ ในเรื่องของการฟ้องคดี ในศาลปกครอง การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้พยายามที่จะยื่นคําร้องอะไรต่าง ๆ เข้าไป โดยอ้างว่าทางอธิบดีกรมที่ดิน ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าวันนี้อยู่ในอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลปกครองอยู่ รัฐมนตรีไม่ควรจะมีการก้าวก่ายในเรื่องนี้ ไม่ควรจะเข้าไปแทรกแซง มีการยื่นคําร้องไปแล้ว วันที่ 13 มีนาคม 2568 ศาลปกครองสูงสุด ก็ได้มีคําสั่งที่ 1473/2567 และคําสั่งที่ 241/2568 วินิจฉัยว่า การดําเนินการของอธิบดีกรมที่ดิน ไม่บกพร่อง ดําเนินการไปถูกต้องแล้ว แล้วคําสั่งที่ท่านตั้งขึ้นมาเพื่อจะมาตรวจสอบคําสั่งของอธิบดีกรมที่ดินเป็นการดําเนินการก้าวล่วงคำวินิจฉัยของศาล มีเจตนาที่มีวาระซ่อนเร้น เพื่อต้องการแทรกแซงเพื่อให้อธิบดีกรมที่ดิน เปลี่ยนคําสั่งใหม่ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านกําลังทําผิดกฎหมาย
.
“อยากจะฝากไปถึงท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าวันนี้ท่านเองเป็นเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ จากพรรคการเมืองเก่าแก่ ไม่คิดว่าท่านจะยอมตกไปใต้อาณัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งโยนภาระให้ท่านมารับ วันนี้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่บําบัดทุกข์บํารุงสุข เป็นหน้าที่ของข้าราชการและฝ่ายการเมืองของรัฐมนตรี วันนี้ท่านบําบัดทุกข์บํารุงสุข ให้กับพรรคเพื่อไทย หรือตระกูลชินวัตร ถ้าถึงจุดๆหนึ่ง ถ้าข้าราชการลุกฮือ เขาแสดงจุดยืนในการที่จะอารยะขัดขืนกับท่าน แล้วท่านจะรู้สึกว่าจริงๆ มันจะประสบปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน ขอให้ท่านใช้หลักนิติธรรมในการบริหาร จะเป็นการดีกว่า วันนี้สิ่งที่ท่านทํา และถ้ามีผลกระทบไปเพิกถอน ไปกดดันจนกระทั่งอธิบดี ซึ่งเข้าใจว่าท่านอยากจะทำ มีข่าวว่าท่านจะนําอธิบดีคนนี้ไปโยกไปอยู่ตรงไหนชั่วคราว แล้วให้ใครรักษาการ แล้วมาเปลี่ยนแปลงคําสั่งตรงนี้ อาจจะเป็นการกระทําที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผิดกฎหมายอาญา ขอให้ระมัดระวังนะครับ วันนี้ เป็นการ โยนภาระให้ ท่าน มท.3 มาทําตรงนี้ ซึ่งโดยหลักการก็ไม่ควรจะมอบแบบนี้ มท.1 ควรจะต้องดําเนินการด้วยตัวของท่านเอง จะได้ฟ้องถูกตัว อธิบดีก็เป็นผู้เสียหายได้สามารถที่จะดำเนินคดีได้”นายศุภชัย กล่าว