"สส.กิตติ" จี้รัฐ จัดงบแก้ผนังกั้นน้ำ ท่าเรือบ้านเกาะศรีบอยา ทรุดตัว ท่าเรือแหลมดิน ทำเรือปาหนันพัง เร่ง เยียวยาผู้ประสบภัยพายุวิภา

"สส.กิตติ" จี้รัฐ จัดงบแก้ผนังกั้นน้ำ ท่าเรือบ้านเกาะศรีบอยา ทรุดตัว ท่าเรือแหลมดิน ทำเรือปาหนันพัง เร่ง เยียวยาผู้ประสบภัยพายุวิภา

"สส.กิตติ" จี้รัฐจัดงบแก้ผนังกั้นน้ำท่าเรือบ้านเกาะศรีบอยาทรุดตัว ท่าเรือแหลมดิน-ท่าเรือปาหนันพัง เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยพายุวิภา วันที่ 24 ก.ค.2568 นายกิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายปัญญา ตะกิมจิ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 บ้านเกาะศรีบอยา ตำบลเกาะศรีบอยา จากสถานการณ์ฝนตกหนัก ทำให้ผนังกั้นน้ำบริเวณท่าเรือบ้านเกาะศรีบอยา ทรุดตัวพังทลายเป็นบริเวณกว้าง และส่งผลให้ถนนคอนกรีตชำรุดเสียหายตามไปด้วย หากไม่ได้รับการแก้ไขเร่งด่วน เกรงว่าความเสียหายจะลุกลาม และส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางสัญจรของประชาชนกว่า 1,600 คน ในพื้นที่หมู่ 1, 6 และ 7 ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ขอฝากไปยังกระทรวงมหาดไทย และกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้เร่งแก้ไขและพิจารณาจัดสรรงบประมาณโดยเร่งด่วน นายกิตติ กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวประมงในพื้นที่หมู่ 2 และหมู่ 5 ตำบลตลิ่งชัน ว่าท่าเรือแหลมดินและท่าเรือปาหนัน ซึ่งสร้างมาเกือบ 20 ปี ไม่ได้รับการซ่อมแซมดูแล ทำให้คานเหล็กถูกสนิมกัดกินจนจนทำให้รองรับน้ำหนักโครงสร้างหลังคาไม่ได้ และกระเบื้องหลังคาก็ชำรุดเสียหายอย่างหนัก เกรงว่าจะเกิดการทรุดตัวและเป็นอันตรายต่อชาวประมงที่ใช้พื้นที่ทำมาหากิน นอกจากนี้ ท่าเรือทั้งสองยังเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ที่สร้างรายได้หลักแสนล้านบาทต่อปี จึงขอฝากไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งพิจารณาจัดสรรงบประมาณในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมให้กับพี่น้องชาวจังหวัดกระบี่ด้วย สส.กระบี่กล่าว่า เรื่องสุดท้าย เหตุการณ์พายุวิภาที่พัดถล่มจังหวัดโซนอันดามันคือ กระบี่ พังงา ภูเก็ต ทำให้บ้านเรือนและพืชผลทางการเกษตร เช่น ยางพารา สวนผลไม้ ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง แม้ อปท.จะดูแลอย่างเต็มที่ แต่บางกรณีความเสียหายหนักเกินศักยภาพของท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่มีผู้ได้รับผลกระทบจากพายุวิภาถึง 1,211 ครัวเรือน จึงขอฝากไปยัง กระทรวงมหาดไทย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้เข้ามาช่วยเหลือเยียวยาประชาชนต่อครัวเรือน เหมือนที่เคยดูแลผู้ประสบภัยอุทกภัยในพื้นที่อื่น ๆ มาก่อน พร้อมฝากถึงรัฐบาลให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมกับพี่น้องชาวภาคใต้ด้วย