วันที่ 31 ก.ค.2568 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวสดุดี และส่งมอบกําลังใจให้กับเหล่าทหารกล้า และพี่น้องประชาชนเขตชายแดนประเทศไทย-กัมพูชา
.
นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ประเทศเราประสบปัญหาหลายด้าน ขอนําปัญหาของเกษตรกรหารือไปยังรัฐบาล เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไข ในปีที่ผ่านมา พืชผลทางการเกษตรตกต่ำหลายชนิด บางชนิดตกต่ำมาก จนทําให้เกษตรกรขาดทุนหนัก เป็นหนี้เป็นสิน โดยเฉพาะที่ต้องพึ่งพาการส่งออก เช่น ข้าว มันสําปะหลัง ทุเรียน และลําไย ต้องยอมรับสาเหตุสําคัญ เนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่มีนโยบายอะไรเลย ที่จะรองรับปัญหาเรื่องนี้ และปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกช่องทางของเกษตรกร เรียกร้องให้รัฐบาลดําเนินโครงการประกันราคาสินค้าทางการเกษตร เหมือนกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา แต่รัฐบาลปฏิเสธและบ่ายเบี่ยงมาตลอด
นายสัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ตัวแทนรัฐบาล “ลิ่วล้อ” บางคนออกมาพูดว่ารัฐบาลไม่สามารถดําเนินการโครงการประกันรายได้ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ “โกหก” เกษตรกรไม่ได้ เพราะว่าหากขัดรัฐธรรมนูญแล้วทําไม รัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งนําโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรมว.พาณิชย์ ทําได้ ทั้งที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ไม่เห็นมีใครติดคุกหรือถูกดําเนินคดีใดๆ กับเรื่องนี้
“หนักไปกว่านั้น มีรัฐมนตรีบางท่านออกมากล่าวว่า โครงการประกันรายได้ไม่สามารถดําเนินการได้ เพราะขัดต่อ ครม.เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ขอแจ้งไปยังรัฐบาลให้หยุดพูดเรื่องนี้ อย่าแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เพราะโครงการนี้สามารถทําได้ และมติ ครม.เมื่อวันนั้น เป็นเพียงการแจ้งแนวทางการบริหารงานของรัฐบาล ไม่มีสถานะเป็นกฎหมาย ดังนั้นหากมีมติ ครม.ใหม่ที่ขัด หรือแย้งกับมติ ครม.เดิม มติ ครม.เดิมจะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย จึงขอให้รัฐบาลได้ดําเนินโครงการประกันรายได้ให้เกษตรกร และขอให้รัฐมนตรีทุกท่าน ท่องไว้ด้วยว่า ประเทศไทยเราเป็นประเทศเกษตรกรรม พี่น้องประชาชนกว่า 60% มีอาชีพเกี่ยวเนื่อง และต่อเนื่องจากเกษตรกรรมครับ” นายสัมฤทธิ์ กล่าว

31 กรกฎาคม 2568 เวลา 14:58
"สส.สัมฤทธิ์" ซัด รัฐบาลไร้นโยบาย ดันราคาพืชผลเกษตร เรียกร้องนำประกัน รายได้มาใช้ ไม่ขัดรธน. เตือน รมต. คนไทย กว่า 60 % ทำเกษตรกรรม
เรื่องนี้ “โกหก” เกษตรกรไม่ได้ ! สส.สัมฤทธิ์ ซัดรัฐบาลไร้นโยบายดันราคาพืชผลเกษตร เรียกร้องนำโครงการประกันรายได้มาใช้ ไม่ขัดรธน. สมัย "บิ๊กตู่" ทำแล้วไม่มีใครติดคุก เตือน รมต.ท่องไว้คนไทยกว่า 60 % ทำเกษตรกรรม
วันที่ 31 ก.ค.2568 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวสดุดี และส่งมอบกําลังใจให้กับเหล่าทหารกล้า และพี่น้องประชาชนเขตชายแดนประเทศไทย-กัมพูชา
.
นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ประเทศเราประสบปัญหาหลายด้าน ขอนําปัญหาของเกษตรกรหารือไปยังรัฐบาล เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไข ในปีที่ผ่านมา พืชผลทางการเกษตรตกต่ำหลายชนิด บางชนิดตกต่ำมาก จนทําให้เกษตรกรขาดทุนหนัก เป็นหนี้เป็นสิน โดยเฉพาะที่ต้องพึ่งพาการส่งออก เช่น ข้าว มันสําปะหลัง ทุเรียน และลําไย ต้องยอมรับสาเหตุสําคัญ เนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่มีนโยบายอะไรเลย ที่จะรองรับปัญหาเรื่องนี้ และปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกช่องทางของเกษตรกร เรียกร้องให้รัฐบาลดําเนินโครงการประกันราคาสินค้าทางการเกษตร เหมือนกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา แต่รัฐบาลปฏิเสธและบ่ายเบี่ยงมาตลอด
นายสัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ตัวแทนรัฐบาล “ลิ่วล้อ” บางคนออกมาพูดว่ารัฐบาลไม่สามารถดําเนินการโครงการประกันรายได้ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ “โกหก” เกษตรกรไม่ได้ เพราะว่าหากขัดรัฐธรรมนูญแล้วทําไม รัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งนําโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรมว.พาณิชย์ ทําได้ ทั้งที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ไม่เห็นมีใครติดคุกหรือถูกดําเนินคดีใดๆ กับเรื่องนี้
“หนักไปกว่านั้น มีรัฐมนตรีบางท่านออกมากล่าวว่า โครงการประกันรายได้ไม่สามารถดําเนินการได้ เพราะขัดต่อ ครม.เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ขอแจ้งไปยังรัฐบาลให้หยุดพูดเรื่องนี้ อย่าแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เพราะโครงการนี้สามารถทําได้ และมติ ครม.เมื่อวันนั้น เป็นเพียงการแจ้งแนวทางการบริหารงานของรัฐบาล ไม่มีสถานะเป็นกฎหมาย ดังนั้นหากมีมติ ครม.ใหม่ที่ขัด หรือแย้งกับมติ ครม.เดิม มติ ครม.เดิมจะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย จึงขอให้รัฐบาลได้ดําเนินโครงการประกันรายได้ให้เกษตรกร และขอให้รัฐมนตรีทุกท่าน ท่องไว้ด้วยว่า ประเทศไทยเราเป็นประเทศเกษตรกรรม พี่น้องประชาชนกว่า 60% มีอาชีพเกี่ยวเนื่อง และต่อเนื่องจากเกษตรกรรมครับ” นายสัมฤทธิ์ กล่าว
วันที่ 31 ก.ค.2568 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวสดุดี และส่งมอบกําลังใจให้กับเหล่าทหารกล้า และพี่น้องประชาชนเขตชายแดนประเทศไทย-กัมพูชา
.
นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ประเทศเราประสบปัญหาหลายด้าน ขอนําปัญหาของเกษตรกรหารือไปยังรัฐบาล เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไข ในปีที่ผ่านมา พืชผลทางการเกษตรตกต่ำหลายชนิด บางชนิดตกต่ำมาก จนทําให้เกษตรกรขาดทุนหนัก เป็นหนี้เป็นสิน โดยเฉพาะที่ต้องพึ่งพาการส่งออก เช่น ข้าว มันสําปะหลัง ทุเรียน และลําไย ต้องยอมรับสาเหตุสําคัญ เนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่มีนโยบายอะไรเลย ที่จะรองรับปัญหาเรื่องนี้ และปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกช่องทางของเกษตรกร เรียกร้องให้รัฐบาลดําเนินโครงการประกันราคาสินค้าทางการเกษตร เหมือนกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา แต่รัฐบาลปฏิเสธและบ่ายเบี่ยงมาตลอด
นายสัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ตัวแทนรัฐบาล “ลิ่วล้อ” บางคนออกมาพูดว่ารัฐบาลไม่สามารถดําเนินการโครงการประกันรายได้ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ “โกหก” เกษตรกรไม่ได้ เพราะว่าหากขัดรัฐธรรมนูญแล้วทําไม รัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งนําโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรมว.พาณิชย์ ทําได้ ทั้งที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ไม่เห็นมีใครติดคุกหรือถูกดําเนินคดีใดๆ กับเรื่องนี้
“หนักไปกว่านั้น มีรัฐมนตรีบางท่านออกมากล่าวว่า โครงการประกันรายได้ไม่สามารถดําเนินการได้ เพราะขัดต่อ ครม.เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ขอแจ้งไปยังรัฐบาลให้หยุดพูดเรื่องนี้ อย่าแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เพราะโครงการนี้สามารถทําได้ และมติ ครม.เมื่อวันนั้น เป็นเพียงการแจ้งแนวทางการบริหารงานของรัฐบาล ไม่มีสถานะเป็นกฎหมาย ดังนั้นหากมีมติ ครม.ใหม่ที่ขัด หรือแย้งกับมติ ครม.เดิม มติ ครม.เดิมจะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย จึงขอให้รัฐบาลได้ดําเนินโครงการประกันรายได้ให้เกษตรกร และขอให้รัฐมนตรีทุกท่าน ท่องไว้ด้วยว่า ประเทศไทยเราเป็นประเทศเกษตรกรรม พี่น้องประชาชนกว่า 60% มีอาชีพเกี่ยวเนื่อง และต่อเนื่องจากเกษตรกรรมครับ” นายสัมฤทธิ์ กล่าว