"ณัฏฐ์ชนน" เผย มีเอกสารลับบ้านพิษฯ จี้ รบ.และทีมไทยแลนด์ คนไทยรอคำตอบ ภาษีทรัมป์ ต้องได้ 20%

"ณัฏฐ์ชนน" เผย มีเอกสารลับบ้านพิษฯ จี้ รบ.และทีมไทยแลนด์ คนไทยรอคำตอบ ภาษีทรัมป์ ต้องได้ 20%

แฉยับกลางที่ประชุมสภา ! “ณัฏฐ์ชนน” เผย มีเอกสารลับบ้านพิษฯ จี้ รบ.และทีมไทยแลนด์ คนไทยรอคำตอบภาษีทรัมป์ ต้องได้ 20% 31 กรกฎาคม 2568 ที่รัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.จังหวัดสงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามาตรการทางภาษีตอบโต้ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไทย เพื่อส่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการต่อไป โดยกล่าวว่า ญัตติฉบับนี้จำเป็นต้องไปศึกษาเรื่อง ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ และเริ่มต้นการอภิปรายด้วยการยกสำนวนที่ว่า “กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้” การอภิปรายวันนี้จะมีประโยชน์หรือไม่ พรุ่งนี้(1 ส.ค.) ก็จะมีการเซ็นสัญญาภาษีทรัมป์ แม้ว่าวันนี้หลายคนบอกว่าเป็นข่าวดีที่ทีมไทยแลนด์เจรจาได้แล้ว แต่ไม่ทราบตัวเลข และข่าวร้ายคือ ประเทศไทยต้องแลกกับภาษี 36% แล้วสิ่งที่ต้องแลกคืออะไร นี่คือสิ่งที่สมาชิกฯ และประชาชนอยากทราบว่า ทีมไทยแลนด์ของรัฐมนตรีจะเอาอะไรไปแลก นายณัฏฐ์ชนน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมประธานาธิบดีทรัมป์ ใช้มาตรการภาษีศุลกากรกับทุกประเทศ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 โดยได้ยกประโยคทองของทรัมป์ด้วยว่า “ เป็นเวลาหลายปี ที่พลเมืองอเมริกัน ที่ทํางานหนักถูกบังคับให้ออกไปนั่งอยู่ข้างๆ ขณะที่ประเทศอื่นร่ำรวย และมีอํานาจมากขึ้น โดยพวกเราเป็นผู้จ่าย “ และ “ ด้วยการกระทําในวันนี้ ในที่สุดเราก็สามารถทําให้สหรัฐอเมริกายิ่งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็นมา “ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือ สิ่งที่ทรัมป์ ไม่ได้แยแสกับกลุ่มโลกาภิวัฒน์ กลุ่มผลประโยชน์พิเศษ วันที่ 2 เมษา วันปลดปล่อยของอเมริกา แต่สําหรับประเทศไทยหัวหน้าคณะไทยแลนด์ คือวันฮาโลวีน เป็นวันที่น่ากลัวสําหรับคนไทย รวมถึงเกษตรกรคนไทยทั้งประเทศด้วย “ ท่านทั้งหลายในฐานะคนไทย ในเมื่อมหามิตรประเทศสหรัฐอเมริกา คิดแต่เอาผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว วันนี้พวกเราทั้งหลายจะอยู่นิ่งดูดายให้เขาทํากับประเทศไทยฝ่ายเดียวได้หรือ ” นายณัฏฐ์ชนน ตั้งข้อสังเกตและซักถามอีกว่า ในเมื่อเราได้รับสัญญาณเรื่องภาษีทรัมป์ก่อนหน้านี้มาหลายเดือนแล้ว ท่านนายกฯ แพทองธาร ได้ตั้งทีมไทยแลนด์ในการเจรจากับสหรัฐอเมริกา โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นหัวหน้าคณะเจรจา ทําไมรัฐบาลไม่นําเอาการเจรจาภาษีทรัมป์เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเรื่องภาษีทรัมป์เป็นเรื่องใหญ่ มีผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และในเรื่องของความมั่นคงของประเทศ อํานาจของรัฐสภา คือการให้ความเห็นชอบในเรื่องสําคัญ คือ ให้ความเห็นชอบในเรื่องของประกาศสงคราม แต่สิ่งที่สําคัญคือ การทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นข้อตกลงระหว่างไทยกับอเมริกา ซึ่งเรียกว่า “ข้อตกลงทรัมป์” ดังนั้นขอถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า นี่เป็นสัญญาระหว่างประเทศ หรือเป็นข้อผูกพันระหว่างประเทศหรือไม่ ขณะที่วันนี้ท่านเดินทางไปอเมริกา ไปตกลงไปเซ็นสัญญา เป็นข้อผูกพันของประเทศ แต่รัฐบาลไม่เลือกช่องทางนี้ในการแก้ปัญหา ถ้ามีการยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้เรื่องรัฐบาลไม่ผ่านความเห็นชอบกําแพงภาษี 36% ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ เพราะข้อตกลงฉบับนี้มีเรื่องการค้า และมีการพูดถึงเรื่องความมั่นคงที่ให้อํานาจกับรัฐสภาแห่งนี้พิจารณาได้ . นอกจากนี้ มีผู้กล่าวหารัฐบาลและทีมไทยแลนด์ ว่า 1) มีการนํางบประมาณของประเทศ 200 ล้านบาทไปจ้างล็อบบี้ยิสต์ ซึ่งท่านเดินทางไปเจรจารอบแรกไม่ได้ผล จริงหรือไม่? 2) เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 157,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลจัดสรรให้กับหน่วยรับงบประมาณ ซึ่งท่านเป็นประธาน จัดสรรรอบแรก 115,000 ล้านบาท อนุมัติสํานักงบฯ ไปแล้ว เหลืออีก 46,000 ล้านบาท ซึ่งกันไว้ให้กับท้องถิ่น มีคนขโมยไป และท่านบอกว่ามีคนจะเอาเงิน 46,000 ล้านบาท ของเงินกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของท้องถิ่นไปใช้สําหรับแก้ปัญหาภาษีทรัมป์จริงหรือไม่? 3) การจัดการงบประมาณไว้ประมาณ 200,000 ล้านบาท ไม่แน่ใจว่ารวมกับ 46,000 ล้านบาท หรือเปล่า เพื่อแก้ปัญหาภาษีทรัมป์ในอนาคต จริงหรือไม่ ? นายณัฏฐ์ชนน ระบุด้วยว่า สำหรับทีมไทยแลนด์ได้มีการประชุมเรื่องภาษีทรัมป์เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2568 โดยเป็นการประชุมที่บ้านพิษณุโลก มีอยู่หนึ่งช่องทางสามารถประชุมได้โดยผ่านรัฐสภา สส. สมาชิกวุฒิสภา แต่หัวหน้าทีมไทยแลนด์ไม่เลือกช่องทางที่ผมแนะนํา แต่กลับไปประชุมที่บ้านพิษณุโลก ไม่ได้เป็นความลับ เพราะเป็นการเสนอข่าวว่า บุคคลที่ไปร่วม คือ นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ที่ปรึกษาหัวหน้านโยบายนายกฯ, นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายพิชัย ชุนหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายจักรภพ เพ็ญแข เพิ่งแต่งตั้งที่ปรึกษาเลขานายกฯ หลังจากนั้น, อดีตนายกฯ และรัฐมนตรี ที่ร่วมประชุมเรื่องภาษีทรัมป์ ในวันนั้น นอกจากนั้น ในวันดังกล่าวได้มีเอกสารจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีตัวแทนของประธานาธิบดีทรัมป์มานั่งดู และอยู่ในบ้านพิษณุโลกด้วย “ บังเอิญมีจิ้งจกอยู่บนเพดานบ้านพิษณุโลกไปเห็นข้อตกลง ซึ่งข้อตกลงเหล่านี้ มี 10 กว่าข้อ แต่บังเอิญจิ้งจกไปเห็น 3 ข้อที่พอจําได้ “ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวด้วยว่า ถ้ามีการเปิดเผยข้อตกลงที่ประเทศสหรัฐอเมริกายื่นให้กับทีมไทยแลนด์ คงหงายหลังกัน มีคนพูดว่าข้อตกลงที่อเมริกายื่นให้กับไทย ถ้าทีมไทยแลนด์รับทุกข้อ ประเทศไทยก็จะเป็นหนึ่งในรัฐของสหรัฐอเมริกา เป็นรัฐที่ 51 เพราะฉะนั้นประเด็นเหล่านี้ประเทศไทย จะเป็นอิสระอย่างไร อย่างนี้เขาเรียกว่า มัดมือชก . ทั้งนี้ นายณัฏฐ์ชนน ยังได้มีการตั้งข้อซักถามถึงข้อเสนอกับรัฐบาลและทีมไทยแลนด์ว่า ข้อที่ 1) ให้ไทยเก็บภาษีศุลกากรสินค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา 0% จริงหรือไม่ ? ถ้าเป็นเรื่องจริงเกษตรกรไทยจะอยู่อย่างไร ข้อที่ 2) ประเทศไทยร่วมมือทางเรือ ร่วมอุตสาหกรรมต่อเรือที่ทับละมุ จังหวัดพังงา ฝั่งอ่าวไทย ซึ่งเป็นฐานทัพเรือกองทัพภาคที่ 3 ขณะที่ฝั่งอันดามันที่ไม่มีฐานทัพเรืออื่น มีการบอกว่าจะมีการต่อเรือเพื่อค้าขายทั่วโลก แต่เป้าหมายจริงๆ บอกว่าจะเป็นฐานทัพเรือ จริงหรือไม่? ข้อที่ 3 ) บังคับให้ประเทศไทยซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์กับสหรัฐอเมริกาเพียงรายเดียว จริงหรือไม่ ทั้ง 3 ข้อที่ได้กล่าวมาข้างต้น มีเจ้าหน้าที่ลงมาทํารายละเอียดในเรื่องการค้า เศรษฐกิจ ความมั่นคง และชายแดน ซึ่งฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจ และในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ลุ้นให้รัฐบาลคณะเจรจาทีมไทยแลนด์ เจรจาจาก 36% ให้ได้ 20% นี่คือใจของตน ใจของคนภูมิใจไทย และใจของเพื่อนสมาชิกทั้งสภาแห่งนี้ 20% คือสิ่งที่เราต้องการ สุดท้ายนี้ ขอฝากไปยังรัฐบาลให้คิดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชนเป็นหลัก อย่าไปสร้างเงื่อนไขให้ลูกหลานเราในภายหน้าลําบาก หัวหน้าทีมไทยแลนด์ควรจะต้องตระหนักเรื่องนี้ รัฐบาลผิดถูกเราไม่ว่า แต่ให้อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของชาติ เป็นหลัก ทรัมป์ทําเพื่ออเมริกา รัฐบาลต้องทําเพื่อชาติไทย “ ผมขอสนับสนุน การกระทําเพื่อชาติ และประชาชน และขอเป็นกําลังใจให้กับหัวหน้าทีมไทยแลนด์ และรัฐบาล ให้ไปถึงเป้าหมาย 20% ให้ได้ ” นายณัฏฐ์ชนน กล่าวทิ้งท้าย