เข้าพบ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น  ชี้แจงสถานการณ์ชายแดน

เข้าพบ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ชี้แจงสถานการณ์ชายแดน

"ชลัฐ" เข้าพบ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย แจงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำไทยมุ่งเจรจา แต่ถูกเมิน ลั่นตรียมร่วมมือ สส.เดินหน้าฟ้องกัมพูชาในเวทีโลก นายชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ พร้อมคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนของรัฐสภา ได้เข้าพบ นายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพื่อสื่อสารกับมิตรประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์สึนามิในญี่ปุ่น และขอบคุณเอกอัครราชทูตฯ ที่เดินทางไปร่วมสังเกตการณ์ในพื้นที่ความเสียหายของไทยด้วยตนเอง ซึ่งท่านทูตได้แสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบชาวไทยเช่นกัน นายชลัฐ กล่าวว่า ในการพูดคุย คณะกรรมาธิการฯ ได้ยืนยันถึงจุดยืนของไทยที่ต้องการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาทวิภาคีต่างๆ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากกัมพูชา รวมทั้งเรื่องที่มีการใช้ทุ่นระเบิดที่ฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวา พร้อมเน้นย้ำว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อนเมื่อวันที่ 24 ก.ค.68 โดยมุ่งเป้าไปที่พลเรือน ทำให้มีผู้บริสุทธิ์และเด็กเสียชีวิต ประชาชนอีกหลายแสนคนต้องอพยพหนีภัย นอกจากนี้รัฐบาลกัมพูชาใช้ "สงครามข่าวสารปลอม" เพื่อสร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชนกัมพูชาและนานาชาติ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ควรถูกประณาม นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้แสดงความยินดีที่ประธานอาเซียนเข้ามามีบทบาทในการทำให้เกิดการหยุดยิง และขอให้ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ในทั้งไทยและกัมพูชา ช่วยผลักดันนานาชาติ ให้จับตาดูการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงของกัมพูชาอย่างเคร่งครัด โดยเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นได้แสดงความขอบคุณต่อการเข้าพบด้วยความจริงใจ และตรงไปตรงมา และยินดีที่จะสนับสนุนให้เกิดการเจรจา เพื่อนำมาซึ่งสันติสุขในภูมิภาคต่อไป นายชลัฐ ยังได้แสดงความคิดเห็นส่วนตัวว่า แม้จะมีการเจรจาหยุดยิงแล้ว แต่ยังคงต้องมีผู้รับผิดชอบต่อการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา อนุสัญญาเจนีวา และการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น และจะร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อผลักดันการฟ้องร้องกัมพูชาในระดับนานาชาติต่อไป