7 ส.ค.2568 เมื่อเวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค และ สส.พรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีประธานสภาฯ สั่งปิดการประชุมภายหลังวาระการเลือก รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ว่า ประธานสภาฯ ได้ปิดประชุมไปก่อน ซึ่งความจริงวันนี้ พวกเราเตรียมตัวกันมาตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะสมาชิกที่อยู่บริเวณจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบในหลายจังหวัด คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และอยู่หน้างานจริงๆ ที่สัมผัสกับประชาชนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และเราตั้งใจรวบรวมเอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาสะท้อนปัญหาสู่ผู้บริหารในสภา
.
นายกรวีร์ กล่าวว่า ในช่วงเช้ายังดีใจที่เห็น รมช.มหาดไทย มาตอบกระทู้ถามสดเรื่อง การแก้ไขปัญหาชายแดน สืบเนื่องกับวานนี้ (6ส.ค.) ที่ตนเองในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในรื่องการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาล ทั้งที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีท่านนี้ได้มาตอบกระทู้สด และมีการโฟนอินไปหาผู้ว่าฯ อุบลราชธานี โดยได้รับการยืนยันว่า สามารถเบิกเงินได้ แต่เมื่อความจริงปรากฏ ที่เบิกได้คือ 55,000 บาท
.
"พวกผมรู้ปัญหานี้ และตั้งใจสะท้อนปัญหานี้ บอกกับรัฐมนตรีตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว น่าเสียดายที่เสียงของพวกเราดังเบาน้อยไปหน่อย อาจไม่ถึงตัวรัฐมนตรี และอาจคิดว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ ว่าทุกสิ่งที่พวกเราพูดนั้น เป็นประเด็นด้านการเมือง ที่จะมาโจมตีรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่" นายกรวีร์ กล่าว
.
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ยังมีจังหวัดอื่นที่มีปัญหาในการดูแลประชาชนอีก จึงคิดว่าเวทีสภาฯ ควรเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ตนกล้าพูดว่า ไม่มี สส.ที่ไหน ที่จะรู้ดีไปกว่าพวกตนที่ยืนตรงนี้ เพราะเราขลุกอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ เราเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า หากมีโอกาสในการเสนอญัตติด่วน นำเอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนำเสนอสู่รัฐบาล เพื่อให้เวลาที่เหลือนี้ รัฐบาลจะนำไปแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่แก้ไขที่ปลายเหตุ ด้วยการไปย้ายผู้ว่าฯ เมื่อพบปัญหา ตนคิดว่ารัฐมนตรีที่กำกับ ในกระทรวงที่ดูแล เมื่อรู้ปัญหาแล้ว ก็ควรเอาปัญหาไปแก้ไขให้กับประชาชนโดยด่วน
.
นายกรวีร์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของบทเรียนที่คิดว่า นี่เป็นบททดสอบแรก ที่จะทดสอบความสามารถของรัฐบาล ในการรับมือกับภัยพิบัติ หรือวิกฤตการณ์ต่างๆ ของประเทศ เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มีการคาดการณ์ว่า จะมีฝนใหญ่ และอาจเจอปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเหมือนทุกปี ในการรับมือกับวิกฤตประเทศ ตนคิดว่ารัฐบาลควรใช้บทเรียนตรงนี้ทบทวน เพื่อวางมาตรการต่างๆ ในการใช้จ่ายงบประมาณกรณีฉุกเฉิน รวมถึงการปรับปรุงวิธีการทำงาน เพื่อสร้างสถานที่ ทั้งการอพยพ และการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่
.
"ผิดหวังครับ ผิดหวังที่ สส.เราเตรียมกันไว้ ทั้งที่ผมก็มีการลุกขึ้นเสนอ ก่อนที่จะมีการลงมติเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เสียอีก เราเสียเวลาไปอีกสัปดาห์ สัปดาห์ต่อไปก็ไม่รู้ว่า ความเดือดร้อนของประชาชนจะเป็นอย่างไร พวกเราจึงอยากใช้โอกาสนี้ หากประธานสภา ปิดตอน 1-2 ทุ่ม ก็เข้าใจได้ แต่ปิดตอนบ่ายสามโมงกว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากจริงๆ เสียดายโอกาสตรงนี้ ที่จะได้นำเสนอข้อเท็จจริงสู่คณะรัฐมนตรีต่อไป" นายกรวีร์ กล่าว
7 สิงหาคม 2568 เวลา 17:24
ผิดหวัง ! รีบปิดประชุม หลังได้ รอง ปธ.สภาฯ
ผิดหวัง ! "ภท." ชี้ ประธานสภาฯ รีบปิดประชุม หลังได้ "รอง ปธ.สภาฯ คนที่ 1" อดสะท้อนปัญหาประชาชนในพื้นที่ชายแดน เตรียมถอดบทเรียนปรับปรุงการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติอื่น วางกรอบการใช้จ่ายงบประมาณกรณีฉุกเฉิน ปรับปรุงวิธีการทำงาน สถานที่อพยพ และการดูแลประชาชน
7 ส.ค.2568 เมื่อเวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค และ สส.พรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีประธานสภาฯ สั่งปิดการประชุมภายหลังวาระการเลือก รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ว่า ประธานสภาฯ ได้ปิดประชุมไปก่อน ซึ่งความจริงวันนี้ พวกเราเตรียมตัวกันมาตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะสมาชิกที่อยู่บริเวณจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบในหลายจังหวัด คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และอยู่หน้างานจริงๆ ที่สัมผัสกับประชาชนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และเราตั้งใจรวบรวมเอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาสะท้อนปัญหาสู่ผู้บริหารในสภา
.
นายกรวีร์ กล่าวว่า ในช่วงเช้ายังดีใจที่เห็น รมช.มหาดไทย มาตอบกระทู้ถามสดเรื่อง การแก้ไขปัญหาชายแดน สืบเนื่องกับวานนี้ (6ส.ค.) ที่ตนเองในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในรื่องการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาล ทั้งที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีท่านนี้ได้มาตอบกระทู้สด และมีการโฟนอินไปหาผู้ว่าฯ อุบลราชธานี โดยได้รับการยืนยันว่า สามารถเบิกเงินได้ แต่เมื่อความจริงปรากฏ ที่เบิกได้คือ 55,000 บาท
.
"พวกผมรู้ปัญหานี้ และตั้งใจสะท้อนปัญหานี้ บอกกับรัฐมนตรีตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว น่าเสียดายที่เสียงของพวกเราดังเบาน้อยไปหน่อย อาจไม่ถึงตัวรัฐมนตรี และอาจคิดว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ ว่าทุกสิ่งที่พวกเราพูดนั้น เป็นประเด็นด้านการเมือง ที่จะมาโจมตีรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่" นายกรวีร์ กล่าว
.
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ยังมีจังหวัดอื่นที่มีปัญหาในการดูแลประชาชนอีก จึงคิดว่าเวทีสภาฯ ควรเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ตนกล้าพูดว่า ไม่มี สส.ที่ไหน ที่จะรู้ดีไปกว่าพวกตนที่ยืนตรงนี้ เพราะเราขลุกอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ เราเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า หากมีโอกาสในการเสนอญัตติด่วน นำเอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนำเสนอสู่รัฐบาล เพื่อให้เวลาที่เหลือนี้ รัฐบาลจะนำไปแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่แก้ไขที่ปลายเหตุ ด้วยการไปย้ายผู้ว่าฯ เมื่อพบปัญหา ตนคิดว่ารัฐมนตรีที่กำกับ ในกระทรวงที่ดูแล เมื่อรู้ปัญหาแล้ว ก็ควรเอาปัญหาไปแก้ไขให้กับประชาชนโดยด่วน
.
นายกรวีร์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของบทเรียนที่คิดว่า นี่เป็นบททดสอบแรก ที่จะทดสอบความสามารถของรัฐบาล ในการรับมือกับภัยพิบัติ หรือวิกฤตการณ์ต่างๆ ของประเทศ เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มีการคาดการณ์ว่า จะมีฝนใหญ่ และอาจเจอปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเหมือนทุกปี ในการรับมือกับวิกฤตประเทศ ตนคิดว่ารัฐบาลควรใช้บทเรียนตรงนี้ทบทวน เพื่อวางมาตรการต่างๆ ในการใช้จ่ายงบประมาณกรณีฉุกเฉิน รวมถึงการปรับปรุงวิธีการทำงาน เพื่อสร้างสถานที่ ทั้งการอพยพ และการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่
.
"ผิดหวังครับ ผิดหวังที่ สส.เราเตรียมกันไว้ ทั้งที่ผมก็มีการลุกขึ้นเสนอ ก่อนที่จะมีการลงมติเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เสียอีก เราเสียเวลาไปอีกสัปดาห์ สัปดาห์ต่อไปก็ไม่รู้ว่า ความเดือดร้อนของประชาชนจะเป็นอย่างไร พวกเราจึงอยากใช้โอกาสนี้ หากประธานสภา ปิดตอน 1-2 ทุ่ม ก็เข้าใจได้ แต่ปิดตอนบ่ายสามโมงกว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากจริงๆ เสียดายโอกาสตรงนี้ ที่จะได้นำเสนอข้อเท็จจริงสู่คณะรัฐมนตรีต่อไป" นายกรวีร์ กล่าว
7 ส.ค.2568 เมื่อเวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค และ สส.พรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีประธานสภาฯ สั่งปิดการประชุมภายหลังวาระการเลือก รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ว่า ประธานสภาฯ ได้ปิดประชุมไปก่อน ซึ่งความจริงวันนี้ พวกเราเตรียมตัวกันมาตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะสมาชิกที่อยู่บริเวณจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบในหลายจังหวัด คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และอยู่หน้างานจริงๆ ที่สัมผัสกับประชาชนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และเราตั้งใจรวบรวมเอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาสะท้อนปัญหาสู่ผู้บริหารในสภา
.
นายกรวีร์ กล่าวว่า ในช่วงเช้ายังดีใจที่เห็น รมช.มหาดไทย มาตอบกระทู้ถามสดเรื่อง การแก้ไขปัญหาชายแดน สืบเนื่องกับวานนี้ (6ส.ค.) ที่ตนเองในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในรื่องการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาล ทั้งที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีท่านนี้ได้มาตอบกระทู้สด และมีการโฟนอินไปหาผู้ว่าฯ อุบลราชธานี โดยได้รับการยืนยันว่า สามารถเบิกเงินได้ แต่เมื่อความจริงปรากฏ ที่เบิกได้คือ 55,000 บาท
.
"พวกผมรู้ปัญหานี้ และตั้งใจสะท้อนปัญหานี้ บอกกับรัฐมนตรีตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว น่าเสียดายที่เสียงของพวกเราดังเบาน้อยไปหน่อย อาจไม่ถึงตัวรัฐมนตรี และอาจคิดว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ ว่าทุกสิ่งที่พวกเราพูดนั้น เป็นประเด็นด้านการเมือง ที่จะมาโจมตีรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่" นายกรวีร์ กล่าว
.
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ยังมีจังหวัดอื่นที่มีปัญหาในการดูแลประชาชนอีก จึงคิดว่าเวทีสภาฯ ควรเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ตนกล้าพูดว่า ไม่มี สส.ที่ไหน ที่จะรู้ดีไปกว่าพวกตนที่ยืนตรงนี้ เพราะเราขลุกอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ เราเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า หากมีโอกาสในการเสนอญัตติด่วน นำเอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนำเสนอสู่รัฐบาล เพื่อให้เวลาที่เหลือนี้ รัฐบาลจะนำไปแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่แก้ไขที่ปลายเหตุ ด้วยการไปย้ายผู้ว่าฯ เมื่อพบปัญหา ตนคิดว่ารัฐมนตรีที่กำกับ ในกระทรวงที่ดูแล เมื่อรู้ปัญหาแล้ว ก็ควรเอาปัญหาไปแก้ไขให้กับประชาชนโดยด่วน
.
นายกรวีร์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของบทเรียนที่คิดว่า นี่เป็นบททดสอบแรก ที่จะทดสอบความสามารถของรัฐบาล ในการรับมือกับภัยพิบัติ หรือวิกฤตการณ์ต่างๆ ของประเทศ เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มีการคาดการณ์ว่า จะมีฝนใหญ่ และอาจเจอปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเหมือนทุกปี ในการรับมือกับวิกฤตประเทศ ตนคิดว่ารัฐบาลควรใช้บทเรียนตรงนี้ทบทวน เพื่อวางมาตรการต่างๆ ในการใช้จ่ายงบประมาณกรณีฉุกเฉิน รวมถึงการปรับปรุงวิธีการทำงาน เพื่อสร้างสถานที่ ทั้งการอพยพ และการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่
.
"ผิดหวังครับ ผิดหวังที่ สส.เราเตรียมกันไว้ ทั้งที่ผมก็มีการลุกขึ้นเสนอ ก่อนที่จะมีการลงมติเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เสียอีก เราเสียเวลาไปอีกสัปดาห์ สัปดาห์ต่อไปก็ไม่รู้ว่า ความเดือดร้อนของประชาชนจะเป็นอย่างไร พวกเราจึงอยากใช้โอกาสนี้ หากประธานสภา ปิดตอน 1-2 ทุ่ม ก็เข้าใจได้ แต่ปิดตอนบ่ายสามโมงกว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากจริงๆ เสียดายโอกาสตรงนี้ ที่จะได้นำเสนอข้อเท็จจริงสู่คณะรัฐมนตรีต่อไป" นายกรวีร์ กล่าว