"กรวีร์" ถาม รบ. งบกลาง 1พันล้าน ที่เพิ่ม ในเงินสำรองกรณี ฉุกเฉินหรือจำเป็น ฐานคิดมาจากไหน งบกลางนี้ จะช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรได้หรือไม่

"กรวีร์" ถาม รบ. งบกลาง 1พันล้าน ที่เพิ่ม ในเงินสำรองกรณี ฉุกเฉินหรือจำเป็น ฐานคิดมาจากไหน งบกลางนี้ จะช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรได้หรือไม่

ตั้งข้อสังเกต! “กรวีร์” ถาม รบ.จัดงบกลาง ตัวเลข 1พันล้าน ที่เพิ่มในเงินสํารองกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น ฐานคิดมาจากไหน หากปีหน้าราคาผลผลิตทางการเกษตรไม่ดีขึ้น งบกลางนี้ จะมีสิทธิ์นำไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้หรือไม่ 13 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 11 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ" เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยกล่าวถึงเรื่องงบประมาณรายจ่ายงบกลาง (มาตรา 6) จำนวน 632,968.8 ล้านบาท และมีการตั้งข้อซักถามถึงกรรมาธิการ 2 ประเด็นหลัก คือ ส่วนของงบกลาง ได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้นถึง 1,000 ล้านบาท ขณะที่ในไส้ในไปเพิ่มในหมวดเดียว คือ เรื่องของเงินสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น ซึ่งได้รับการจัดสรรไปทั้งหมด 99,000 ล้านบาท เป็นจำนวนเกือบแสนล้านบาท และรู้ว่ารัฐบาลมีความจําเป็นที่ต้องใช้งบกลางนำไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนไม่กี่วันที่ผ่านมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบ จึงไม่ติดใจ . “ บ้านผมน้ำท่วม ฝนแล้ง ก็ได้งบกลางที่ไปช่วยพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นไม่ติดติดใจในเรื่องของการที่จะมีเงินงบประมาณที่ไปลงในงบกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินสํารองเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น “ . นายกรวีร์ ได้มีการตั้งข้อสังเกตประเด็นแรก คือ ตัวเลข 1,000 ล้านบาท ที่ไปเพิ่มในเงินสํารองเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น ฐานคิดมาจากไหน ทําไมถึงต้องไปเพิ่ม 1,000 ล้านบาท ทําไมไม่เพิ่มให้มากกว่านี้ หรือทําไมไม่ไปเพิ่มให้น้อยกว่านี้ เรามีตัวเลขหรือมีสมมติฐานตัวไหนที่บอกว่าจํานวนเงิน 1,000 ล้านบาทที่ไปเติมน่าจะเพียงพอต่อการช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชน . สำหรับประเด็นที่ 2 ในกรณีที่หน่วยงานกรมกอง หรือกระทรวงต่างๆ ไม่ได้ตั้งงบไว้ และมีความจําเป็น ก็จะมาใช้เงินของงบกลางนี้ ประเด็นที่จําเป็นต้องมาทวงถาม และถามกับทางกรรมาธิการคือ ในเรื่องของเงินที่จะมาช่วยเหลือชาวนา ซึ่งเชื่อว่าชาวนาทั้งประเทศตั้งคําถามว่า ราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้ งบกลางตรงส่วนนี้ในปีหน้าจะสามารถที่จะเอามาช่วยเหลือเยียวยา หรือว่าแก้ไขปัญหากับพี่น้องเกษตรกรได้หรือไม่ . นายกรวีร์ กล่าวเพิ่มว่า เมื่อสมัยรัฐบาลที่แล้ว เรามีโครงการประกันรายได้ พี่น้องประชาชนเขาจะได้รับเงินส่วนต่าง ถ้าหากว่ากรณีที่ราคาข้าวเปลือกตกต่ำกว่าจากราคากลาง แต่ปีนี้ไม่มี ความหวังเพียงอย่างเดียวของเกษตรกรคือ เรื่องของเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ซึ่งในปี 68 ยังค้างอยู่ตั้งแต่นาปรัง และมานาปี ก็ยังไม่ได้จ่าย ในปีหน้า เมื่อเห็นตัวเลข 99,000 ล้านบาท ประมาณเกือบแสนล้าน เงินตรงส่วนนี้ต้องถามทางกรรมาธิการว่า ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่า ถ้าในปีหน้าราคาผลผลิตทางการเกษตร ยังไม่ดีขึ้น เงินงบกลาง เงินสํารองกรณีฉุกเฉิน หรือจําเป็นตรงนี้ จะมีสิทธิ์ที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนาจากงบกลางตรงนี้ได้หรือไม่ . สำหรับประเด็นสุดท้าย นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สส.จังหวัดสุรินทร์ เพื่อนสมาชิกได้มีการตั้งข้อสังเกตและได้ถามถึงการใช้จ่ายเงินในรอบที่ผ่านมาปีหน้าว่า ถ้าหากรัฐบาลเราได้มีบทเรียนในการรับมือกับภาวะฉุกเฉินต่างๆ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า อยากให้รัฐบาลได้ลองไปดูในการจัดสรรเงินงบประมาณตรงนี้เอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนด้วย นายกรวีร์ กล่าว