"คงกฤษ" เดือด ถาม รบ. ระนองโมเดล ของ สคทช. ไปถึงไหน เปลืองงบฯ แผ่นดิน ยัน ปรับลดงบประมาณ อย่าทำงานซ้ำซ้อน

"คงกฤษ" เดือด ถาม รบ. ระนองโมเดล ของ สคทช. ไปถึงไหน เปลืองงบฯ แผ่นดิน ยัน ปรับลดงบประมาณ อย่าทำงานซ้ำซ้อน

มีไว้ทำไม ! “คงกฤษ” เดือด ถาม รบ. ระนองโมเดลของสคทช. ไปถึงไหนแล้ว เปลืองงบฯ แผ่นดิน ยัน ปรับลดงบประมาณลงแค่นี้น้อยไป แนะ คืนที่ดินให้กับ ทส. ดูแล จะคืบหน้ากว่านี้ อย่าทำงานซ้ำซ้อน 13 สิงหาคม 2568 นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ได้มีการขอสงวนคําแปรญัตติ (มาตรา 7) งบประมาณของรายจ่ายของสํานักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกํากับ ซึ่งได้ตั้งงบประมาณไว้อยู่ที่ 26,000 กว่าล้านบาท โดยกล่าวว่า ในส่วนของตนเองมีปัญหาในหน่วยงานกํากับดูแลโดยเฉพาะอย่างยิ่งของนายกรัฐมนตรี คือ สํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) โดยหวังว่าในหน่วยงานนี้ที่กํากับดูแลมีอํานาจหน้าที่และหลักเกณฑ์การจัดที่ดินของ สคทช. เพื่อให้ประชาชนในชุมชนในพื้นที่ทํากินและที่อยู่อาศัยตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีวัตถุประสงค์คือ เพื่อแก้ไขปัญหาของผู้ที่ไร้ที่ดินทํากิน ลดความเหลื่อมล้ำ และป้องกันการบุกรุกของที่ดินของรัฐ โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ ที่กําหนดนโยบายของ คทช. ไว้ เพื่อที่จะไม่ให้หน่วยงานเกิดความซ้ำซ้อนหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงของที่ดินทํากินได้เข้ามามีบทบาท และ สคทช. จะหยิบยื่นเข้ามามาดูแลในเรื่องนี้ . นายคงกฤษ กล่าวว่า หน่วยงานนี้มีหน้าที่กํากับดูแลในเรื่องเกี่ยวกับแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน กับหน่วยงานที่มีความซ้ำซ้อน จะเห็นว่าที่ได้ตั้งงบประมาณไว้แล้วมีการปรับลดไว้ หน่วยงานของ สคทช. 274 ล้านกว่าบาท มีการปรับลด 9 ล้านกว่าบาท โดยเฉพาะยิ่งในเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนา และประเมินผลการปฏิบัติราชการ และสนับสนุนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างโอกาส และความเสมอภาคทางสังคม สนับสนุนบริหารจัดการที่ดิน และทรัพยากรของที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นรายการ One Map ไปถึงไหนแล้ว ซึ่งยังไม่ได้รับความคืบหน้าแต่อย่างใด การแก้ปัญหาที่ดินทํากินของหน่วยงานซ้ำซ้อน ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)โดยตรง หรือกรมป่าไม้ก็ดี . สำหรับกระทรวงทรัพย์ฯ เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทํากินของประชาชน วันนี้มีความซ้ำซ้อน สคทช. ได้เข้ามามีบทบาทในการดูแลโดยมีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน และมอบให้รองนายกรัฐมนตรีดูแล มี ผอ. เลขาธิการสคทช. เป็นผู้ที่ได้รับมอบนโยบาย และเข้ามาดูแล ซึ่งในส่วนนี้ ขอเจาะไปที่จังหวัดระนอง ที่มีพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์เพียง 20% นอกนั้นเป็นเขตป่า แต่พื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนคือ 800 กว่าไร่ ซึ่ง สคทช. ได้ขอให้กระทรวงทรัพย์ฯ หรือกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) มาดูแลตั้งแต่ปี 2562 โดยจะเป็นโมเดลของสคทช. และจะแก้ตรงนี้ให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ แต่ทราบหรือไม่ว่า วันนี้โมเดลของสคทช. ไม่ไปถึงไหน นายคงกฤษ ระบุ . “ ขอถามว่า สคทช. หน่วยงานนี้ มีไว้ทําอะไร เปลืองงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของจังหวัดระนองอย่างเดียว ยังมีจังหวัดอื่นๆ ที่รอการแก้ไขของสคทช. เพราะ สคทช. ให้ความหวังทุกอย่างกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ แต่จังหวัดระนอง 800 กว่าไร่ ยังแก้ไม่ได้ แล้วอย่างนี้จะไปแก้ที่ไหนได้ “ . นายคงกฤษ กล่าวเพิ่มว่า สำหรับที่ดินทำกิน 800กว่าไร่ จ.ระนอง คืนให้กระทรวงทรัพย์ฯ ดีกว่า เพราะ 2,000 กว่าไร่ ที่อยู่ในเขตของกระทรวงทรัพย์ฯ หรือทช. ดูแลวันนี้ 2,000 กว่าไร่ ได้รับความคืบหน้ามากกว่าที่ สคทช. ดูแล อีกทั้งจะได้ไม่ต้องเปลืองงบประมาณในการที่จะตั้งงบประมาณในปีต่อไป . “ ตั้งแต่ที่ผมได้รับตําแหน่ง สส. มา ผมกับหน่วยงานให้ความสําคัญ ให้ทุกอย่างในการอภิปราย ให้ความหวังว่าหน่วยงานนี้คงจะต้องกลับมาแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ในเรื่องของที่ดินทํากิน แต่ สคทช. ตั้งงบประมาณมาไม่สามารถที่จะดูแลพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้ จึงขอฝากในส่วนนี้ว่า สํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ที่นําโดยท่านนายกรัฐมนตรี ผมว่าให้กลับไปปรับปรุงแก้ไข หรือที่ผมได้สงวนคำแปรญัตติ 1% ผมว่าน้อยไป “ . ทั้งนี้ นายคงกฤษ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ไม่น่าจะมีหน่วยงาน สคทช. นี้แล้ว ควรยกให้กระทรวงที่เขามีความสามารถรับผิดชอบดูแลและแก้ไขดีกว่า ในส่วนนี้จึงขอปรับลดงบประมาณในส่วนที่สงวนคําแปรญัตติไว้ที่ 1%