14 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย อภิปราย (มาตรา 15) งบประมาณกระทรวงคมนาคม และหน่วยในกำกับ เสนอคําขอของบประมาณในปีนี้ 185,261 ล้านบาท ว่า กรรมาธิการปรับลดแค่ 795 ล้านบาท โดยขอเสนอปรับ 5% สำหรับกรมทางหลวงตั้งงบประมาณไว้ 123,411 ล้านบาท คิดเป็น 66.62% ของคมนาคม กรรมาธิการปรับลดแค่ 552 ล้านบาท และกรมทางหลวงชนบท ตั้งงบประมาณไว้ 50,269 ล้านบาท คิดเป็น 27.13% ซึ่งทั้ง 2 กรม เมื่อมารวมกันเป็นงบประมาณทั้งหมด 173,680 ล้านบาท คิดเป็น 93.75% เพราะฉะนั้นสิ่งที่เหลือให้กับหน่วยงานอื่นในสังกัดกระทรวงคมนาคม 11,581 ล้านบาท เหลือ 6.25%
.
นายณัฏฐ์ชนน ระบุว่า เรื่องที่สร้างความเสียหายปีละหลายพันล้านบาท เราต้องตั้งงบประมาณไปอุดรูโจร จึงขอฝากประเด็นสําคัญไปยังทางหลวง ทางหลวงชนบท คือปัญหาเล็กๆ ปัญหาไฟส่องสว่างแนวทางหลวง และทางหลวงชนบทดับ ซึ่งเกิดจากสาเหตุสายไฟหาย ฟิวส์เสีย หม้อแปลงเสีย และหม้อแปลงถูกขโมย ที่สําคัญสายไฟโดนขโมย แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่หน่วยงานของรัฐต้องตั้งงบประมาณในการไปแก้ไขในปีหนึ่งหลายพันล้านบาท
.
“ เรื่องไฟส่องสว่างที่แยกสะท้อน หมายเลข 408 ระยะทางจากแยกไฟแดงประมาณ 2 กิโลเมตร ดับมาเป็นเวลา 2 อาทิตย์แล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ไข และคิดว่าปัญหาเหล่านี้ เพื่อนสส. ก็ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเช่นเดียวกัน “
.
ส่วนเรื่องโครงการศึกษาความเหมาะสมของทางหลวง และทางหลวงชนบทมีทุกปี โดยปี 66 ทางหลวงชนบทตั้งงบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อที่จะศึกษาวงแหวนรอบเมืองนาทวี ขั้นตอนต่อไปกรมทางหลวงต้องเสนอพระราชกฤษฎีกาเพื่อเวนคืนที่ดินต่อไป เพื่อจ่ายเงินชดเชยในแนวที่สํารวจไว้ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ปี แล้วก็ตั้งงบประมาณก่อสร้างถนนแนววงแหวนรอบเมือง ระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร ถ้าหากโครงการนี้เกิดขึ้นช้าจะส่งผลคือ 1) การซื้อ-ขายของพี่น้องประชาชนทําไม่ได้ 2) จะปลูกพืชทดแทนในแนวเขตที่กันไว้ร้อยกว่าไร่ก็ไม่สามารถทําได้ และไม่มั่นใจที่จะไปทํา 3) ไม่สามารถจะพัฒนาที่ดินดังกล่าวและที่ดินรอบข้างได้ 4) มูลค่าการก่อสร้างเพิ่มขึ้น ค่าครุภัณฑ์เพิ่มขึ้นทุกปี นายณัฏฐ์ชนน กล่าว
.
นอกจากนี้ นายณัฏฐ์ชนน ได้ฝากไปยัง 2 หน่วยงานคือ กรมทางหลวง และทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เรื่องแรก) เรื่องไฟฟ้าดับในพื้นที่ สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ โดยเฉพาะงบประมาณของแผ่นดินที่กําลังพิจารณา เรื่องที่สอง) การเดินหน้าโครงการถนนเลี่ยงเมืองนาทวีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และหวังว่าในปีงบประมาณ 2570 พี่น้องประชาชนคงได้ฟังข่าวดีจากกระทรวงคมนาคม อย่างไรก็ตาม ตนมีความตั้งใจจะขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงคมนาคมปี 2569 5% เหมือนเดิม นายณัฏฐ์ชนน กล่าวทิ้งท้าย
14 สิงหาคม 2568 เวลา 18:59
"ณัฏฐ์ชนน" ปรับลด งบคค. 5% จี้ ทล.-ทช. แก้ปัญหาไฟฟ้าดับ ย้ำ เร่งเดินหน้าโครงการ ถนนเลี่ยงเมืองนาทวี ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
ทำซะที! “ณัฏฐ์ชนน” ปรับลดงบคค. 5% จี้ ทล.-ทช. เร่งแก้ปัญหาเรื่องไฟฟ้าดับจนสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ ย้ำ เร่งเดินหน้าโครงการถนนเลี่ยงเมืองนาทวีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หวังปีงบฯ 70 ประชาชนจะได้รับข่าวดี
14 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย อภิปราย (มาตรา 15) งบประมาณกระทรวงคมนาคม และหน่วยในกำกับ เสนอคําขอของบประมาณในปีนี้ 185,261 ล้านบาท ว่า กรรมาธิการปรับลดแค่ 795 ล้านบาท โดยขอเสนอปรับ 5% สำหรับกรมทางหลวงตั้งงบประมาณไว้ 123,411 ล้านบาท คิดเป็น 66.62% ของคมนาคม กรรมาธิการปรับลดแค่ 552 ล้านบาท และกรมทางหลวงชนบท ตั้งงบประมาณไว้ 50,269 ล้านบาท คิดเป็น 27.13% ซึ่งทั้ง 2 กรม เมื่อมารวมกันเป็นงบประมาณทั้งหมด 173,680 ล้านบาท คิดเป็น 93.75% เพราะฉะนั้นสิ่งที่เหลือให้กับหน่วยงานอื่นในสังกัดกระทรวงคมนาคม 11,581 ล้านบาท เหลือ 6.25%
.
นายณัฏฐ์ชนน ระบุว่า เรื่องที่สร้างความเสียหายปีละหลายพันล้านบาท เราต้องตั้งงบประมาณไปอุดรูโจร จึงขอฝากประเด็นสําคัญไปยังทางหลวง ทางหลวงชนบท คือปัญหาเล็กๆ ปัญหาไฟส่องสว่างแนวทางหลวง และทางหลวงชนบทดับ ซึ่งเกิดจากสาเหตุสายไฟหาย ฟิวส์เสีย หม้อแปลงเสีย และหม้อแปลงถูกขโมย ที่สําคัญสายไฟโดนขโมย แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่หน่วยงานของรัฐต้องตั้งงบประมาณในการไปแก้ไขในปีหนึ่งหลายพันล้านบาท
.
“ เรื่องไฟส่องสว่างที่แยกสะท้อน หมายเลข 408 ระยะทางจากแยกไฟแดงประมาณ 2 กิโลเมตร ดับมาเป็นเวลา 2 อาทิตย์แล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ไข และคิดว่าปัญหาเหล่านี้ เพื่อนสส. ก็ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเช่นเดียวกัน “
.
ส่วนเรื่องโครงการศึกษาความเหมาะสมของทางหลวง และทางหลวงชนบทมีทุกปี โดยปี 66 ทางหลวงชนบทตั้งงบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อที่จะศึกษาวงแหวนรอบเมืองนาทวี ขั้นตอนต่อไปกรมทางหลวงต้องเสนอพระราชกฤษฎีกาเพื่อเวนคืนที่ดินต่อไป เพื่อจ่ายเงินชดเชยในแนวที่สํารวจไว้ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ปี แล้วก็ตั้งงบประมาณก่อสร้างถนนแนววงแหวนรอบเมือง ระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร ถ้าหากโครงการนี้เกิดขึ้นช้าจะส่งผลคือ 1) การซื้อ-ขายของพี่น้องประชาชนทําไม่ได้ 2) จะปลูกพืชทดแทนในแนวเขตที่กันไว้ร้อยกว่าไร่ก็ไม่สามารถทําได้ และไม่มั่นใจที่จะไปทํา 3) ไม่สามารถจะพัฒนาที่ดินดังกล่าวและที่ดินรอบข้างได้ 4) มูลค่าการก่อสร้างเพิ่มขึ้น ค่าครุภัณฑ์เพิ่มขึ้นทุกปี นายณัฏฐ์ชนน กล่าว
.
นอกจากนี้ นายณัฏฐ์ชนน ได้ฝากไปยัง 2 หน่วยงานคือ กรมทางหลวง และทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เรื่องแรก) เรื่องไฟฟ้าดับในพื้นที่ สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ โดยเฉพาะงบประมาณของแผ่นดินที่กําลังพิจารณา เรื่องที่สอง) การเดินหน้าโครงการถนนเลี่ยงเมืองนาทวีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และหวังว่าในปีงบประมาณ 2570 พี่น้องประชาชนคงได้ฟังข่าวดีจากกระทรวงคมนาคม อย่างไรก็ตาม ตนมีความตั้งใจจะขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงคมนาคมปี 2569 5% เหมือนเดิม นายณัฏฐ์ชนน กล่าวทิ้งท้าย
14 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย อภิปราย (มาตรา 15) งบประมาณกระทรวงคมนาคม และหน่วยในกำกับ เสนอคําขอของบประมาณในปีนี้ 185,261 ล้านบาท ว่า กรรมาธิการปรับลดแค่ 795 ล้านบาท โดยขอเสนอปรับ 5% สำหรับกรมทางหลวงตั้งงบประมาณไว้ 123,411 ล้านบาท คิดเป็น 66.62% ของคมนาคม กรรมาธิการปรับลดแค่ 552 ล้านบาท และกรมทางหลวงชนบท ตั้งงบประมาณไว้ 50,269 ล้านบาท คิดเป็น 27.13% ซึ่งทั้ง 2 กรม เมื่อมารวมกันเป็นงบประมาณทั้งหมด 173,680 ล้านบาท คิดเป็น 93.75% เพราะฉะนั้นสิ่งที่เหลือให้กับหน่วยงานอื่นในสังกัดกระทรวงคมนาคม 11,581 ล้านบาท เหลือ 6.25%
.
นายณัฏฐ์ชนน ระบุว่า เรื่องที่สร้างความเสียหายปีละหลายพันล้านบาท เราต้องตั้งงบประมาณไปอุดรูโจร จึงขอฝากประเด็นสําคัญไปยังทางหลวง ทางหลวงชนบท คือปัญหาเล็กๆ ปัญหาไฟส่องสว่างแนวทางหลวง และทางหลวงชนบทดับ ซึ่งเกิดจากสาเหตุสายไฟหาย ฟิวส์เสีย หม้อแปลงเสีย และหม้อแปลงถูกขโมย ที่สําคัญสายไฟโดนขโมย แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่หน่วยงานของรัฐต้องตั้งงบประมาณในการไปแก้ไขในปีหนึ่งหลายพันล้านบาท
.
“ เรื่องไฟส่องสว่างที่แยกสะท้อน หมายเลข 408 ระยะทางจากแยกไฟแดงประมาณ 2 กิโลเมตร ดับมาเป็นเวลา 2 อาทิตย์แล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ไข และคิดว่าปัญหาเหล่านี้ เพื่อนสส. ก็ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเช่นเดียวกัน “
.
ส่วนเรื่องโครงการศึกษาความเหมาะสมของทางหลวง และทางหลวงชนบทมีทุกปี โดยปี 66 ทางหลวงชนบทตั้งงบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อที่จะศึกษาวงแหวนรอบเมืองนาทวี ขั้นตอนต่อไปกรมทางหลวงต้องเสนอพระราชกฤษฎีกาเพื่อเวนคืนที่ดินต่อไป เพื่อจ่ายเงินชดเชยในแนวที่สํารวจไว้ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ปี แล้วก็ตั้งงบประมาณก่อสร้างถนนแนววงแหวนรอบเมือง ระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร ถ้าหากโครงการนี้เกิดขึ้นช้าจะส่งผลคือ 1) การซื้อ-ขายของพี่น้องประชาชนทําไม่ได้ 2) จะปลูกพืชทดแทนในแนวเขตที่กันไว้ร้อยกว่าไร่ก็ไม่สามารถทําได้ และไม่มั่นใจที่จะไปทํา 3) ไม่สามารถจะพัฒนาที่ดินดังกล่าวและที่ดินรอบข้างได้ 4) มูลค่าการก่อสร้างเพิ่มขึ้น ค่าครุภัณฑ์เพิ่มขึ้นทุกปี นายณัฏฐ์ชนน กล่าว
.
นอกจากนี้ นายณัฏฐ์ชนน ได้ฝากไปยัง 2 หน่วยงานคือ กรมทางหลวง และทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เรื่องแรก) เรื่องไฟฟ้าดับในพื้นที่ สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ โดยเฉพาะงบประมาณของแผ่นดินที่กําลังพิจารณา เรื่องที่สอง) การเดินหน้าโครงการถนนเลี่ยงเมืองนาทวีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และหวังว่าในปีงบประมาณ 2570 พี่น้องประชาชนคงได้ฟังข่าวดีจากกระทรวงคมนาคม อย่างไรก็ตาม ตนมีความตั้งใจจะขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงคมนาคมปี 2569 5% เหมือนเดิม นายณัฏฐ์ชนน กล่าวทิ้งท้าย