"สส.ยศวัฒน์" จี้ ก.คมนาคม เร่ง ปลดล็อกโดรนเกษตร ชี้ระบบล่าช้า เข้าถึงยาก เกษตรกรเสี่ยงทำผิดกม. เสนอ 4 ข้อ ช่วย เกษตรกรอย่างยั่งยืน

"สส.ยศวัฒน์" จี้ ก.คมนาคม เร่ง ปลดล็อกโดรนเกษตร ชี้ระบบล่าช้า เข้าถึงยาก เกษตรกรเสี่ยงทำผิดกม. เสนอ 4 ข้อ ช่วย เกษตรกรอย่างยั่งยืน

"กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้" สส.ยศวัฒน์ จี้ ก.คมนาคม เร่งปลดล็อกโดรนเกษตร ชี้ระบบล่าช้า เข้าถึงยาก เกษตรกรเสี่ยงทำผิดกฎหมาย เสนอ 4 ข้อ ช่วยเกษตรกรอย่างยั่งยืน วันที่ 14 สิงหาคม 2568 นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วาระ 2 มาตรา 15 งบประมาณของกระทรวงคมนาคม โดยชี้ถึงปัญหาการรบบริเวณชายแดไทย -กัมพุชา ทำให้ประชาชน โดยเฉพาะภาคการเกษตรทั่วประเทศ ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดในการใช้โดรนเพื่อการเกษตร นายยศวัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรไทยกำลังเผชิญกับปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยโดรนเพื่อการเกษตร เป็นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยลดต้นทุนได้มากถึง 20-30% ทั้งในเรื่องค่าแรงและปริมาณการใช้ปุ๋ยยา ทำให้ทำงานได้เร็วกว่าการใช้แรงงานคน ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลกลับไม่ให้ความสำคัญกับการใช้โดรนทางการเกษตร ไม่เคยสนับสนุนในเรื่องของความรู้ การฝึกทักษะการใช้เทคโนโลยีกับเกษตรกรยุคใหม่ เกษตรกรจะต้องขออนุญาตการใช้โดรน โดยเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต หรือ ซีเอเอ "ถามหน่อยครับว่า ถ้าเกษตรกร ตาสี ตาสา หรือผู้ที่กําลังฝึกโดรนบินแล้วเป็นเกษตรกร ไม่มีความรู้เรื่องการเข้าสู่ระบบ เขาจะทําได้อย่างไร เขาจะต้องตกเป็นจําเลยทางกฎหมาย และใช้เวลา 7-15 วันกว่าระบบจะตอบ ดังคำโบราณที่ว่า กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ กว่าเกษตรกรจะได้รับอนุญาตจากการบินโดรน เพื่อให้ปุ๋ยให้ยา ลดต้นทุนการเกษตร บางทีไร่นา พืชผล อาจจะเหี่ยวตายไปแล้วก็ได้" นายยศวัฒน์ กล่าว นายยศวัฒน์ ยังได้ฝากแนวทางให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาคือ 1.จัดตั้งระบบ One Stop Service สำหรับขออนุญาตบินโดรนเพื่อการเกษตรที่เดียว และได้คำตอบภายใน 3 วัน 2.สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดอบรม และออกใบอนุญาตบังคับโดรนให้เกษตรกรโดยไม่มีค่าใช้จ่าย 3.บูรณาการฐานข้อมูล ระหว่าง กพท., กสทช., และกรมวิชาการเกษตร เพื่อลดขั้นตอนและเอกสารที่ซ้ำซ้อน และ4.สนับสนุนประกันภัยโดรน สำหรับเกษตรกรรายย่อยผ่านกองทุนของภาครัฐ หวังว่ากระทรวงคมนาคมจะนำไปพิจารณา ไม่อยากให้เกษตรกรมีคาใช้จ่ายที่สูงขึ้น และตกเป็นจำเลยในสิ่งที่อาจไม่รู้และเข้าไม่ถึง "สุดท้าย ขอตัดลดงบประมาณของกระทรวงคมนาคม 1% ในส่วนอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น มาใช้ทำในสิ่งที่ควรทำ เช่น ไฟแดงทางเข้าวัดดงศักดิ์ ถนนเส้น 323 ที่ผมพูดมาหลายปีและหลายครั้ง ยังไม่เห็นทำสักที ไฟที่ดับแล้วดับอีก ถนนเส้นสีสะท้อนแสง เพื่อที่จะลดอุบัติเหตุ สิ่งที่พูดเหล่านี้ท่านยังไม่ทํา และเพื่อที่จะเอามาสนับสนุนในภาคการเกษตรที่เกี่ยวกับคมนาคม และเป็นหัวใจของคนไทยทั้งประเทศคือ เกษตรกรไทย" สส.กาญจนบุรี กล่าว