14 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ว่า เมื่อได้พิจารณาแล้วก็มีความห่วงใยรวมถึงคําถามไปยังกรรมาธิการ เพราะเมื่อดูตัวเลขก็ตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งกรมฯ ที่ถูกพิจารณาปรับลดไป 1,500 กว่าล้านบาท ซึ่งใน 1,500 กว่าล้าน นั้นไปอยู่ในส่วนของเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่จะไปให้กับท้องถิ่น อบต.ต่างๆ 1,400 กว่าล้าน
นายกรวีร์ ได้ตั้งข้อสังเกตและข้อซักถามในประการแรกว่า มีการปรับลดในค่าใช้จ่ายอบรมและสัมมนา จึงฝากไปยังกรรมาธิการว่า ตนเองได้ในฐานะเป็นอนุกรรมาธิการอยู่ในห้องอบรมสัมมนา ได้มีการพิจารณาแล้ว ก็ปรับลดเงินสัมมนาไปถึง 100 กว่าล้านบาท ที่ปรับลดตรงนี้คือเงินที่จะใช้ไปในการพัฒนาศักยภาพ และเสริมสร้างทักษะในการส่งเสริมสนับสนุนดูแลผู้มีภาระพึ่งพิง หรือกลุ่มอาสาสมัครบริบาล กลุ่มเหล่านี้มีความจําเป็น เพราะถ้าไม่ผ่านการอบรม ไม่มีใบประกาศ ไม่สามารถที่จะเป็นอาสาบริบาลได้ จึงอยากถามกรรมาธิการว่า มีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร และไม่ได้มีการคืนงบให้ นั่นหมายความว่าปี 2569 จะไม่มีการอบรมอาสาสมัครบริบาลให้กับท้องถิ่นเพิ่มเติมแม้แต่คนเดียว ใช่หรือไม่
ประการต่อมา เรื่องของเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ถูกตัดลดไป 1,400 กว่าล้านบาท และแปลกใจในการทําหน้าที่ของกรรมาธิการงบประมาณในปีนี้ ซึ่งปีที่แล้วก็ถูกปรับลดไปไม่มากตามเหตุผล โครงการไหนที่เกินความจําเป็น ไม่มีความพร้อม ถูกปรับลดไปอันนี้มีเหตุมีผลไม่ว่ากัน แต่การพิจารณาในปีนี้ตัดลดงบฯ ไปถึง 1,400 กว่าล้านบาท โดยที่ท้องถิ่น อบต. ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งมาชี้แจงถึงเหตุผลความจําเป็น และที่สำคัญ รัฐบาลบอกว่าอยากเห็นการกระจายอํานาจทางการคลัง กระจายงบประมาณไปยังท้องถิ่น ตั้งเป้าเอาไว้ในระยะยาวไม่น้อยกว่า 35% แต่วันนี้ไปปรับลดลง แล้วอย่างนี้จะไปถึง 35% ตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ได้อย่างไร
“ กรรมาธิการที่นั่งอยู่ด้านบนท่านไม่กลัวหรือครับ คนเขาจะเข้าใจผิด คิดว่ารัฐบาลชุดนี้ เป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ เป็นรัฐบาลที่ใจดำกับท้องถิ่นเหลือเกิน ขอมาก็ไม่ให้ “
อย่างไรก็ตาม นายกรวีร์ ได้มีการตั้งข้อสังเกตและข้อซักถามเพิ่มอีกว่า กว่าที่ท้องถิ่นจะได้โครงการเข้ามาอยู่ในเล่มขาวคาดแดง ต้องมีการตั้งโครงการ สำรวจ มีลำดับขั้นตอนส่งผ่านท้องถิ่น ผู้ว่าฯ ไปยังสำนักงบฯ สุดท้ายไม่ผ่าน จึงขอถามไปยังกรรมาธิการว่า ตามที่ได้มีเสียงเล่าลือว่า มีกรรมาธิการบางท่านชื่อย่อ พ.พาน ชื่อเล่น ก.ไก่ เมื่อถึงเวลาพิจารณาก็ขานโครงการที่มีเป็นร้อยโครงการ ซึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเลขที่ขานไปเป็นโครงการอะไรบ้าง อยู่ที่ไหนบ้าง ไม่ได้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ใดๆ เลย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รุนแรง และเชื่อว่าสภาอันทรงเกียรติตรงนี้ต้องรับรู้ร่วมกัน
“ ผมตั้งคําถาม ไม่ได้เชื่อว่าจริง เพราะผมคิดว่าคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ... เลยต้องมาถามว่า พฤติกรรมที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก และคนที่ผมพูดอยู่ตรงนี้ นั่งอยู่บนบัลลังก์ หรือเป็นบุคคลภายนอก ถ้านั่งอยู่บนบัลลังก์ท่านขึ้นมาชี้แจงทีว่า สิ่งที่ผมได้ยินมานั้นมันเป็นเรื่องโกหก “
นอกจากนี้ นายกรวีร์ ยังตั้งคำถามถึงกรรมาธิการด้วยว่า ทำไมถึงไม่เอะใจว่า ตัวเลขที่ถูกปรับลด 1,400 กว่าล้านบาท ถึงตัดลดไปแบบนั้น ได้ถามหรือไม่ว่า หลักเกณฑ์ในการตัด ไปตัดอะไร จึงเป็นคําถามว่า เกิดอะไรขึ้นในการพิจารณาของงบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
“ ไม่สงสาร อบต. บ้างหรือ ... เมื่อเกิดสงครามยิงกันก็ให้อบต. ท้องถิ่น บอกเอาเงินสํารองท้องถิ่นจ่ายไปก่อน ก็ให้ท้องถิ่นแบกไป ... พอถึงเวลามาพิจารณางบประมาณ กลับไปปรับลดของท้องถิ่นอีกพันกว่าล้าน จึงขอฝากไปยังกรรมาธิการให้ช่วยตอบคําถามด้วย” นายกรวีร์ กล่าวทิ้งท้าย
15 สิงหาคม 2568 เวลา 02:14
เดือด ! "กรวีร์" ชี้ ปรับลดงบฯ ท้องถิ่น พ้นกว่าล้าน ใช้หลักเกณฑ์ใดตัดสิน จี้ กมร. ชี้แจงให้ชัดเจน มีหลักธรรมาภิบาล แล้วใช่หรือไม่
เดือด ! “กรวีร์” อัดยับ ปรับลดงบฯ ท้องถิ่นพันกว่าล้าน ใช้หลักเกณฑ์ใดมาตัดสิน จี้ กมธ.ควรชี้แจงให้ชัดเจน คาใจ นี่คือวิธีการที่ยุติธรรม มีหลักธรรมาภิบาลแล้วใช่หรือไม่ ระวังคนเข้าใจผิด คิดว่า รบ.ชุดนี้เป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ เป็น รบ. ที่ใจดำกับท้องถิ่น
14 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ว่า เมื่อได้พิจารณาแล้วก็มีความห่วงใยรวมถึงคําถามไปยังกรรมาธิการ เพราะเมื่อดูตัวเลขก็ตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งกรมฯ ที่ถูกพิจารณาปรับลดไป 1,500 กว่าล้านบาท ซึ่งใน 1,500 กว่าล้าน นั้นไปอยู่ในส่วนของเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่จะไปให้กับท้องถิ่น อบต.ต่างๆ 1,400 กว่าล้าน
นายกรวีร์ ได้ตั้งข้อสังเกตและข้อซักถามในประการแรกว่า มีการปรับลดในค่าใช้จ่ายอบรมและสัมมนา จึงฝากไปยังกรรมาธิการว่า ตนเองได้ในฐานะเป็นอนุกรรมาธิการอยู่ในห้องอบรมสัมมนา ได้มีการพิจารณาแล้ว ก็ปรับลดเงินสัมมนาไปถึง 100 กว่าล้านบาท ที่ปรับลดตรงนี้คือเงินที่จะใช้ไปในการพัฒนาศักยภาพ และเสริมสร้างทักษะในการส่งเสริมสนับสนุนดูแลผู้มีภาระพึ่งพิง หรือกลุ่มอาสาสมัครบริบาล กลุ่มเหล่านี้มีความจําเป็น เพราะถ้าไม่ผ่านการอบรม ไม่มีใบประกาศ ไม่สามารถที่จะเป็นอาสาบริบาลได้ จึงอยากถามกรรมาธิการว่า มีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร และไม่ได้มีการคืนงบให้ นั่นหมายความว่าปี 2569 จะไม่มีการอบรมอาสาสมัครบริบาลให้กับท้องถิ่นเพิ่มเติมแม้แต่คนเดียว ใช่หรือไม่
ประการต่อมา เรื่องของเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ถูกตัดลดไป 1,400 กว่าล้านบาท และแปลกใจในการทําหน้าที่ของกรรมาธิการงบประมาณในปีนี้ ซึ่งปีที่แล้วก็ถูกปรับลดไปไม่มากตามเหตุผล โครงการไหนที่เกินความจําเป็น ไม่มีความพร้อม ถูกปรับลดไปอันนี้มีเหตุมีผลไม่ว่ากัน แต่การพิจารณาในปีนี้ตัดลดงบฯ ไปถึง 1,400 กว่าล้านบาท โดยที่ท้องถิ่น อบต. ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งมาชี้แจงถึงเหตุผลความจําเป็น และที่สำคัญ รัฐบาลบอกว่าอยากเห็นการกระจายอํานาจทางการคลัง กระจายงบประมาณไปยังท้องถิ่น ตั้งเป้าเอาไว้ในระยะยาวไม่น้อยกว่า 35% แต่วันนี้ไปปรับลดลง แล้วอย่างนี้จะไปถึง 35% ตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ได้อย่างไร
“ กรรมาธิการที่นั่งอยู่ด้านบนท่านไม่กลัวหรือครับ คนเขาจะเข้าใจผิด คิดว่ารัฐบาลชุดนี้ เป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ เป็นรัฐบาลที่ใจดำกับท้องถิ่นเหลือเกิน ขอมาก็ไม่ให้ “
อย่างไรก็ตาม นายกรวีร์ ได้มีการตั้งข้อสังเกตและข้อซักถามเพิ่มอีกว่า กว่าที่ท้องถิ่นจะได้โครงการเข้ามาอยู่ในเล่มขาวคาดแดง ต้องมีการตั้งโครงการ สำรวจ มีลำดับขั้นตอนส่งผ่านท้องถิ่น ผู้ว่าฯ ไปยังสำนักงบฯ สุดท้ายไม่ผ่าน จึงขอถามไปยังกรรมาธิการว่า ตามที่ได้มีเสียงเล่าลือว่า มีกรรมาธิการบางท่านชื่อย่อ พ.พาน ชื่อเล่น ก.ไก่ เมื่อถึงเวลาพิจารณาก็ขานโครงการที่มีเป็นร้อยโครงการ ซึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเลขที่ขานไปเป็นโครงการอะไรบ้าง อยู่ที่ไหนบ้าง ไม่ได้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ใดๆ เลย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รุนแรง และเชื่อว่าสภาอันทรงเกียรติตรงนี้ต้องรับรู้ร่วมกัน
“ ผมตั้งคําถาม ไม่ได้เชื่อว่าจริง เพราะผมคิดว่าคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ... เลยต้องมาถามว่า พฤติกรรมที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก และคนที่ผมพูดอยู่ตรงนี้ นั่งอยู่บนบัลลังก์ หรือเป็นบุคคลภายนอก ถ้านั่งอยู่บนบัลลังก์ท่านขึ้นมาชี้แจงทีว่า สิ่งที่ผมได้ยินมานั้นมันเป็นเรื่องโกหก “
นอกจากนี้ นายกรวีร์ ยังตั้งคำถามถึงกรรมาธิการด้วยว่า ทำไมถึงไม่เอะใจว่า ตัวเลขที่ถูกปรับลด 1,400 กว่าล้านบาท ถึงตัดลดไปแบบนั้น ได้ถามหรือไม่ว่า หลักเกณฑ์ในการตัด ไปตัดอะไร จึงเป็นคําถามว่า เกิดอะไรขึ้นในการพิจารณาของงบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
“ ไม่สงสาร อบต. บ้างหรือ ... เมื่อเกิดสงครามยิงกันก็ให้อบต. ท้องถิ่น บอกเอาเงินสํารองท้องถิ่นจ่ายไปก่อน ก็ให้ท้องถิ่นแบกไป ... พอถึงเวลามาพิจารณางบประมาณ กลับไปปรับลดของท้องถิ่นอีกพันกว่าล้าน จึงขอฝากไปยังกรรมาธิการให้ช่วยตอบคําถามด้วย” นายกรวีร์ กล่าวทิ้งท้าย
14 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ว่า เมื่อได้พิจารณาแล้วก็มีความห่วงใยรวมถึงคําถามไปยังกรรมาธิการ เพราะเมื่อดูตัวเลขก็ตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งกรมฯ ที่ถูกพิจารณาปรับลดไป 1,500 กว่าล้านบาท ซึ่งใน 1,500 กว่าล้าน นั้นไปอยู่ในส่วนของเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่จะไปให้กับท้องถิ่น อบต.ต่างๆ 1,400 กว่าล้าน
นายกรวีร์ ได้ตั้งข้อสังเกตและข้อซักถามในประการแรกว่า มีการปรับลดในค่าใช้จ่ายอบรมและสัมมนา จึงฝากไปยังกรรมาธิการว่า ตนเองได้ในฐานะเป็นอนุกรรมาธิการอยู่ในห้องอบรมสัมมนา ได้มีการพิจารณาแล้ว ก็ปรับลดเงินสัมมนาไปถึง 100 กว่าล้านบาท ที่ปรับลดตรงนี้คือเงินที่จะใช้ไปในการพัฒนาศักยภาพ และเสริมสร้างทักษะในการส่งเสริมสนับสนุนดูแลผู้มีภาระพึ่งพิง หรือกลุ่มอาสาสมัครบริบาล กลุ่มเหล่านี้มีความจําเป็น เพราะถ้าไม่ผ่านการอบรม ไม่มีใบประกาศ ไม่สามารถที่จะเป็นอาสาบริบาลได้ จึงอยากถามกรรมาธิการว่า มีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร และไม่ได้มีการคืนงบให้ นั่นหมายความว่าปี 2569 จะไม่มีการอบรมอาสาสมัครบริบาลให้กับท้องถิ่นเพิ่มเติมแม้แต่คนเดียว ใช่หรือไม่
ประการต่อมา เรื่องของเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ถูกตัดลดไป 1,400 กว่าล้านบาท และแปลกใจในการทําหน้าที่ของกรรมาธิการงบประมาณในปีนี้ ซึ่งปีที่แล้วก็ถูกปรับลดไปไม่มากตามเหตุผล โครงการไหนที่เกินความจําเป็น ไม่มีความพร้อม ถูกปรับลดไปอันนี้มีเหตุมีผลไม่ว่ากัน แต่การพิจารณาในปีนี้ตัดลดงบฯ ไปถึง 1,400 กว่าล้านบาท โดยที่ท้องถิ่น อบต. ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งมาชี้แจงถึงเหตุผลความจําเป็น และที่สำคัญ รัฐบาลบอกว่าอยากเห็นการกระจายอํานาจทางการคลัง กระจายงบประมาณไปยังท้องถิ่น ตั้งเป้าเอาไว้ในระยะยาวไม่น้อยกว่า 35% แต่วันนี้ไปปรับลดลง แล้วอย่างนี้จะไปถึง 35% ตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ได้อย่างไร
“ กรรมาธิการที่นั่งอยู่ด้านบนท่านไม่กลัวหรือครับ คนเขาจะเข้าใจผิด คิดว่ารัฐบาลชุดนี้ เป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ เป็นรัฐบาลที่ใจดำกับท้องถิ่นเหลือเกิน ขอมาก็ไม่ให้ “
อย่างไรก็ตาม นายกรวีร์ ได้มีการตั้งข้อสังเกตและข้อซักถามเพิ่มอีกว่า กว่าที่ท้องถิ่นจะได้โครงการเข้ามาอยู่ในเล่มขาวคาดแดง ต้องมีการตั้งโครงการ สำรวจ มีลำดับขั้นตอนส่งผ่านท้องถิ่น ผู้ว่าฯ ไปยังสำนักงบฯ สุดท้ายไม่ผ่าน จึงขอถามไปยังกรรมาธิการว่า ตามที่ได้มีเสียงเล่าลือว่า มีกรรมาธิการบางท่านชื่อย่อ พ.พาน ชื่อเล่น ก.ไก่ เมื่อถึงเวลาพิจารณาก็ขานโครงการที่มีเป็นร้อยโครงการ ซึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเลขที่ขานไปเป็นโครงการอะไรบ้าง อยู่ที่ไหนบ้าง ไม่ได้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ใดๆ เลย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รุนแรง และเชื่อว่าสภาอันทรงเกียรติตรงนี้ต้องรับรู้ร่วมกัน
“ ผมตั้งคําถาม ไม่ได้เชื่อว่าจริง เพราะผมคิดว่าคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ... เลยต้องมาถามว่า พฤติกรรมที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก และคนที่ผมพูดอยู่ตรงนี้ นั่งอยู่บนบัลลังก์ หรือเป็นบุคคลภายนอก ถ้านั่งอยู่บนบัลลังก์ท่านขึ้นมาชี้แจงทีว่า สิ่งที่ผมได้ยินมานั้นมันเป็นเรื่องโกหก “
นอกจากนี้ นายกรวีร์ ยังตั้งคำถามถึงกรรมาธิการด้วยว่า ทำไมถึงไม่เอะใจว่า ตัวเลขที่ถูกปรับลด 1,400 กว่าล้านบาท ถึงตัดลดไปแบบนั้น ได้ถามหรือไม่ว่า หลักเกณฑ์ในการตัด ไปตัดอะไร จึงเป็นคําถามว่า เกิดอะไรขึ้นในการพิจารณาของงบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
“ ไม่สงสาร อบต. บ้างหรือ ... เมื่อเกิดสงครามยิงกันก็ให้อบต. ท้องถิ่น บอกเอาเงินสํารองท้องถิ่นจ่ายไปก่อน ก็ให้ท้องถิ่นแบกไป ... พอถึงเวลามาพิจารณางบประมาณ กลับไปปรับลดของท้องถิ่นอีกพันกว่าล้าน จึงขอฝากไปยังกรรมาธิการให้ช่วยตอบคําถามด้วย” นายกรวีร์ กล่าวทิ้งท้าย