นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน กรรมาธิการเสียงข้างน้อย สัดส่วนพรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 ในวาระ 2 ที่ขอสงวนความเห็นในมาตรา 20 งบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ว่า ได้ตั้งประเด็นที่ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ในการปรับลดงบประมาณในแผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรืองบอุดหนุนเฉพาะกิจขององค์การบริหารส่วนตําบล ที่ถูกปรับลดไปทั้งหมด 336 โครงการ เป็นจํานวนเงิน 1,427,859,600 บาท ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
.
นายกิตติชัย กล่าวว่า ในการปรับลดงบประมาณขององค์การบริหารส่วนตําบล เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตําบล เป็นหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน รับรู้ปัญหาความต้องการในการที่จะนํางบประมาณไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน องค์การบริหารส่วนตําบล ที่ของบอุดหนุนเฉพาะกิจมายังส่วนกลาง มีความหวังเพราะว่าองค์การบริหารส่วนตําบล แต่ละแห่ง เราทราบกันดี โดยเฉพาะในการพิจารณางบประมาณฉบับนี้ในวาระที่หนึ่ง สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายถึงปัญหาความขาดแคลนงบประมาณขององค์กรท้องถิ่น ในระดับรากหญ้า ที่ไม่มีงบประมาณไปพัฒนาอย่างเพียงพอ และในปีนี้ งบประมาณของการบริหารส่วนตําบลกลับถูกปรับลดไปถึง 1,427 ล้านกว่าบาท มากที่สุดในบรรดาหน่วยงานทุกหน่วยงานที่ถูกปรับลด แสดงให้เห็นว่า ในการปรับลดงบประมาณในครั้งนี้ ซึ่งความเป็นธรรม การพิจารณาไม่ได้พิจารณาถึงรายละเอียด ถึงความจําเป็น อย่างแท้จริง
.
“เมื่อพิจารณาถึงงบประมาณที่ถูกปรับลด 1,400 กว่า ล้านบาท ถามว่างบก้อนนี้ถูกนําไปไหน ผมมาดูในเล่มสีฟ้า ซึ่งเป็นเล่มที่ 4 รายงานของคณะกรรมาธิการที่มีรายการเพิ่ม และเปลี่ยนแปลง มีอยู่ทั้งหมด 9 หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณจากการปรับลด และหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณเพิ่ม จากการที่กรรมาธิการปรับลดมากที่สุดก็คือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) คนต่างจังหวัด ไม่มีโอกาสได้ใช้ แต่บัดนี้งบประมาณของคนต่างจังหวัด ของท้องถิ่นระดับรากหญ้า ถูกตัดจากชนบท มาเพิ่มให้กับคนกรุงเทพได้ใช้ นี่คือสิ่งที่ผมมองว่ามันไม่เป็นธรรม และผมมีข้อสังเกตว่า ในการปรับลดงบประมาณก้อนนี้ เท่าที่ได้ดูรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการ ที่อนุกรรมาธิการได้นําเสนอโครงการที่ถูกปรับลด ส่วนใหญ่เป็นโครงการถนนคอนกรีต เสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ และก็เครื่องผลิตน้ำดื่ม” นายกิตติชัย กล่าว
.
นายกิตติชัย กล่าวว่า ในประการที่ 2 โครงการที่ถูกปรับลด สิ่งที่เห็นชัดคือ อนุกรรมาธิการ โดยความเห็นชอบของกรรมาธิการ มีมติเห็นชอบให้ปรับลดเป็นโครงการตามบัญชีนวัตกรรมไทย ด้วยประเด็นที่ว่ามีราคาสูง แล้วก็มีการล็อกสเปค อยากจะเรียนผ่านไปยังสมาชิกทุกท่านว่า บัญชีนวัตกรรมไทย เป็นบัญชีสิ่งก่อสร้าง หรือสิ่งประดิษฐ์ ที่เกิดขึ้นจากการทํางานร่วมกันระหว่างสํานักงบประมาณ และสํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ บัญชีนวัตกรรมใดเหล่านี้ได้ถูกกําหนดสเปค ราคา โดยส่วนกลาง แล้วแจ้งเวียนไปยังหน่วยงานราชการทั่วประเทศ ซึ่งนั่นหมายถึงว่า อบต. เทศบาล อบจ. องค์กรท้องถิ่น ทั้งหมดด้วย เมื่อได้รับรายการในบัญชีเหล่านี้ ถ้าองค์กรท้องถิ่นไหน หรือหน่วยงานไหนอยากที่จะสร้างหรืออยากที่จะทําก็สามารถใช้สเปค ใช้ราคา ของบัญชีนวัตกรรมไทย มาของบประมาณได้ หรือตั้งงบประมาณของตัวเองก็ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อองค์กรท้องถิ่นในระดับ อบต. ซึ่งเขาไม่ได้มีช่าง หรือว่าไม่มีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องระบบไฟฟ้า เช่น ไฟฟ้าโซล่าเซลล์ อย่างนี้ใช้บัญชีนวัตกรรม ในการเสนองบประมาณมา อาจจะ 60,000 บ้าง 70,000 บ้าง
.
“เมื่อมาถึงในชั้นนี้ กรรมาธิการบอกว่ามันแพง ผมก็ตั้งคําถามว่า รายการสินค้าที่เขาจะนํางบประมาณไปซื้อนั้น เขาไม่ได้กําหนดเอง สํานักงบประมาณ สํานักนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นคนกําหนด เพราะฉะนั้นถ้าเห็นว่าโครงการเหล่านี้มันไม่ถูกต้อง มันแพง มันล็อกสเปค ต้องคุยกับสํานักงบประมาณ คุยกับสํานักนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าลดสเปคลง ลดราคาลงได้ไหม หรืออย่างไร แต่อย่างนี้เท่ากับว่า อบต. ถูกหลอกให้ตั้งงบประมาณมาแล้ว มาถึงชั้นกรรมาธิการถูกปรับลด ถูกตัด ด้วยข้อหาว่าล็อกสเปคของแพง ถามว่าอบต.เขาผิดอะไร” นายกิตติชัย กล่าว
.
นายกิตติชัย กล่าวว่า ในประการที่ 3 การปรับลดครั้งนี้ ยังมีความเห็นว่ามาตรฐานในการปรับลดงบประมาณยังไม่ได้มาตรฐาน ยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการปรับลด เพราะว่าเมื่อโฟกัสลงไปในโครงการที่ถูกปรับลด บางโครงการ เป็นโครงการลักษณะเดียวกัน สเปคเดียวกันบัญชีนวัตกรรมเดียวกัน ถูกปรับลด แต่บางโครงการสเปคเดียวกัน บัญชีนวัตกรรมเดียวกัน ราคาเดียวกันไม่ถูกปรับลด อันนี้จึงมีคําถามว่า แล้วตกลงมาตรฐานอยู่ตรงไหน และถ้าโฟกัสไปอีกจะเห็นว่าบางพื้นที่ บางจังหวัด บางเขตเลือกตั้ง ไม่ถูกปรับลดเลย แต่บางจังหวัดถูกปรับลดถึงร้อยกว่าล้านบาทก็มี 60 ล้าน 70 ล้าน หรือแม้แต่ถนนคอนกรีต ซึ่งเป็นถนนที่ อบต.ซึ่งใช้ราคากลางเป็นตัวกําหนด ถูกปรับลด
.
“ยกตัวอย่างจังหวัดร้อยเอ็ด ถูกปรับลดไปถึง 13 โครงการ งบประมาณ 60 ล้านบาท ที่ถูกปรับลดไป บางจังหวัดไม่ถูกปรับลดเลย แม้แต่โครงการเดียว แม้แต่บาทเดียว เพราะฉะนั้นด้วยความที่ไม่มีมาตรฐาน หรือไม่มีหลักเกณฑ์ ตรงนี้ ผมจึงขอสงวนความเห็น ไม่ควรปรับลดงบประมาณ เงินอุดหนุนเฉพาะกิจขององค์การบริหารส่วนตําบล ในหมวดยุทธศาสตร์ส่งเสริมการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย” นายกิตติชัย กล่าว
15 สิงหาคม 2568 เวลา 18:27
"กิตติชัย" ไม่เห็นด้วย กมธ.เสียงข้างมาก ปรับลดงบ อบต.1,427 ลบ. ไม่เป็นธรรม ตัดงบฯ ชนบท ไปทำรถฟ้า กทม. ล็อดสเปดจากส่วนกลาง ไม่มีมาตรฐาน การปรับลด
“กิตติชัย” ไม่เห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมาก ปรับลดงบอุดหนุนเฉพาะกิจ อบต.1,427 ล้านกว่าบาท ระบุ ไม่เป็นธรรม ตัดงบฯ จากชนบท เอาไปทำรถฟ้า ให้คน กทม. ระบุ อบต.ถูกหลอก ล็อคสเปคของแพงจากส่วนกลาง และไม่มีมาตรฐานการปรับลดแต่ละจังหวัด
นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน กรรมาธิการเสียงข้างน้อย สัดส่วนพรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 ในวาระ 2 ที่ขอสงวนความเห็นในมาตรา 20 งบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ว่า ได้ตั้งประเด็นที่ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ในการปรับลดงบประมาณในแผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรืองบอุดหนุนเฉพาะกิจขององค์การบริหารส่วนตําบล ที่ถูกปรับลดไปทั้งหมด 336 โครงการ เป็นจํานวนเงิน 1,427,859,600 บาท ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
.
นายกิตติชัย กล่าวว่า ในการปรับลดงบประมาณขององค์การบริหารส่วนตําบล เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตําบล เป็นหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน รับรู้ปัญหาความต้องการในการที่จะนํางบประมาณไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน องค์การบริหารส่วนตําบล ที่ของบอุดหนุนเฉพาะกิจมายังส่วนกลาง มีความหวังเพราะว่าองค์การบริหารส่วนตําบล แต่ละแห่ง เราทราบกันดี โดยเฉพาะในการพิจารณางบประมาณฉบับนี้ในวาระที่หนึ่ง สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายถึงปัญหาความขาดแคลนงบประมาณขององค์กรท้องถิ่น ในระดับรากหญ้า ที่ไม่มีงบประมาณไปพัฒนาอย่างเพียงพอ และในปีนี้ งบประมาณของการบริหารส่วนตําบลกลับถูกปรับลดไปถึง 1,427 ล้านกว่าบาท มากที่สุดในบรรดาหน่วยงานทุกหน่วยงานที่ถูกปรับลด แสดงให้เห็นว่า ในการปรับลดงบประมาณในครั้งนี้ ซึ่งความเป็นธรรม การพิจารณาไม่ได้พิจารณาถึงรายละเอียด ถึงความจําเป็น อย่างแท้จริง
.
“เมื่อพิจารณาถึงงบประมาณที่ถูกปรับลด 1,400 กว่า ล้านบาท ถามว่างบก้อนนี้ถูกนําไปไหน ผมมาดูในเล่มสีฟ้า ซึ่งเป็นเล่มที่ 4 รายงานของคณะกรรมาธิการที่มีรายการเพิ่ม และเปลี่ยนแปลง มีอยู่ทั้งหมด 9 หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณจากการปรับลด และหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณเพิ่ม จากการที่กรรมาธิการปรับลดมากที่สุดก็คือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) คนต่างจังหวัด ไม่มีโอกาสได้ใช้ แต่บัดนี้งบประมาณของคนต่างจังหวัด ของท้องถิ่นระดับรากหญ้า ถูกตัดจากชนบท มาเพิ่มให้กับคนกรุงเทพได้ใช้ นี่คือสิ่งที่ผมมองว่ามันไม่เป็นธรรม และผมมีข้อสังเกตว่า ในการปรับลดงบประมาณก้อนนี้ เท่าที่ได้ดูรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการ ที่อนุกรรมาธิการได้นําเสนอโครงการที่ถูกปรับลด ส่วนใหญ่เป็นโครงการถนนคอนกรีต เสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ และก็เครื่องผลิตน้ำดื่ม” นายกิตติชัย กล่าว
.
นายกิตติชัย กล่าวว่า ในประการที่ 2 โครงการที่ถูกปรับลด สิ่งที่เห็นชัดคือ อนุกรรมาธิการ โดยความเห็นชอบของกรรมาธิการ มีมติเห็นชอบให้ปรับลดเป็นโครงการตามบัญชีนวัตกรรมไทย ด้วยประเด็นที่ว่ามีราคาสูง แล้วก็มีการล็อกสเปค อยากจะเรียนผ่านไปยังสมาชิกทุกท่านว่า บัญชีนวัตกรรมไทย เป็นบัญชีสิ่งก่อสร้าง หรือสิ่งประดิษฐ์ ที่เกิดขึ้นจากการทํางานร่วมกันระหว่างสํานักงบประมาณ และสํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ บัญชีนวัตกรรมใดเหล่านี้ได้ถูกกําหนดสเปค ราคา โดยส่วนกลาง แล้วแจ้งเวียนไปยังหน่วยงานราชการทั่วประเทศ ซึ่งนั่นหมายถึงว่า อบต. เทศบาล อบจ. องค์กรท้องถิ่น ทั้งหมดด้วย เมื่อได้รับรายการในบัญชีเหล่านี้ ถ้าองค์กรท้องถิ่นไหน หรือหน่วยงานไหนอยากที่จะสร้างหรืออยากที่จะทําก็สามารถใช้สเปค ใช้ราคา ของบัญชีนวัตกรรมไทย มาของบประมาณได้ หรือตั้งงบประมาณของตัวเองก็ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อองค์กรท้องถิ่นในระดับ อบต. ซึ่งเขาไม่ได้มีช่าง หรือว่าไม่มีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องระบบไฟฟ้า เช่น ไฟฟ้าโซล่าเซลล์ อย่างนี้ใช้บัญชีนวัตกรรม ในการเสนองบประมาณมา อาจจะ 60,000 บ้าง 70,000 บ้าง
.
“เมื่อมาถึงในชั้นนี้ กรรมาธิการบอกว่ามันแพง ผมก็ตั้งคําถามว่า รายการสินค้าที่เขาจะนํางบประมาณไปซื้อนั้น เขาไม่ได้กําหนดเอง สํานักงบประมาณ สํานักนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นคนกําหนด เพราะฉะนั้นถ้าเห็นว่าโครงการเหล่านี้มันไม่ถูกต้อง มันแพง มันล็อกสเปค ต้องคุยกับสํานักงบประมาณ คุยกับสํานักนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าลดสเปคลง ลดราคาลงได้ไหม หรืออย่างไร แต่อย่างนี้เท่ากับว่า อบต. ถูกหลอกให้ตั้งงบประมาณมาแล้ว มาถึงชั้นกรรมาธิการถูกปรับลด ถูกตัด ด้วยข้อหาว่าล็อกสเปคของแพง ถามว่าอบต.เขาผิดอะไร” นายกิตติชัย กล่าว
.
นายกิตติชัย กล่าวว่า ในประการที่ 3 การปรับลดครั้งนี้ ยังมีความเห็นว่ามาตรฐานในการปรับลดงบประมาณยังไม่ได้มาตรฐาน ยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการปรับลด เพราะว่าเมื่อโฟกัสลงไปในโครงการที่ถูกปรับลด บางโครงการ เป็นโครงการลักษณะเดียวกัน สเปคเดียวกันบัญชีนวัตกรรมเดียวกัน ถูกปรับลด แต่บางโครงการสเปคเดียวกัน บัญชีนวัตกรรมเดียวกัน ราคาเดียวกันไม่ถูกปรับลด อันนี้จึงมีคําถามว่า แล้วตกลงมาตรฐานอยู่ตรงไหน และถ้าโฟกัสไปอีกจะเห็นว่าบางพื้นที่ บางจังหวัด บางเขตเลือกตั้ง ไม่ถูกปรับลดเลย แต่บางจังหวัดถูกปรับลดถึงร้อยกว่าล้านบาทก็มี 60 ล้าน 70 ล้าน หรือแม้แต่ถนนคอนกรีต ซึ่งเป็นถนนที่ อบต.ซึ่งใช้ราคากลางเป็นตัวกําหนด ถูกปรับลด
.
“ยกตัวอย่างจังหวัดร้อยเอ็ด ถูกปรับลดไปถึง 13 โครงการ งบประมาณ 60 ล้านบาท ที่ถูกปรับลดไป บางจังหวัดไม่ถูกปรับลดเลย แม้แต่โครงการเดียว แม้แต่บาทเดียว เพราะฉะนั้นด้วยความที่ไม่มีมาตรฐาน หรือไม่มีหลักเกณฑ์ ตรงนี้ ผมจึงขอสงวนความเห็น ไม่ควรปรับลดงบประมาณ เงินอุดหนุนเฉพาะกิจขององค์การบริหารส่วนตําบล ในหมวดยุทธศาสตร์ส่งเสริมการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย” นายกิตติชัย กล่าว
นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน กรรมาธิการเสียงข้างน้อย สัดส่วนพรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2569 ในวาระ 2 ที่ขอสงวนความเห็นในมาตรา 20 งบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ว่า ได้ตั้งประเด็นที่ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ในการปรับลดงบประมาณในแผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรืองบอุดหนุนเฉพาะกิจขององค์การบริหารส่วนตําบล ที่ถูกปรับลดไปทั้งหมด 336 โครงการ เป็นจํานวนเงิน 1,427,859,600 บาท ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
.
นายกิตติชัย กล่าวว่า ในการปรับลดงบประมาณขององค์การบริหารส่วนตําบล เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตําบล เป็นหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน รับรู้ปัญหาความต้องการในการที่จะนํางบประมาณไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน องค์การบริหารส่วนตําบล ที่ของบอุดหนุนเฉพาะกิจมายังส่วนกลาง มีความหวังเพราะว่าองค์การบริหารส่วนตําบล แต่ละแห่ง เราทราบกันดี โดยเฉพาะในการพิจารณางบประมาณฉบับนี้ในวาระที่หนึ่ง สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายถึงปัญหาความขาดแคลนงบประมาณขององค์กรท้องถิ่น ในระดับรากหญ้า ที่ไม่มีงบประมาณไปพัฒนาอย่างเพียงพอ และในปีนี้ งบประมาณของการบริหารส่วนตําบลกลับถูกปรับลดไปถึง 1,427 ล้านกว่าบาท มากที่สุดในบรรดาหน่วยงานทุกหน่วยงานที่ถูกปรับลด แสดงให้เห็นว่า ในการปรับลดงบประมาณในครั้งนี้ ซึ่งความเป็นธรรม การพิจารณาไม่ได้พิจารณาถึงรายละเอียด ถึงความจําเป็น อย่างแท้จริง
.
“เมื่อพิจารณาถึงงบประมาณที่ถูกปรับลด 1,400 กว่า ล้านบาท ถามว่างบก้อนนี้ถูกนําไปไหน ผมมาดูในเล่มสีฟ้า ซึ่งเป็นเล่มที่ 4 รายงานของคณะกรรมาธิการที่มีรายการเพิ่ม และเปลี่ยนแปลง มีอยู่ทั้งหมด 9 หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณจากการปรับลด และหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณเพิ่ม จากการที่กรรมาธิการปรับลดมากที่สุดก็คือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) คนต่างจังหวัด ไม่มีโอกาสได้ใช้ แต่บัดนี้งบประมาณของคนต่างจังหวัด ของท้องถิ่นระดับรากหญ้า ถูกตัดจากชนบท มาเพิ่มให้กับคนกรุงเทพได้ใช้ นี่คือสิ่งที่ผมมองว่ามันไม่เป็นธรรม และผมมีข้อสังเกตว่า ในการปรับลดงบประมาณก้อนนี้ เท่าที่ได้ดูรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการ ที่อนุกรรมาธิการได้นําเสนอโครงการที่ถูกปรับลด ส่วนใหญ่เป็นโครงการถนนคอนกรีต เสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ และก็เครื่องผลิตน้ำดื่ม” นายกิตติชัย กล่าว
.
นายกิตติชัย กล่าวว่า ในประการที่ 2 โครงการที่ถูกปรับลด สิ่งที่เห็นชัดคือ อนุกรรมาธิการ โดยความเห็นชอบของกรรมาธิการ มีมติเห็นชอบให้ปรับลดเป็นโครงการตามบัญชีนวัตกรรมไทย ด้วยประเด็นที่ว่ามีราคาสูง แล้วก็มีการล็อกสเปค อยากจะเรียนผ่านไปยังสมาชิกทุกท่านว่า บัญชีนวัตกรรมไทย เป็นบัญชีสิ่งก่อสร้าง หรือสิ่งประดิษฐ์ ที่เกิดขึ้นจากการทํางานร่วมกันระหว่างสํานักงบประมาณ และสํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ บัญชีนวัตกรรมใดเหล่านี้ได้ถูกกําหนดสเปค ราคา โดยส่วนกลาง แล้วแจ้งเวียนไปยังหน่วยงานราชการทั่วประเทศ ซึ่งนั่นหมายถึงว่า อบต. เทศบาล อบจ. องค์กรท้องถิ่น ทั้งหมดด้วย เมื่อได้รับรายการในบัญชีเหล่านี้ ถ้าองค์กรท้องถิ่นไหน หรือหน่วยงานไหนอยากที่จะสร้างหรืออยากที่จะทําก็สามารถใช้สเปค ใช้ราคา ของบัญชีนวัตกรรมไทย มาของบประมาณได้ หรือตั้งงบประมาณของตัวเองก็ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อองค์กรท้องถิ่นในระดับ อบต. ซึ่งเขาไม่ได้มีช่าง หรือว่าไม่มีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องระบบไฟฟ้า เช่น ไฟฟ้าโซล่าเซลล์ อย่างนี้ใช้บัญชีนวัตกรรม ในการเสนองบประมาณมา อาจจะ 60,000 บ้าง 70,000 บ้าง
.
“เมื่อมาถึงในชั้นนี้ กรรมาธิการบอกว่ามันแพง ผมก็ตั้งคําถามว่า รายการสินค้าที่เขาจะนํางบประมาณไปซื้อนั้น เขาไม่ได้กําหนดเอง สํานักงบประมาณ สํานักนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นคนกําหนด เพราะฉะนั้นถ้าเห็นว่าโครงการเหล่านี้มันไม่ถูกต้อง มันแพง มันล็อกสเปค ต้องคุยกับสํานักงบประมาณ คุยกับสํานักนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าลดสเปคลง ลดราคาลงได้ไหม หรืออย่างไร แต่อย่างนี้เท่ากับว่า อบต. ถูกหลอกให้ตั้งงบประมาณมาแล้ว มาถึงชั้นกรรมาธิการถูกปรับลด ถูกตัด ด้วยข้อหาว่าล็อกสเปคของแพง ถามว่าอบต.เขาผิดอะไร” นายกิตติชัย กล่าว
.
นายกิตติชัย กล่าวว่า ในประการที่ 3 การปรับลดครั้งนี้ ยังมีความเห็นว่ามาตรฐานในการปรับลดงบประมาณยังไม่ได้มาตรฐาน ยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการปรับลด เพราะว่าเมื่อโฟกัสลงไปในโครงการที่ถูกปรับลด บางโครงการ เป็นโครงการลักษณะเดียวกัน สเปคเดียวกันบัญชีนวัตกรรมเดียวกัน ถูกปรับลด แต่บางโครงการสเปคเดียวกัน บัญชีนวัตกรรมเดียวกัน ราคาเดียวกันไม่ถูกปรับลด อันนี้จึงมีคําถามว่า แล้วตกลงมาตรฐานอยู่ตรงไหน และถ้าโฟกัสไปอีกจะเห็นว่าบางพื้นที่ บางจังหวัด บางเขตเลือกตั้ง ไม่ถูกปรับลดเลย แต่บางจังหวัดถูกปรับลดถึงร้อยกว่าล้านบาทก็มี 60 ล้าน 70 ล้าน หรือแม้แต่ถนนคอนกรีต ซึ่งเป็นถนนที่ อบต.ซึ่งใช้ราคากลางเป็นตัวกําหนด ถูกปรับลด
.
“ยกตัวอย่างจังหวัดร้อยเอ็ด ถูกปรับลดไปถึง 13 โครงการ งบประมาณ 60 ล้านบาท ที่ถูกปรับลดไป บางจังหวัดไม่ถูกปรับลดเลย แม้แต่โครงการเดียว แม้แต่บาทเดียว เพราะฉะนั้นด้วยความที่ไม่มีมาตรฐาน หรือไม่มีหลักเกณฑ์ ตรงนี้ ผมจึงขอสงวนความเห็น ไม่ควรปรับลดงบประมาณ เงินอุดหนุนเฉพาะกิจขององค์การบริหารส่วนตําบล ในหมวดยุทธศาสตร์ส่งเสริมการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย” นายกิตติชัย กล่าว