วันที่ 15 สิงหาคม 2568 นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วาระ 2 ว่า ได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจลง 2% จากงบประมาณที่ได้รับจัดสรรไว้ 79,298.34 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพมากขึ้น อาจจะยังไม่เห็นบทบาทในส่วนนี้มาก
นางปทิดา ระบุว่า การกีฬาแห่งประเทศไทยได้รับงบประมาณ 3,237.01 ล้านบาท ประกอบไปด้วย 4 แผนงานหลัก
คือ 1.แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ จํานวน 72.08 ล้านบาท 2. แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว งบประมาณ 77.76 ล้านบาท 3.แผนงานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์งบประมาณ 660.50 ล้านบาท และ 4.แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพด้านการกีฬา งบประมาณที่ได้รับ 2,426.76 ล้านบาท
"รู้สึกดีใจว่าแผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพ ด้านการกีฬา เราได้รับงบประมาณเยอะมาก แต่พอมาดูแผนงานพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ได้พอๆ กับยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวตัวเลขไม่ได้แตกต่างกัน ทั้งที่งบด้านการท่องเที่ยวก็อยู่ในหน่วยของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอยู่แล้ว ที่มีงบถึง 2,653.64 ล้านบาท ดิฉันมองว่า การพัฒนาศักยภาพด้านกีฬา ควรเริ่มต้นตั้งแต่เด็ก และนํามาฝึกฝนต่อ ก็จะได้ช้างเผือกที่จะนําไปสู่การพัฒนาที่ไปถึงกีฬาระดับโลกได้ แต่วันนี้เรายังขาดทั้งสนามกีฬา โค้ช อุปกรณ์ และงบสนับสนุนในพื้นที่ห่างไกล อย่างบ้านของดิฉันเด็กสนใจกีฬาฟุตบอล
แต่ไม่มีสนาม ไม่มีสปอนเซอร์ ครูและผู้ปกครอง ต้องช่วยกันออกเงินเองเพื่อให้เด็กมีโอกาสแข่งขัน" นางปทิดา กล่าว
นางปทิดา ยังย้ำถึงความจำเป็นของการเรียนว่ายน้ำสำหรับเด็ก เพราะมีข่าวเด็กจมน้ำให้เห็นอยู่เสมอ ทำอย่างไรให้เด็กมีทักษะเพื่อความปลอดภัยในชีวิต และพัฒนาไปเป็นนักกีฬาในระดับโลกได้ เราเห็นโครงการหนึ่งโรงเรียนในฝัน หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน (ODOS) ที่ไปดูงานต่างประเทศก็มีมาแล้ว วันนี้อยากให้มี หนึ่งอำเภอ หนึ่งสนามกีฬาดีๆ เพื่อให้เด็กได้ฝึกฝน เกิดแรงบันดาลใจ และสามารถก้าวไปสู่เวทีระดับชาติหรือระดับโลกได้ ซึ่งนักกีฬาที่มีชื่อเสียงและได้รับเหรียญกลับมา สมควรได้รับรางวัลจากความพยายามและความเหน็ดเหนื่อยที่ได้ฝึกฝนมา
"ขอฝากข้อเสนอแนะไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญ สํานักงบฯ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้นําไปพิจารณา
จัดทํา เพื่อให้เด็กไทยมีโอกาสเท่าเทียมกับเด็กในเมือง และแม้ว่าการจัดทำงบประมาณในแต่ละปีจะพบปัญหาเช่นนี้มาตลอดทุกกระทรวง และยังไม่เห็นแก้ไขได้เลย พองบประมาณปีหน้ามา ก็คงจะต้องมีคําถามเช่นเดิมอีกว่า ทําไมปัญหาเป็นแบบเดิมอีกแล้ว ดิฉันคิดว่าถ้าเรามีความตั้งใจที่จะพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นด้านใดด้วยเงินงบประมาณที่มีมากขนาดนี้ไม่น่าจะเกิน3 หรือ 4 ปี ประเทศไทยเราก็คงจะมีความสําเร็จทุกๆ ด้านเกิดขึ้นแน่นอน และคําถามใหญ่สุดที่พวกเราจะถามกันตลอดเวลาก็คือทําไมพวกเราถึงทําไม่ได้" สส.สุรินทร์ กล่าว
15 สิงหาคม 2568 เวลา 19:15
"สส.ปทิดา" เสนอ หั่นงบรัฐวิสาหกิจ 2% จี้เร่งลงทุนสร้างคนผ่านกีฬา ชงแนวคิด "หนึ่งอำเภอ หนึ่งสนามกีฬา" หวังยกระดับ เยาวชนชนบท สู่เวทีกีฬาโลก
"สส.ปทิดา " เสนอหั่นงบรัฐวิสาหกิจ 2% จี้เร่งลงทุนสร้างคนผ่านกีฬา ชงแนวคิด "หนึ่งอำเภอ หนึ่งสนามกีฬา" หวังยกระดับเยาวชนชนบทสู่เวทีกีฬาโลก
วันที่ 15 สิงหาคม 2568 นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วาระ 2 ว่า ได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจลง 2% จากงบประมาณที่ได้รับจัดสรรไว้ 79,298.34 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพมากขึ้น อาจจะยังไม่เห็นบทบาทในส่วนนี้มาก
นางปทิดา ระบุว่า การกีฬาแห่งประเทศไทยได้รับงบประมาณ 3,237.01 ล้านบาท ประกอบไปด้วย 4 แผนงานหลัก
คือ 1.แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ จํานวน 72.08 ล้านบาท 2. แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว งบประมาณ 77.76 ล้านบาท 3.แผนงานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์งบประมาณ 660.50 ล้านบาท และ 4.แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพด้านการกีฬา งบประมาณที่ได้รับ 2,426.76 ล้านบาท
"รู้สึกดีใจว่าแผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพ ด้านการกีฬา เราได้รับงบประมาณเยอะมาก แต่พอมาดูแผนงานพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ได้พอๆ กับยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวตัวเลขไม่ได้แตกต่างกัน ทั้งที่งบด้านการท่องเที่ยวก็อยู่ในหน่วยของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอยู่แล้ว ที่มีงบถึง 2,653.64 ล้านบาท ดิฉันมองว่า การพัฒนาศักยภาพด้านกีฬา ควรเริ่มต้นตั้งแต่เด็ก และนํามาฝึกฝนต่อ ก็จะได้ช้างเผือกที่จะนําไปสู่การพัฒนาที่ไปถึงกีฬาระดับโลกได้ แต่วันนี้เรายังขาดทั้งสนามกีฬา โค้ช อุปกรณ์ และงบสนับสนุนในพื้นที่ห่างไกล อย่างบ้านของดิฉันเด็กสนใจกีฬาฟุตบอล
แต่ไม่มีสนาม ไม่มีสปอนเซอร์ ครูและผู้ปกครอง ต้องช่วยกันออกเงินเองเพื่อให้เด็กมีโอกาสแข่งขัน" นางปทิดา กล่าว
นางปทิดา ยังย้ำถึงความจำเป็นของการเรียนว่ายน้ำสำหรับเด็ก เพราะมีข่าวเด็กจมน้ำให้เห็นอยู่เสมอ ทำอย่างไรให้เด็กมีทักษะเพื่อความปลอดภัยในชีวิต และพัฒนาไปเป็นนักกีฬาในระดับโลกได้ เราเห็นโครงการหนึ่งโรงเรียนในฝัน หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน (ODOS) ที่ไปดูงานต่างประเทศก็มีมาแล้ว วันนี้อยากให้มี หนึ่งอำเภอ หนึ่งสนามกีฬาดีๆ เพื่อให้เด็กได้ฝึกฝน เกิดแรงบันดาลใจ และสามารถก้าวไปสู่เวทีระดับชาติหรือระดับโลกได้ ซึ่งนักกีฬาที่มีชื่อเสียงและได้รับเหรียญกลับมา สมควรได้รับรางวัลจากความพยายามและความเหน็ดเหนื่อยที่ได้ฝึกฝนมา
"ขอฝากข้อเสนอแนะไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญ สํานักงบฯ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้นําไปพิจารณา
จัดทํา เพื่อให้เด็กไทยมีโอกาสเท่าเทียมกับเด็กในเมือง และแม้ว่าการจัดทำงบประมาณในแต่ละปีจะพบปัญหาเช่นนี้มาตลอดทุกกระทรวง และยังไม่เห็นแก้ไขได้เลย พองบประมาณปีหน้ามา ก็คงจะต้องมีคําถามเช่นเดิมอีกว่า ทําไมปัญหาเป็นแบบเดิมอีกแล้ว ดิฉันคิดว่าถ้าเรามีความตั้งใจที่จะพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นด้านใดด้วยเงินงบประมาณที่มีมากขนาดนี้ไม่น่าจะเกิน3 หรือ 4 ปี ประเทศไทยเราก็คงจะมีความสําเร็จทุกๆ ด้านเกิดขึ้นแน่นอน และคําถามใหญ่สุดที่พวกเราจะถามกันตลอดเวลาก็คือทําไมพวกเราถึงทําไม่ได้" สส.สุรินทร์ กล่าว
วันที่ 15 สิงหาคม 2568 นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วาระ 2 ว่า ได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจลง 2% จากงบประมาณที่ได้รับจัดสรรไว้ 79,298.34 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพมากขึ้น อาจจะยังไม่เห็นบทบาทในส่วนนี้มาก
นางปทิดา ระบุว่า การกีฬาแห่งประเทศไทยได้รับงบประมาณ 3,237.01 ล้านบาท ประกอบไปด้วย 4 แผนงานหลัก
คือ 1.แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ จํานวน 72.08 ล้านบาท 2. แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว งบประมาณ 77.76 ล้านบาท 3.แผนงานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์งบประมาณ 660.50 ล้านบาท และ 4.แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพด้านการกีฬา งบประมาณที่ได้รับ 2,426.76 ล้านบาท
"รู้สึกดีใจว่าแผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพ ด้านการกีฬา เราได้รับงบประมาณเยอะมาก แต่พอมาดูแผนงานพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ได้พอๆ กับยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวตัวเลขไม่ได้แตกต่างกัน ทั้งที่งบด้านการท่องเที่ยวก็อยู่ในหน่วยของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอยู่แล้ว ที่มีงบถึง 2,653.64 ล้านบาท ดิฉันมองว่า การพัฒนาศักยภาพด้านกีฬา ควรเริ่มต้นตั้งแต่เด็ก และนํามาฝึกฝนต่อ ก็จะได้ช้างเผือกที่จะนําไปสู่การพัฒนาที่ไปถึงกีฬาระดับโลกได้ แต่วันนี้เรายังขาดทั้งสนามกีฬา โค้ช อุปกรณ์ และงบสนับสนุนในพื้นที่ห่างไกล อย่างบ้านของดิฉันเด็กสนใจกีฬาฟุตบอล
แต่ไม่มีสนาม ไม่มีสปอนเซอร์ ครูและผู้ปกครอง ต้องช่วยกันออกเงินเองเพื่อให้เด็กมีโอกาสแข่งขัน" นางปทิดา กล่าว
นางปทิดา ยังย้ำถึงความจำเป็นของการเรียนว่ายน้ำสำหรับเด็ก เพราะมีข่าวเด็กจมน้ำให้เห็นอยู่เสมอ ทำอย่างไรให้เด็กมีทักษะเพื่อความปลอดภัยในชีวิต และพัฒนาไปเป็นนักกีฬาในระดับโลกได้ เราเห็นโครงการหนึ่งโรงเรียนในฝัน หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน (ODOS) ที่ไปดูงานต่างประเทศก็มีมาแล้ว วันนี้อยากให้มี หนึ่งอำเภอ หนึ่งสนามกีฬาดีๆ เพื่อให้เด็กได้ฝึกฝน เกิดแรงบันดาลใจ และสามารถก้าวไปสู่เวทีระดับชาติหรือระดับโลกได้ ซึ่งนักกีฬาที่มีชื่อเสียงและได้รับเหรียญกลับมา สมควรได้รับรางวัลจากความพยายามและความเหน็ดเหนื่อยที่ได้ฝึกฝนมา
"ขอฝากข้อเสนอแนะไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญ สํานักงบฯ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้นําไปพิจารณา
จัดทํา เพื่อให้เด็กไทยมีโอกาสเท่าเทียมกับเด็กในเมือง และแม้ว่าการจัดทำงบประมาณในแต่ละปีจะพบปัญหาเช่นนี้มาตลอดทุกกระทรวง และยังไม่เห็นแก้ไขได้เลย พองบประมาณปีหน้ามา ก็คงจะต้องมีคําถามเช่นเดิมอีกว่า ทําไมปัญหาเป็นแบบเดิมอีกแล้ว ดิฉันคิดว่าถ้าเรามีความตั้งใจที่จะพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นด้านใดด้วยเงินงบประมาณที่มีมากขนาดนี้ไม่น่าจะเกิน3 หรือ 4 ปี ประเทศไทยเราก็คงจะมีความสําเร็จทุกๆ ด้านเกิดขึ้นแน่นอน และคําถามใหญ่สุดที่พวกเราจะถามกันตลอดเวลาก็คือทําไมพวกเราถึงทําไม่ได้" สส.สุรินทร์ กล่าว