วันที่ 20 ส.ค.2568 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงเรื่องที่พี่น้องจังหวัดบึงกาฬ รอคอยมานานกว่า 10 ปี คือเรื่องสนามกีฬาจังหวัดบึงกาฬ คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ ทําไมจังหวัดบึงกาฬถึงยังไม่มีสนามกีฬาเป็นของตัวเองสักที เพราะโอกาสที่ลูกหลาน และพี่น้องคนบึงกาฬ ต้องสูญเสียไปในแต่ละปีนั้นมันประเมินค่าไม่ได้
.
นายสยาม กล่าวว่า เยาวชน และนักกีฬาจังหวัด มีความสามารถ แต่ไม่มีเวทีให้ได้โชว์ศักยภาพ และกีฬายังสามารถสานต่อเป็นอาชีพ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ และหาเลี้ยงครอบครัวได้ แทนที่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับลูกหลานคนบึงกาฬ แต่กลับไม่เกิดขึ้น เพราะจังหวัดบึงกาฬมีแต่นักกีฬา แต่สนามไม่มี และจากข้อมูลเมื่อปี 2558 การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้รับงบประมาณกว่า 90 ล้านบาท เพื่อมาสร้างสนามกีฬา จังหวัดบึงกาฬ บนเนื้อที่กว่า 150 ไร่ ที่ตําบลโนนสมบูรณ์ อําเภอเมืองบึงกาฬ
.
“จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผ่านมา 10 ปี กับเงิน 90 ล้านบาท สนามกีฬาของจังหวัดบึงกาฬมีแต่รั้วเก่า ๆ กับโครงสร้างพัง ๆ แถมหลังคาก็ยังไม่มี ปล่อยให้กลายเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า และพี่น้องประชาชนยังฝากถามมาอีกว่า สร้างไปรอพังแบบนี้สร้างไปเพื่ออะไร มันน่าน้อยใจแทนที่น้องคนบึงกาฬ และน่าเห็นใจแทนน้องน้องเยาวชนนักกีฬา ที่ต้องเสียโอกาสทางด้านกีฬาไปนานกว่า 10 ปี การมีสนามกีฬาจังหวัดไม่ได้ช่วยเพียงแค่สร้างนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างงานสร้างรายได้ รองรับการจัดแข่งกีฬาทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศ ต่อยอดทางด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และยังสามารถใช้พื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมของจังหวัดในอีกทางหนึ่งได้อีกด้วย” นายสยาม กล่าว
.
นายสยาม กล่าวว่า เสียงจากพี่น้องประชาชนคนบึงกาฬ ยืนยันว่าจังหวัดบึงกาฬ จําเป็นต้องมีสนามกีฬาประจําจังหวัดได้แล้ว จึงอยากฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ช่วยหาทางแก้ไข พัฒนาในการสร้างสนามกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เป็นการเร่งด่วน เพื่ออนาคตเยาวชนของชาติ และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องคนบึงกาฬ
20 สิงหาคม 2568 เวลา 15:13
สส.สยาม จี้รัฐสร้างสนามกีฬา จ.บึงกาฬ ถามงบ 90 ล้าน ผ่านมา 10 ปี มีแค่รั้วเก่า ๆ กับโครงสร้างพัง ๆ สร้างมาเพื่ออะไร
อึ้ง ! บึงกาฬ ยังไม่มีสนามกีฬา ! สส.สยาม จี้รัฐสร้างสนามกีฬา จ.บึงกาฬ ถามงบ 90 ล้าน ผ่านมา 10 ปี มีแค่รั้วเก่า ๆ กับโครงสร้างพัง ๆ สร้างมาเพื่ออะไร
วันที่ 20 ส.ค.2568 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงเรื่องที่พี่น้องจังหวัดบึงกาฬ รอคอยมานานกว่า 10 ปี คือเรื่องสนามกีฬาจังหวัดบึงกาฬ คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ ทําไมจังหวัดบึงกาฬถึงยังไม่มีสนามกีฬาเป็นของตัวเองสักที เพราะโอกาสที่ลูกหลาน และพี่น้องคนบึงกาฬ ต้องสูญเสียไปในแต่ละปีนั้นมันประเมินค่าไม่ได้
.
นายสยาม กล่าวว่า เยาวชน และนักกีฬาจังหวัด มีความสามารถ แต่ไม่มีเวทีให้ได้โชว์ศักยภาพ และกีฬายังสามารถสานต่อเป็นอาชีพ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ และหาเลี้ยงครอบครัวได้ แทนที่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับลูกหลานคนบึงกาฬ แต่กลับไม่เกิดขึ้น เพราะจังหวัดบึงกาฬมีแต่นักกีฬา แต่สนามไม่มี และจากข้อมูลเมื่อปี 2558 การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้รับงบประมาณกว่า 90 ล้านบาท เพื่อมาสร้างสนามกีฬา จังหวัดบึงกาฬ บนเนื้อที่กว่า 150 ไร่ ที่ตําบลโนนสมบูรณ์ อําเภอเมืองบึงกาฬ
.
“จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผ่านมา 10 ปี กับเงิน 90 ล้านบาท สนามกีฬาของจังหวัดบึงกาฬมีแต่รั้วเก่า ๆ กับโครงสร้างพัง ๆ แถมหลังคาก็ยังไม่มี ปล่อยให้กลายเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า และพี่น้องประชาชนยังฝากถามมาอีกว่า สร้างไปรอพังแบบนี้สร้างไปเพื่ออะไร มันน่าน้อยใจแทนที่น้องคนบึงกาฬ และน่าเห็นใจแทนน้องน้องเยาวชนนักกีฬา ที่ต้องเสียโอกาสทางด้านกีฬาไปนานกว่า 10 ปี การมีสนามกีฬาจังหวัดไม่ได้ช่วยเพียงแค่สร้างนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างงานสร้างรายได้ รองรับการจัดแข่งกีฬาทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศ ต่อยอดทางด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และยังสามารถใช้พื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมของจังหวัดในอีกทางหนึ่งได้อีกด้วย” นายสยาม กล่าว
.
นายสยาม กล่าวว่า เสียงจากพี่น้องประชาชนคนบึงกาฬ ยืนยันว่าจังหวัดบึงกาฬ จําเป็นต้องมีสนามกีฬาประจําจังหวัดได้แล้ว จึงอยากฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ช่วยหาทางแก้ไข พัฒนาในการสร้างสนามกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เป็นการเร่งด่วน เพื่ออนาคตเยาวชนของชาติ และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องคนบึงกาฬ
วันที่ 20 ส.ค.2568 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงเรื่องที่พี่น้องจังหวัดบึงกาฬ รอคอยมานานกว่า 10 ปี คือเรื่องสนามกีฬาจังหวัดบึงกาฬ คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ ทําไมจังหวัดบึงกาฬถึงยังไม่มีสนามกีฬาเป็นของตัวเองสักที เพราะโอกาสที่ลูกหลาน และพี่น้องคนบึงกาฬ ต้องสูญเสียไปในแต่ละปีนั้นมันประเมินค่าไม่ได้
.
นายสยาม กล่าวว่า เยาวชน และนักกีฬาจังหวัด มีความสามารถ แต่ไม่มีเวทีให้ได้โชว์ศักยภาพ และกีฬายังสามารถสานต่อเป็นอาชีพ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ และหาเลี้ยงครอบครัวได้ แทนที่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับลูกหลานคนบึงกาฬ แต่กลับไม่เกิดขึ้น เพราะจังหวัดบึงกาฬมีแต่นักกีฬา แต่สนามไม่มี และจากข้อมูลเมื่อปี 2558 การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้รับงบประมาณกว่า 90 ล้านบาท เพื่อมาสร้างสนามกีฬา จังหวัดบึงกาฬ บนเนื้อที่กว่า 150 ไร่ ที่ตําบลโนนสมบูรณ์ อําเภอเมืองบึงกาฬ
.
“จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผ่านมา 10 ปี กับเงิน 90 ล้านบาท สนามกีฬาของจังหวัดบึงกาฬมีแต่รั้วเก่า ๆ กับโครงสร้างพัง ๆ แถมหลังคาก็ยังไม่มี ปล่อยให้กลายเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า และพี่น้องประชาชนยังฝากถามมาอีกว่า สร้างไปรอพังแบบนี้สร้างไปเพื่ออะไร มันน่าน้อยใจแทนที่น้องคนบึงกาฬ และน่าเห็นใจแทนน้องน้องเยาวชนนักกีฬา ที่ต้องเสียโอกาสทางด้านกีฬาไปนานกว่า 10 ปี การมีสนามกีฬาจังหวัดไม่ได้ช่วยเพียงแค่สร้างนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างงานสร้างรายได้ รองรับการจัดแข่งกีฬาทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศ ต่อยอดทางด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และยังสามารถใช้พื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมของจังหวัดในอีกทางหนึ่งได้อีกด้วย” นายสยาม กล่าว
.
นายสยาม กล่าวว่า เสียงจากพี่น้องประชาชนคนบึงกาฬ ยืนยันว่าจังหวัดบึงกาฬ จําเป็นต้องมีสนามกีฬาประจําจังหวัดได้แล้ว จึงอยากฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ช่วยหาทางแก้ไข พัฒนาในการสร้างสนามกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เป็นการเร่งด่วน เพื่ออนาคตเยาวชนของชาติ และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องคนบึงกาฬ