21 สิงหาคม 2568 เวลา 19:30
ฝากถึงรัฐบาล ไม่ไหว อย่าฝืน ขอประชาชนอดทน หลัง "ไชยา" สั่งปิดประชุมกะทันหัน ระหว่างเตรียมถกเลิก MOU 43-44
"ไชยชนก" ฝากถึงรัฐบาล ไม่ไหว อย่าฝืน ขอประชาชนอดทน หลัง "ไชยา" สั่งปิดประชุมกะทันหัน ระหว่างเตรียมถกเลิก MOU 43-44 ขณะที่ "แนน บุณย์ธิดา" ยัน เรื่องนี้เป็นเรื่องของประเทศชาติที่ต้องพูดคุยกัน แต่มีบางพรรคที่ไม่พร้อมที่จะพูดคุย หรือแสดงถึงผลดีและผลเสียให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย สส. ร่วมแถลงถึงกรณีที่นายไชยา พรหมา รองประธานสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม สั่งปิดประชุมกะทันหัน ก่อนเข้าสู่วาระประชุมเพื่อพิจารณาญัตติด่วนเพื่อขอให้สภาพิจารณาบันทึกความเข้าใจ MOU 43-44 ที่นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้เสนอ

น.ส.แนน กล่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น ทางวิปฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้มีการคุยกัน ไม่ใช่แค่ 2 ครั้ง แต่มากกว่า 5 ครั้ง ที่มีการเดินไปเดินมาในห้องประชุมสภา ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงสำหรับข้อตกลงในญัตตินี้ สำคัญที่สุดคือญัตตินี้นายสฤษฏ์พงษ์ ได้มีการยื่นญัตติเอาไว้เป็นลำดับที่สองในญัตติด่วน ในขณะที่เรามีการตกลงกันไว้หมดแล้ว ว่าหลังจากรับทราบรายงานของหนึ่งหน่วยงานนั้น เราจะขอเลื่อนวาระการประชุม เพื่อเข้าญัตติด่วนตามที่ได้ตกลงกันระหว่างวิป ทั้งมีการระบุด้วยว่า ใครจะเป็นคนขึ้นขอเปลี่ยนระเบียบวาระ ซึ่งคือตนเองที่กำลังจะยกมือขึ้น และในตอนที่ประธานพูดปิด ก็เป็นเสียงของตนเองที่เรียกประธาน เหตุการณ์นี้ ไม่ใช่แค่เฉพาะฝ่ายค้านที่ตกใจ แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ตกใจเหมือนกันกับการกระทำที่เกิดขึ้น เพราะได้มีการเตรียมไว้เพิ่มอีกสองญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อเสนอประกบ
“ ในการเจรจาตอนแรกขอประชุมลับ ลับตอนเรื่องเนื้อหา ไม่ลับตอนญัตติ มาอีกหนึ่งรอบ บอกลับตั้งแต่เสนอญัตติรวมถึงเนื้อหา มาอีกรอบหนึ่งบอกขอไม่ตั้งวิสามัญ ขอส่งไปกรรมาธิการสามัญ พอมารอบสุดท้าย ก็แบบที่เห็น ไม่ต้องคุยกันแล้ว ปิดประชุมใส่กันเลย ซึ่งต้องตั้งคำถามกลับไปว่า ทั้งวิปรัฐบาล และประธานสภา ที่ทำหน้าที่ในขณะนั้น ท่านก็คือหนึ่งในรองประธานสภา ที่ไปรับหนังสือจากประชาชน ที่เขามายื่นเรื่อง MOU 43-44 ทำไมท่านไม่ฟังเสียงพี่น้องประชาชนในการพูดคุย ต้องใช้เวทีไหนในการพูดคุย เรื่องที่เป็นปัญหาประเทศ ” น.ส.แนน กล่าว

น.ส.แนน ระบุด้วยว่า เราถือว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องความขัดแย้งของพรรคการเมือง ไม่ใช่ความขัดแย้งของการเมืองภายในประเทศ แต่เป็นเรื่องของประเทศชาติที่เราต้องพูดคุยกัน แต่เห็นได้ชัดว่ามีบางพรรคที่ไม่พร้อมที่จะพูดคุยหรือศึกษาเนื้อหา และไม่พร้อมที่จะแสดงถึงผลดีและผลเสียให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ

ด้านนายไชยชนก กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทุกพรรคที่มายืนอยู่ตรงนี้ และไม่มายืนอยู่ตรงนี้ ได้ยอมทุกข้อเสนอจากทางฝั่งรัฐบาล เพื่อให้เรื่องนี้ได้มีการดำเนินการต่อ หาข้อเท็จจริง หาทางออกเพื่อประเทศ แต่ผลลัพธ์เป็นอย่างที่เห็น วันนี้ตนอยากจะฝากเป็นข้อความไปสู่รัฐบาล และประชาชนว่า ความจริงมันเริ่มออกมาแล้ว วันนี้เขื่อนแตกแล้ว ไม่ว่าท่านจะพยายามใช้อำนาจท่านในทางใด ท่านไม่สามารถปกปิดสิ่งที่กำลังออกมาในเวลานี้ได้ ไม่ว่าพวกตนจะสามารถพูดในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้หรือไม่ ตั้งกรรมาธิการได้หรือไม่ มีพี่น้องประชาชนที่รักชาติในทุกระดับ ทุกหน่วยงานทั่วประเทศ ที่มีข้อมูล มีความรู้ ความสามารถ และพร้อมที่จะนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตั้งแต่ที่เรื่องนี้เกิดขึ้น และก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ
นายไชยชนก กล่าวต่อว่า ดังนั้นฝากบอกรัฐบาลว่า “อย่าฝืนเลยครับ” สำหรับประชาชน อยากจะบอกว่า “อยากให้พวกเราสามัคคีกันไว้ และอดทน อย่าเพิ่งยอมแพ้ พวกเราทุกคนไม่มีใครต้องการที่จะเห็นการรัฐประหารหากเป็นไปได้ วันนี้เรายังเชื่อว่ายังสู้ไหว และพยายามที่จะสู้ต่อไปในกระบวนการตามระบบที่มี อยากให้ทุกคนอดทนต่อไปเท่าที่ทำได้ หากไม่ไหวจริงๆ ก็เป็นเรื่องของอนาคต ตนอยากให้ทุกคนช่วยกันทำหน้าที่ในฐานะประชาชนที่รักอธิปไตย รักประเทศไทย ทำในสิ่งที่ท่านสามารถจะทำได้ ให้ความจริงต่างๆ ออกมา เชื่อว่าสุดท้าย ความจริงชนะทุกอย่าง