วันที่ 3 ก.ย.2568 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปยังกระทรวงพาณิชย์ ขอให้เตรียมการป้องกันแก้ไขผลกระทบจากการประกาศของกระทรวงพาณิชย์ เรื่องราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2568 รมว.พาณิชย์ ได้ลงนามในประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศปี 2568/69 โดยกําหนดให้โรงงานอาหารสัตว์ในกรุงเทพมหานคร จะต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีความชื้นไม่เกิน 14.5% ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 9.80 บาท และกำหนดให้ผู้ประกอบการในจังหวัดกําแพงเพชร พิจิตร ชัยภูมิ และอุทัยธานี ต้องรับซื้อที่ความชื้น 30% ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 7.05 บาท หากฝ่าฝืนมีโทษจําคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ เป็นการใช้ยาแรงครั้งแรกที่ต้องชื่นชมรัฐบาล
นายสัมฤทธิ์ ได้ตั้งข้อกังวลไว้ 2 เรื่องคือ 1.ต้นทุนอาหารสัตว์สูงขึ้น โรงงานอาหารสัตว์อาจขอขึ้นราคาอาหารสัตว์จากกรมการค้าภายใน หรืออาจปรับลดคุณภาพอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพอาหารสัตว์ที่จะด้อยลง และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ 2.ในระยะเวลาไม่นาน ราคาไข่ไก่ เนื้อไก่ และเนื้อหมูจะสูงขึ้น เพราะต้นทุนการผลิตของผู้เลี้ยงสัตว์สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคนไทยทั้งประเทศในฐานะผู้บริโภค
"ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรียกผู้ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศฉบับนี้เข้ามาพูดคุยและเจรจา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต และเพื่อสร้างความสมดุล สร้างจุดร่วมให้เกิดความยั่งยืนในการแก้ปัญหา ไม่ให้กระทบกับเกษตรกร และคนไทยที่จะต้องซื้อไข่ไก่ เนื้อไก่ เนื้อหมูที่สูงขึ้น" สส.สัมฤทธิ์ กล่าว
4 กันยายน 2568 เวลา 11:02
ห่วงมาตรการใหม่รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อาจกระทบผู้บริโภค
"สส.สัมฤทธิ์" ห่วงมาตรการใหม่รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อาจกระทบผู้บริโภค จี้พาณิชย์เร่งถกผู้เกี่ยวข้อง หวั่นราคาอาหารพุ่งทั้งระบบ
วันที่ 3 ก.ย.2568 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปยังกระทรวงพาณิชย์ ขอให้เตรียมการป้องกันแก้ไขผลกระทบจากการประกาศของกระทรวงพาณิชย์ เรื่องราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2568 รมว.พาณิชย์ ได้ลงนามในประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศปี 2568/69 โดยกําหนดให้โรงงานอาหารสัตว์ในกรุงเทพมหานคร จะต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีความชื้นไม่เกิน 14.5% ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 9.80 บาท และกำหนดให้ผู้ประกอบการในจังหวัดกําแพงเพชร พิจิตร ชัยภูมิ และอุทัยธานี ต้องรับซื้อที่ความชื้น 30% ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 7.05 บาท หากฝ่าฝืนมีโทษจําคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ เป็นการใช้ยาแรงครั้งแรกที่ต้องชื่นชมรัฐบาล
นายสัมฤทธิ์ ได้ตั้งข้อกังวลไว้ 2 เรื่องคือ 1.ต้นทุนอาหารสัตว์สูงขึ้น โรงงานอาหารสัตว์อาจขอขึ้นราคาอาหารสัตว์จากกรมการค้าภายใน หรืออาจปรับลดคุณภาพอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพอาหารสัตว์ที่จะด้อยลง และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ 2.ในระยะเวลาไม่นาน ราคาไข่ไก่ เนื้อไก่ และเนื้อหมูจะสูงขึ้น เพราะต้นทุนการผลิตของผู้เลี้ยงสัตว์สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคนไทยทั้งประเทศในฐานะผู้บริโภค
"ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรียกผู้ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศฉบับนี้เข้ามาพูดคุยและเจรจา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต และเพื่อสร้างความสมดุล สร้างจุดร่วมให้เกิดความยั่งยืนในการแก้ปัญหา ไม่ให้กระทบกับเกษตรกร และคนไทยที่จะต้องซื้อไข่ไก่ เนื้อไก่ เนื้อหมูที่สูงขึ้น" สส.สัมฤทธิ์ กล่าว
วันที่ 3 ก.ย.2568 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปยังกระทรวงพาณิชย์ ขอให้เตรียมการป้องกันแก้ไขผลกระทบจากการประกาศของกระทรวงพาณิชย์ เรื่องราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2568 รมว.พาณิชย์ ได้ลงนามในประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศปี 2568/69 โดยกําหนดให้โรงงานอาหารสัตว์ในกรุงเทพมหานคร จะต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีความชื้นไม่เกิน 14.5% ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 9.80 บาท และกำหนดให้ผู้ประกอบการในจังหวัดกําแพงเพชร พิจิตร ชัยภูมิ และอุทัยธานี ต้องรับซื้อที่ความชื้น 30% ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 7.05 บาท หากฝ่าฝืนมีโทษจําคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ เป็นการใช้ยาแรงครั้งแรกที่ต้องชื่นชมรัฐบาล
นายสัมฤทธิ์ ได้ตั้งข้อกังวลไว้ 2 เรื่องคือ 1.ต้นทุนอาหารสัตว์สูงขึ้น โรงงานอาหารสัตว์อาจขอขึ้นราคาอาหารสัตว์จากกรมการค้าภายใน หรืออาจปรับลดคุณภาพอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพอาหารสัตว์ที่จะด้อยลง และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ 2.ในระยะเวลาไม่นาน ราคาไข่ไก่ เนื้อไก่ และเนื้อหมูจะสูงขึ้น เพราะต้นทุนการผลิตของผู้เลี้ยงสัตว์สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคนไทยทั้งประเทศในฐานะผู้บริโภค
"ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรียกผู้ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศฉบับนี้เข้ามาพูดคุยและเจรจา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต และเพื่อสร้างความสมดุล สร้างจุดร่วมให้เกิดความยั่งยืนในการแก้ปัญหา ไม่ให้กระทบกับเกษตรกร และคนไทยที่จะต้องซื้อไข่ไก่ เนื้อไก่ เนื้อหมูที่สูงขึ้น" สส.สัมฤทธิ์ กล่าว