นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน พ ศ .... ว่า ปัจจุบันมี อสม.ทั่วประเทศ ประมาณ 1,090,000 คน เท่ากับ อสม.1 คน ต่อประชาชน 68 คน หรือ อสม.1 คน ดูแล 10- 15 ครัวเรือน การที่เราจะทําให้ อสม. มีความเข้มแข็งในตัวเอง ประกอบหลายเรื่องด้วยกัน เช่น เรื่องการอบรม องค์ความรู้ เครื่องไม้ เครื่องมือ และเรื่องงบประมาณ สวัสดิการ และรายรับ ภายใต้กฎหมายที่รองรับได้อย่างชัดเจน ในอดีตเป็นผลงานของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในขณะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ในการตั้งเงินค่าตอบแทน อสม. 2,000 บาททั่วประเทศ
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของอสม.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 250 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่และอํานาจในการจัดทําบริการสาธารณะ และกิจการสาธารณะ และ พรบ.ขั้นตอนแผนกระจายอํานาจปี 2542 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดูแล แต่ในขณะนี้ อสม.ยังสังกัดอยู่กับ สสจ. เรามี อสม.ทั่วประเทศ 4,300 กว่าแห่ง วันนี้ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด อปท.ประมาณ 43% เมื่อก่อน อสม. จะทํางานร่วมกับ รพ.สต. แต่ขณะนี้ รพ.สต.ไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการบริหารงาน และการประชาสัมพันธ์ ระหว่าง อสม.กับ รพ.สต. กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีความขัดแย้งกันหลายพื้นที่โดยเฉพาะบางจังหวัดที่มีการโอน รพ.สต. เต็มทั้งจังหวัด มีหลายจังหวัด ไม่ว่าสุพรรณบุรี ปราจีนบุรี อีกหลายจังหวัดด้วยกัน การที่จะทํางานร่วมกันกับ อสม. ค่อนข้างที่จะมีปัญหาในเรื่องของการสั่งการ หรือว่าการทํางานร่วมกัน
.
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ควรที่จะต้องไปแก้ไข ว่าในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล อบต. พัทยา และ กทม.นั้น จะต้องให้ตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าไปเป็นคณะกรรมการในระดับจังหวัด ในระดับเขต ระดับส่วนกลาง เพื่อที่จะให้ได้รับทราบปัญหาว่า อสม.กับในส่วนของการกํากับดูแล ในเรื่องของสวัสดิการ ในการใช้ในการจ่ายเงิน ใครเป็นหน่วยไหนเป็นผู้ดูแล คิดว่าวันนี้การถ่ายโอน รพ.สต.ไป อบจ.หลายจังหวัด ทําหน้าที่ได้ดี ดูแลในเรื่องของโครงสร้าง ตัวอาคาร เครื่องมือ และสวัสดิการ ที่พอใจแล้ว ทําให้ รพ.สต.มีความเข้มแข็งมาก
.
“ผมเห็นด้วยกับการออกกฎหมายมารองรับ ที่จะมาดูแล สวัสดิการในส่วนของ อสม.ทั้งล้านกว่าคน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดอบรม ให้เครื่องไม้เครื่องมือ ยานพาหนะ ก็จําเป็น แม้กระทั่งในเรื่องของตู้แดง ที่หลายประเทศทําเรียกว่าเป็นการตู้จ่ายยาในหมู่บ้าน เป็นตู้จ่ายยาที่เรียกว่าเทเลเมดิซีน ที่ชาวเขา ชาวบ้านในชนบทที่ป่วยกลางคืน ไม่สามารถมาโรงพยาบาลได้ เราจะมีตู้อย่างนี้ เข้าไปในชนบท แล้วให้ อสม.ได้ดูแลมีการตรวจสุขภาพ กับหมอผ่านตู้มีการวิดีโอคอลกัน แล้วมียาในตู้ สามารถที่จะไปกด แล้วบริการเรื่องยาได้ในเวลาฉุกเฉิน วันนี้มีการถ่ายโอนจังหวัดใดก็ตามที่ รพ.สต โอนไป สมมุติว่า 30 แห่ง อสม.ที่อยู่ภายใต้สังกัด รพ.สต ควรที่จะโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดด้วย มันจะไม่เหลื่อมล้ำในการบริหารจัดการกัน” นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าว
.
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า สําหรับในส่วนอื่นๆ ของอสม. ที่ยังสังกัด สสจ. ให้คงไว้เหมือนเดิม คิดว่าโครงสร้างส่วนนี้ ในร่างกฎหมายทั้ง 7 ฉบับยังไม่มี เพราะฉะนั้นขอฝากไว้ด้วยว่าในการแก้ไข หรือขอสงวนเรื่องการเพิ่มเติมกฎหมาย ฝากส่วนนี้เป็นส่วนสําคัญ คิดว่าเป็นปัญหาปัจจุบันที่ อสม. สสจ. และ อปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังมีความห่วงใย คิดว่าถ้าทําเรื่องนี้ ให้สําเร็จได้ มีกฎหมายรองรับ คิดว่าเป็นการพัฒนาที่จะทําให้อสม. ซึ่งเราถือว่าเป็นหมอคนแรก และมีผลงานในสมัยโควิด ถือว่ามีชื่อเสียงดังไปทั่วโลก ขอสนับสนุนในเรื่องของร่างทั้ง 7 ฉบับ โดยเฉพาะร่างของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะเป็นผู้เสนอในรายละเอียดส่วนนี้ที่ยังขาด ขอให้เพิ่มเติมตามสภาพปัญหาที่มีในปัจจุบันด้วย
5 กันยายน 2568 เวลา 21:03
อภิปราย หนุน พ.ร.บ.อสม. ทั้ง 7 ร่าง
"สส.สฤษฏ์พงษ์" อภิปราย หนุน พ.ร.บ.อสม. ทั้ง 7 ร่าง ให้มีความเข้มแข็ง ในเรื่องการอบรม องค์ความรู้ เครื่องมือ งบประมาณ สวัสดิการ ฝากแก้ปัญหาการบริหารงาน ขัดแย้งกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และให้มีตู้แดง มียาใช้ยามฉุกเฉิน
นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน พ ศ .... ว่า ปัจจุบันมี อสม.ทั่วประเทศ ประมาณ 1,090,000 คน เท่ากับ อสม.1 คน ต่อประชาชน 68 คน หรือ อสม.1 คน ดูแล 10- 15 ครัวเรือน การที่เราจะทําให้ อสม. มีความเข้มแข็งในตัวเอง ประกอบหลายเรื่องด้วยกัน เช่น เรื่องการอบรม องค์ความรู้ เครื่องไม้ เครื่องมือ และเรื่องงบประมาณ สวัสดิการ และรายรับ ภายใต้กฎหมายที่รองรับได้อย่างชัดเจน ในอดีตเป็นผลงานของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในขณะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ในการตั้งเงินค่าตอบแทน อสม. 2,000 บาททั่วประเทศ
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของอสม.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 250 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่และอํานาจในการจัดทําบริการสาธารณะ และกิจการสาธารณะ และ พรบ.ขั้นตอนแผนกระจายอํานาจปี 2542 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดูแล แต่ในขณะนี้ อสม.ยังสังกัดอยู่กับ สสจ. เรามี อสม.ทั่วประเทศ 4,300 กว่าแห่ง วันนี้ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด อปท.ประมาณ 43% เมื่อก่อน อสม. จะทํางานร่วมกับ รพ.สต. แต่ขณะนี้ รพ.สต.ไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการบริหารงาน และการประชาสัมพันธ์ ระหว่าง อสม.กับ รพ.สต. กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีความขัดแย้งกันหลายพื้นที่โดยเฉพาะบางจังหวัดที่มีการโอน รพ.สต. เต็มทั้งจังหวัด มีหลายจังหวัด ไม่ว่าสุพรรณบุรี ปราจีนบุรี อีกหลายจังหวัดด้วยกัน การที่จะทํางานร่วมกันกับ อสม. ค่อนข้างที่จะมีปัญหาในเรื่องของการสั่งการ หรือว่าการทํางานร่วมกัน
.
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ควรที่จะต้องไปแก้ไข ว่าในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล อบต. พัทยา และ กทม.นั้น จะต้องให้ตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าไปเป็นคณะกรรมการในระดับจังหวัด ในระดับเขต ระดับส่วนกลาง เพื่อที่จะให้ได้รับทราบปัญหาว่า อสม.กับในส่วนของการกํากับดูแล ในเรื่องของสวัสดิการ ในการใช้ในการจ่ายเงิน ใครเป็นหน่วยไหนเป็นผู้ดูแล คิดว่าวันนี้การถ่ายโอน รพ.สต.ไป อบจ.หลายจังหวัด ทําหน้าที่ได้ดี ดูแลในเรื่องของโครงสร้าง ตัวอาคาร เครื่องมือ และสวัสดิการ ที่พอใจแล้ว ทําให้ รพ.สต.มีความเข้มแข็งมาก
.
“ผมเห็นด้วยกับการออกกฎหมายมารองรับ ที่จะมาดูแล สวัสดิการในส่วนของ อสม.ทั้งล้านกว่าคน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดอบรม ให้เครื่องไม้เครื่องมือ ยานพาหนะ ก็จําเป็น แม้กระทั่งในเรื่องของตู้แดง ที่หลายประเทศทําเรียกว่าเป็นการตู้จ่ายยาในหมู่บ้าน เป็นตู้จ่ายยาที่เรียกว่าเทเลเมดิซีน ที่ชาวเขา ชาวบ้านในชนบทที่ป่วยกลางคืน ไม่สามารถมาโรงพยาบาลได้ เราจะมีตู้อย่างนี้ เข้าไปในชนบท แล้วให้ อสม.ได้ดูแลมีการตรวจสุขภาพ กับหมอผ่านตู้มีการวิดีโอคอลกัน แล้วมียาในตู้ สามารถที่จะไปกด แล้วบริการเรื่องยาได้ในเวลาฉุกเฉิน วันนี้มีการถ่ายโอนจังหวัดใดก็ตามที่ รพ.สต โอนไป สมมุติว่า 30 แห่ง อสม.ที่อยู่ภายใต้สังกัด รพ.สต ควรที่จะโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดด้วย มันจะไม่เหลื่อมล้ำในการบริหารจัดการกัน” นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าว
.
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า สําหรับในส่วนอื่นๆ ของอสม. ที่ยังสังกัด สสจ. ให้คงไว้เหมือนเดิม คิดว่าโครงสร้างส่วนนี้ ในร่างกฎหมายทั้ง 7 ฉบับยังไม่มี เพราะฉะนั้นขอฝากไว้ด้วยว่าในการแก้ไข หรือขอสงวนเรื่องการเพิ่มเติมกฎหมาย ฝากส่วนนี้เป็นส่วนสําคัญ คิดว่าเป็นปัญหาปัจจุบันที่ อสม. สสจ. และ อปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังมีความห่วงใย คิดว่าถ้าทําเรื่องนี้ ให้สําเร็จได้ มีกฎหมายรองรับ คิดว่าเป็นการพัฒนาที่จะทําให้อสม. ซึ่งเราถือว่าเป็นหมอคนแรก และมีผลงานในสมัยโควิด ถือว่ามีชื่อเสียงดังไปทั่วโลก ขอสนับสนุนในเรื่องของร่างทั้ง 7 ฉบับ โดยเฉพาะร่างของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะเป็นผู้เสนอในรายละเอียดส่วนนี้ที่ยังขาด ขอให้เพิ่มเติมตามสภาพปัญหาที่มีในปัจจุบันด้วย
นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน พ ศ .... ว่า ปัจจุบันมี อสม.ทั่วประเทศ ประมาณ 1,090,000 คน เท่ากับ อสม.1 คน ต่อประชาชน 68 คน หรือ อสม.1 คน ดูแล 10- 15 ครัวเรือน การที่เราจะทําให้ อสม. มีความเข้มแข็งในตัวเอง ประกอบหลายเรื่องด้วยกัน เช่น เรื่องการอบรม องค์ความรู้ เครื่องไม้ เครื่องมือ และเรื่องงบประมาณ สวัสดิการ และรายรับ ภายใต้กฎหมายที่รองรับได้อย่างชัดเจน ในอดีตเป็นผลงานของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในขณะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ในการตั้งเงินค่าตอบแทน อสม. 2,000 บาททั่วประเทศ
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของอสม.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 250 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่และอํานาจในการจัดทําบริการสาธารณะ และกิจการสาธารณะ และ พรบ.ขั้นตอนแผนกระจายอํานาจปี 2542 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดูแล แต่ในขณะนี้ อสม.ยังสังกัดอยู่กับ สสจ. เรามี อสม.ทั่วประเทศ 4,300 กว่าแห่ง วันนี้ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด อปท.ประมาณ 43% เมื่อก่อน อสม. จะทํางานร่วมกับ รพ.สต. แต่ขณะนี้ รพ.สต.ไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการบริหารงาน และการประชาสัมพันธ์ ระหว่าง อสม.กับ รพ.สต. กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีความขัดแย้งกันหลายพื้นที่โดยเฉพาะบางจังหวัดที่มีการโอน รพ.สต. เต็มทั้งจังหวัด มีหลายจังหวัด ไม่ว่าสุพรรณบุรี ปราจีนบุรี อีกหลายจังหวัดด้วยกัน การที่จะทํางานร่วมกันกับ อสม. ค่อนข้างที่จะมีปัญหาในเรื่องของการสั่งการ หรือว่าการทํางานร่วมกัน
.
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ควรที่จะต้องไปแก้ไข ว่าในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล อบต. พัทยา และ กทม.นั้น จะต้องให้ตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าไปเป็นคณะกรรมการในระดับจังหวัด ในระดับเขต ระดับส่วนกลาง เพื่อที่จะให้ได้รับทราบปัญหาว่า อสม.กับในส่วนของการกํากับดูแล ในเรื่องของสวัสดิการ ในการใช้ในการจ่ายเงิน ใครเป็นหน่วยไหนเป็นผู้ดูแล คิดว่าวันนี้การถ่ายโอน รพ.สต.ไป อบจ.หลายจังหวัด ทําหน้าที่ได้ดี ดูแลในเรื่องของโครงสร้าง ตัวอาคาร เครื่องมือ และสวัสดิการ ที่พอใจแล้ว ทําให้ รพ.สต.มีความเข้มแข็งมาก
.
“ผมเห็นด้วยกับการออกกฎหมายมารองรับ ที่จะมาดูแล สวัสดิการในส่วนของ อสม.ทั้งล้านกว่าคน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดอบรม ให้เครื่องไม้เครื่องมือ ยานพาหนะ ก็จําเป็น แม้กระทั่งในเรื่องของตู้แดง ที่หลายประเทศทําเรียกว่าเป็นการตู้จ่ายยาในหมู่บ้าน เป็นตู้จ่ายยาที่เรียกว่าเทเลเมดิซีน ที่ชาวเขา ชาวบ้านในชนบทที่ป่วยกลางคืน ไม่สามารถมาโรงพยาบาลได้ เราจะมีตู้อย่างนี้ เข้าไปในชนบท แล้วให้ อสม.ได้ดูแลมีการตรวจสุขภาพ กับหมอผ่านตู้มีการวิดีโอคอลกัน แล้วมียาในตู้ สามารถที่จะไปกด แล้วบริการเรื่องยาได้ในเวลาฉุกเฉิน วันนี้มีการถ่ายโอนจังหวัดใดก็ตามที่ รพ.สต โอนไป สมมุติว่า 30 แห่ง อสม.ที่อยู่ภายใต้สังกัด รพ.สต ควรที่จะโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดด้วย มันจะไม่เหลื่อมล้ำในการบริหารจัดการกัน” นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าว
.
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า สําหรับในส่วนอื่นๆ ของอสม. ที่ยังสังกัด สสจ. ให้คงไว้เหมือนเดิม คิดว่าโครงสร้างส่วนนี้ ในร่างกฎหมายทั้ง 7 ฉบับยังไม่มี เพราะฉะนั้นขอฝากไว้ด้วยว่าในการแก้ไข หรือขอสงวนเรื่องการเพิ่มเติมกฎหมาย ฝากส่วนนี้เป็นส่วนสําคัญ คิดว่าเป็นปัญหาปัจจุบันที่ อสม. สสจ. และ อปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังมีความห่วงใย คิดว่าถ้าทําเรื่องนี้ ให้สําเร็จได้ มีกฎหมายรองรับ คิดว่าเป็นการพัฒนาที่จะทําให้อสม. ซึ่งเราถือว่าเป็นหมอคนแรก และมีผลงานในสมัยโควิด ถือว่ามีชื่อเสียงดังไปทั่วโลก ขอสนับสนุนในเรื่องของร่างทั้ง 7 ฉบับ โดยเฉพาะร่างของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะเป็นผู้เสนอในรายละเอียดส่วนนี้ที่ยังขาด ขอให้เพิ่มเติมตามสภาพปัญหาที่มีในปัจจุบันด้วย