9 กันยายน 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงถึงการคัดเลือกบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ โดยย้ำว่า “สเปค” ของรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ที่สามารถทำงานได้ทันที มีประสบการณ์ เข้าใจงาน และขับเคลื่อนได้จริง เพื่อให้การบริหารประเทศเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบเวลา 4 เดือน ก่อนยุบสภาตามที่กำหนดไว้
นายอนุทินเปิดเผยว่า ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ได้เป็นนักการเมืองหรือสมาชิกพรรคเข้ามาร่วมรัฐบาลหลายตำแหน่ง เพื่อผสมผสานความรู้ความสามารถเฉพาะด้านกับการทำงานทางการเมือง โดยเฉพาะในส่วนของเศรษฐกิจที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของรัฐบาลชุดนี้
สำหรับรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ นายอนุทินยืนยันว่าได้เลือก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ด้วยประสบการณ์ด้านการคลังและการบริหารงานภาครัฐที่ยาวนาน เชื่อว่าจะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ พร้อมวางแนวทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ นายเอกนิติยังจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันโครงการ “คนละครึ่ง” ที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนในวงกว้าง โดยนายอนุทินย้ำว่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการต่อ แต่จะต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน นายเอกนิติก็มีแนวคิดเพิ่มเติม เช่น โครงการรูปแบบ “60/40” และมาตรการทางภาษี ที่จะถูกนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ
9 กันยายน 2568 เวลา 19:14
“อนุทิน” เผย “เอกนิติ” นั่งรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดสเปครัฐมนตรีต้องทำงานได้ทันที พร้อมเดินหน้า “คนละครึ่ง”
“อนุทิน” เผย “เอกนิติ” นั่งรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดสเปครัฐมนตรีต้องทำงานได้ทันที พร้อมเดินหน้า “คนละครึ่ง”
9 กันยายน 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงถึงการคัดเลือกบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ โดยย้ำว่า “สเปค” ของรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ที่สามารถทำงานได้ทันที มีประสบการณ์ เข้าใจงาน และขับเคลื่อนได้จริง เพื่อให้การบริหารประเทศเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบเวลา 4 เดือน ก่อนยุบสภาตามที่กำหนดไว้
นายอนุทินเปิดเผยว่า ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ได้เป็นนักการเมืองหรือสมาชิกพรรคเข้ามาร่วมรัฐบาลหลายตำแหน่ง เพื่อผสมผสานความรู้ความสามารถเฉพาะด้านกับการทำงานทางการเมือง โดยเฉพาะในส่วนของเศรษฐกิจที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของรัฐบาลชุดนี้
สำหรับรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ นายอนุทินยืนยันว่าได้เลือก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ด้วยประสบการณ์ด้านการคลังและการบริหารงานภาครัฐที่ยาวนาน เชื่อว่าจะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ พร้อมวางแนวทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ นายเอกนิติยังจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันโครงการ “คนละครึ่ง” ที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนในวงกว้าง โดยนายอนุทินย้ำว่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการต่อ แต่จะต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน นายเอกนิติก็มีแนวคิดเพิ่มเติม เช่น โครงการรูปแบบ “60/40” และมาตรการทางภาษี ที่จะถูกนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ
9 กันยายน 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงถึงการคัดเลือกบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ โดยย้ำว่า “สเปค” ของรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ที่สามารถทำงานได้ทันที มีประสบการณ์ เข้าใจงาน และขับเคลื่อนได้จริง เพื่อให้การบริหารประเทศเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบเวลา 4 เดือน ก่อนยุบสภาตามที่กำหนดไว้
นายอนุทินเปิดเผยว่า ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ได้เป็นนักการเมืองหรือสมาชิกพรรคเข้ามาร่วมรัฐบาลหลายตำแหน่ง เพื่อผสมผสานความรู้ความสามารถเฉพาะด้านกับการทำงานทางการเมือง โดยเฉพาะในส่วนของเศรษฐกิจที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของรัฐบาลชุดนี้
สำหรับรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ นายอนุทินยืนยันว่าได้เลือก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ด้วยประสบการณ์ด้านการคลังและการบริหารงานภาครัฐที่ยาวนาน เชื่อว่าจะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ พร้อมวางแนวทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ นายเอกนิติยังจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันโครงการ “คนละครึ่ง” ที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนในวงกว้าง โดยนายอนุทินย้ำว่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการต่อ แต่จะต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน นายเอกนิติก็มีแนวคิดเพิ่มเติม เช่น โครงการรูปแบบ “60/40” และมาตรการทางภาษี ที่จะถูกนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ