MOA ไม่มีผลทางกฎหมาย ไม่ล้มล้างการปกครอง

MOA ไม่มีผลทางกฎหมาย ไม่ล้มล้างการปกครอง

"สิริพงศ์" เชื่อ MOA ไม่มีผลทางกฎหมาย ไม่ล้มล้างการปกครอง ชี้ พท.เคยเสนอรับทุกเงื่อนไขพรรค ปชน. ยืนยัน ภท.จริงใจแก้รธน.ตั้งแต่ต้น โต้ "จิรายุ" ทีมเศรษฐกิจดีกว่า 2 ปีก่อน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นักกฎหมายยื่นคำร้องของพรรคเพื่อไทย ต่อประธานสภาเพื่อเอาผิดพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย เรื่องบันทึกข้อตกลง (MOA) ว่า เป็นเพียงความเห็นที่แตกต่างกัน โดย MOA เป็นเพียงข้อตกลงร่วมกันที่ไม่มีผลทางกฎหมาย แต่มีผลทางความรู้สึกและการรับรู้ และเป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะดำเนินการได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทย ยืนยันที่จะรับเงื่อนไข MOA ของพรรคประชาชนเช่นกัน นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า MOA ไม่ได้มีถ้อยคำอะไรที่จะเป็นการล้มล้างการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร และไม่ได้มีเนื้อหาที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่เข้าข่าย และไม่ได้เป็นการก้าวล่วงองค์กรใด ผู้สื่อข่าวถามกรณีการแก้รัฐธรรมนูญที่ สว.อาจไม่เอาด้วย นายสิริพงศ์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเคยเสนอแก้มาตรา 256 ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยเสนอตัดอำนาจ สว.ในการโหวตนายกฯ ปรากฏว่าไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. แสดงให้เห็นถึงการที่เราจะต้องขอเสียง สว. ซึ่งจำเป็นต้องดูเนื้อหาที่เป็นไปได้ การขอเสียง สว. ไม่ได้อยู่ที่ว่าพรรคไหนต้องไปคุย วันนี้ต้องทำใจให้เป็นธรรม ถ้าจะขอมือโหวตให้ ต้องมีข้อเสนอที่รับได้ เช่น ถ้าจะไปตัดอำนาจ สว.ก็อาจจะเป็นเหตุที่ทำให้ สว.ไม่ยกมือสนับสนุน จึงอยู่ที่เนื้อหามากกว่าที่จะต้องไปคุย ซึ่งพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ต้องคุยแนวทางกันว่าจะทำแบบไหน หากเห็นตรงกันก็อาจจะยื่นร่วมกัน แต่ถ้าเห็นต่างกัน พรรคภูมิใจไทยต้องรวมเสียงให้มากพอที่จะยื่นได้ นายสิริพงศ์ กล่าวถึงการมี สสร.ว่า ต้องเป็นทางอ้อมแน่นอน ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไร เช่น การเสนอรายชื่อให้รัฐสภาเลือก หรือการเลือกตั้งตัวแทนมาแล้วจึงค่อยเลือก สสร.อีกที จะต้องมีการหารือกับพรรคประชาชนอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งเชื่อว่าทิศทางจะไปในทางที่ดี ธงของภูมิใจไทยวาระหนึ่งจะต้องพิจารณาในสมัยประชุมนี้ และพิจารณาวาระ 2,3 ในสมัยประชุมหน้า ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยจริงใจตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ อยากจะแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน เดินหน้ายุบสภาให้ตรงตามกำหนดเวลา 4 เดือน และเดินหน้าเต็มที่ในการแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตโฆษกรัฐบาล แสดงความเห็นถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระวังจะเป็นรัฐบาลเต้าหู้ยี้ว่า ยี้หรือไม่ยี้อยู่ที่สังคม ดูจากหน้าตารัฐมนตรีเศรษฐกิจ คิดว่ารัฐบาลนี้ดีกว่า 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจเท่าที่รับฟังจากประชาชน และแม้ว่ารัฐมนตรีเศรษฐกิจจะเป็นโควต้ากลาง แต่ก็มีการพูดคุยและทำงานร่วมกับรัฐมนตรีจากพรรคร่วมอื่น ๆ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายไปในทิศทางเดียวกันได้ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ไม่ได้หวังผลคะแนนเสียงเหมือนรัฐบาลชุดที่ผ่านมา รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการการจัดทำร่างแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่า ตอนนี้กำลังปรับปรุง หลังจากที่มีการโปรดเกล้าฯ รายชื่อครม. จะมีนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ นำมาหารือกัน เพื่อจะดูว่านโยบายที่เขียนมาไปด้วยกันได้หรือไม่ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะแถลงต่อรัฐสภา ยืนยันว่า เสร็จสิ้นก่อนสิ้นเดือนนี้