ประกาศเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ กระตุ้นเศรษฐกิจ

ประกาศเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ กระตุ้นเศรษฐกิจ

"พิพัฒน์" ประกาศเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ กระตุ้นเศรษฐกิจ มุ่งเชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน ชี้ ที่ผ่านมาเสียโอกาสไปมาก หากไม่เริ่มวันนี้ จะชะลอไปเรื่อยๆ หนุนเอกชนร่วมทุน วันที่ 17 ก.ย.68 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยภาคใต้ กล่าวถึงการเดินหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ว่า เรามีนโยบายที่จะพัฒนาโดยเฉพาะเรื่องที่สำคัญที่สุดอย่างโครงการแลนด์บริดจ์ว่าจะเกิดหรือไม่ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์แล้ว และเราจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่เริ่มต้นในสมัยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ด้วยระบบราง ถนน และระบบท่อ ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรและระนอง โดยได้หารือส่วนตัวกับนายชุมพลเพื่อสานความสำเร็จ และเป็นการพัฒนาจังหวัด พวกเราต้องช่วยกันคิด และจัดทำอย่างไรให้โครงการนี้ราบรื่นไปได้ นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ตนได้รับมอบหมายให้ประสานกับกลุ่มการเมืองในภาคใต้ เพื่อรวมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคใต้ เพราะที่ผ่านมาภาคใต้เสียโอกาสพัฒนาไปมาก เพราะขาดความร่วมมืออย่างจริงจัง ซึ่งหากมีการรวมตัวและช่วยกันในเรื่องยุทธศาสตร์ ก็มั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาภาคใต้ได้มากกว่านี้ ส่วนกรณีที่มีคนไม่เห็นด้วย และขอให้ชะลอโครงการดังกล่าว เพราะเกรงจะศึกษาผลกระทบ EIA ไม่ทัน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ถ้าเราไม่สานต่อในวันนี้ ก็จะชะลอไปเรื่อยๆ และโอกาสคงไม่เกิด สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์จะไม่ใช้เงินกู้ของรัฐบาล แต่จะเชิญชวนเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน เนื่องจากวันนี้ประเทศไทยยังไม่พร้อมเรื่องการกู้ยืมเงิน แต่มั่นใจว่าเรามีศักยภาพในการดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาใช้บริการท่าเรือทั้งสองฝั่ง ส่วนความคืบหน้าของการจัดทำ EIA นั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระบวนการศึกษาดำเนินไปไกลพอสมควรแล้ว และอยู่ระหว่างการตัดสินใจของรัฐบาลนายอนุทินว่าในระยะเวลา 4 เดือน กำลังพิจารณา ซึ่งนายอนุทินให้สัมภาษณ์ไปแล้ว เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเป็นการสร้างงานอีกชิ้นหนึ่ง ที่เป็นงานชิ้นใหญ่ และถือเป็นโครงการใหญ่ที่สุดหลัง EEC เราพยายามทำโครงการนี้ให้สำเร็จ และเป็นตัวเชื่อม SEC เรามีความพร้อม และความตั้งใจของนายกรัฐมนตรี ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเวลาสั้นๆ "หากเราไม่คิดที่จะริเริ่มอะไร 4 เดือนก็จะผ่านไปแบบเปล่าประโยชน์ ฉะนั้นขออย่าไปสนใจว่าเป็น 4 เดือนหรือกี่วัน เมื่อเราเข้ามาสิ่งที่ต้องทำ และทำได้มากน้อยขนาดไหน ถ้าครั้งต่อไปพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เราจะมาสานต่อนโยบาย แต่หากไม่ได้รับความไว้วางใจก็ขอฝากโครงการที่ดีๆ หรือโครงการที่จะทำให้คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นให้กับรัฐบาลชุดต่อไป เพราะนโยบายดังกล่าวเป็นความตั้งใจของพรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรี" นายพิพัฒน์ กล่าว