วันที่ 30 ก.ย. 2568 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงเบื้องหลังการทำบันทึกความเข้าใจ (MOA) ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน ว่า เริ่มแรกเป็นการหารือกันเพื่อประสานงานในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเห็นว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมาไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนได้ จึงมีข้อตกลงว่าเมื่อถึงเวลาเหมาะสมจะยุบสภา
อย่างไรก็ตาม หลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ไม่สามารถกดปุ่มยุบสภาได้ จึงมีการหารือกับพรรคประชาชนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ และนำไปสู่การทำ MOA ดังกล่าว โดยนายอนุทินย้ำว่าไม่ได้ทำอย่างลับ ๆ หากแต่ทำอย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันว่า MOA ดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องระหว่างสองพรรคการเมือง ไม่ได้ผูกพันทั้งรัฐบาล แต่เมื่อพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็จะรักษาสัญญา ยืนยันว่าจะยุบสภาไม่เกินวันที่ 31 ม.ค. 2569 ขณะที่วันที่ 14-15 ต.ค.นี้ จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสภาฯ
นายกฯ ตอบข้อซักถามฝ่ายค้าน เรื่องการเพิ่มจำนวน สส.ว่า ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการเลือกตั้งซ่อม จ.ศรีสะเกษ พร้อมย้ำว่า “MOA ไม่ได้มีอำนาจบังคับการบริหารราชการแผ่นดิน แต่กำหนดชัดว่าต้องเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภา”
นอกจากนี้ นายอนุทินยังตอบถึงข้อกัลวล เรื่องการใช้อำนาจแทรกแซงคดีสำคัญ อาทิ คดีเขากระโดง และคดีการสรรหา ส.ว. โดยยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของ กกต. และหน่วยงานอิสระ ไม่ใช่อำนาจของรัฐบาล
นายอนุทินย้ำทิ้งท้ายว่า รัฐบาลนี้ตั้งขึ้นมาตามระบอบประชาธิปไตย โดยได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส. 313 เสียง และขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ตนจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีใด ๆ ตามที่ถูกกล่าวหาอย่างแน่นอน.
30 กันยายน 2568 เวลา 12:29
แจงเหตุเซ็น MOA พรรคประชาชน ยันยุบสภา 31 มกราคม 2569
ไม่มีลับลวงพราง ! “อนุทิน” แจงเหตุเซ็น MOA พรรคประชาชน ยันยุบสภา 31 มกราคม 2569
วันที่ 30 ก.ย. 2568 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงเบื้องหลังการทำบันทึกความเข้าใจ (MOA) ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน ว่า เริ่มแรกเป็นการหารือกันเพื่อประสานงานในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเห็นว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมาไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนได้ จึงมีข้อตกลงว่าเมื่อถึงเวลาเหมาะสมจะยุบสภา
อย่างไรก็ตาม หลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ไม่สามารถกดปุ่มยุบสภาได้ จึงมีการหารือกับพรรคประชาชนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ และนำไปสู่การทำ MOA ดังกล่าว โดยนายอนุทินย้ำว่าไม่ได้ทำอย่างลับ ๆ หากแต่ทำอย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันว่า MOA ดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องระหว่างสองพรรคการเมือง ไม่ได้ผูกพันทั้งรัฐบาล แต่เมื่อพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็จะรักษาสัญญา ยืนยันว่าจะยุบสภาไม่เกินวันที่ 31 ม.ค. 2569 ขณะที่วันที่ 14-15 ต.ค.นี้ จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสภาฯ
นายกฯ ตอบข้อซักถามฝ่ายค้าน เรื่องการเพิ่มจำนวน สส.ว่า ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการเลือกตั้งซ่อม จ.ศรีสะเกษ พร้อมย้ำว่า “MOA ไม่ได้มีอำนาจบังคับการบริหารราชการแผ่นดิน แต่กำหนดชัดว่าต้องเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภา”
นอกจากนี้ นายอนุทินยังตอบถึงข้อกัลวล เรื่องการใช้อำนาจแทรกแซงคดีสำคัญ อาทิ คดีเขากระโดง และคดีการสรรหา ส.ว. โดยยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของ กกต. และหน่วยงานอิสระ ไม่ใช่อำนาจของรัฐบาล
นายอนุทินย้ำทิ้งท้ายว่า รัฐบาลนี้ตั้งขึ้นมาตามระบอบประชาธิปไตย โดยได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส. 313 เสียง และขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ตนจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีใด ๆ ตามที่ถูกกล่าวหาอย่างแน่นอน.
วันที่ 30 ก.ย. 2568 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงเบื้องหลังการทำบันทึกความเข้าใจ (MOA) ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน ว่า เริ่มแรกเป็นการหารือกันเพื่อประสานงานในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเห็นว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมาไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนได้ จึงมีข้อตกลงว่าเมื่อถึงเวลาเหมาะสมจะยุบสภา
อย่างไรก็ตาม หลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ไม่สามารถกดปุ่มยุบสภาได้ จึงมีการหารือกับพรรคประชาชนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ และนำไปสู่การทำ MOA ดังกล่าว โดยนายอนุทินย้ำว่าไม่ได้ทำอย่างลับ ๆ หากแต่ทำอย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันว่า MOA ดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องระหว่างสองพรรคการเมือง ไม่ได้ผูกพันทั้งรัฐบาล แต่เมื่อพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็จะรักษาสัญญา ยืนยันว่าจะยุบสภาไม่เกินวันที่ 31 ม.ค. 2569 ขณะที่วันที่ 14-15 ต.ค.นี้ จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสภาฯ
นายกฯ ตอบข้อซักถามฝ่ายค้าน เรื่องการเพิ่มจำนวน สส.ว่า ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการเลือกตั้งซ่อม จ.ศรีสะเกษ พร้อมย้ำว่า “MOA ไม่ได้มีอำนาจบังคับการบริหารราชการแผ่นดิน แต่กำหนดชัดว่าต้องเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภา”
นอกจากนี้ นายอนุทินยังตอบถึงข้อกัลวล เรื่องการใช้อำนาจแทรกแซงคดีสำคัญ อาทิ คดีเขากระโดง และคดีการสรรหา ส.ว. โดยยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของ กกต. และหน่วยงานอิสระ ไม่ใช่อำนาจของรัฐบาล
นายอนุทินย้ำทิ้งท้ายว่า รัฐบาลนี้ตั้งขึ้นมาตามระบอบประชาธิปไตย โดยได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส. 313 เสียง และขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ตนจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีใด ๆ ตามที่ถูกกล่าวหาอย่างแน่นอน.