วันที่ 30 ก.ย.2568 นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาในการแถลงนโยบายรัฐบาบ โดยกล่าวถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการทำงาน แม้จะมีเวลาจำกัดเพียง 4 เดือน ขอเวลาทุกคนติดตามการทำงาน โดยยกคำพูดของผู้อาวุโสที่พูดไว้ว่า “อย่างน้อยได้วางรากฐานที่ถูกต้องไว้ในรัฐบาลชุดนี้
นายโสภณ ยอมรับว่า ปัญหายาเสพติดเป็นภัยมหันต์ที่สะสมมานานเป็นสิบปี ตนให้ความสำคัญเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างสูงมาก หลายคนอาจจะมองมาที่พรรคภูมิใจไทย ครั้งนี้ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มาจากพรรค ภท. การแก้ไขปัญหายาเพสติดต้องบูรณาการ นายกฯ ต้องสำคัญที่สุด ทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องร่วมกันแก้ปัญหา โดยเฉพาะตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทหาร สาธารณสุข แม้ที่แต่ที่แล้วมาเราตั้งงบแก้ปัญฆายาเสพติดไว้กระจัดกระจาย เบี้ยหัวแตกไปหมด มีทุกกระทรวง งบที่ตั้งไว้ 6,000 กว่าล้านบาท ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ตั้ง
นายโสภณ กล่าวว่า สิ่งแรกที่จะทำรัฐบาลชุดนี้จะต้องบูรณการแก้ปัญหายาเสพติด เหมือนโมเดลที่ตนทำไว้ที่ จ.บุรีรัมย์ ยืนยันว่าพวกตนทำได้เรื่องปัญหายาเพสติดที่จ.บุรีรัมย์ คือ โครงการรวมพลังและศรัทธาต้านยาเสพติด ใน 6 อำเภอเราบูรณาการกันจริงๆ เอาผู้นำชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ มาทำเวิร์กช็อป และประชาชนมีส่วนร่วม เราสามารถนำคนคืน และให้เลิกใช้ยาเสพติดได้ถึง 1,604 คน ซึ่งยืนยันว่าคลุกคลีอยู่กับการแก้ปัญหายาเสพติดถึง 2 ปี และทราบว่าสิ่งที่จะสำเร็จในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ประชาชนต้องให้ความร่วมมือ รัฐและเจ้าหน้าที่รัฐต้องมีความจริงใจ โมเดลนี้ทำได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ถ้าจะแก้ปัญหายาเสพติดโดยวาทกรรมไม่มีทาง ประเทศเราอีก 4 ปีถ้าไม่ดำเนินการจริงจัง จะเป็นประเทศที่ง่อยเปลี้ยเสียขา เพราะประชาชนพึ่งยาเสพติด ตั้งแต่บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา ยาบ้า กระท่อม
นายโสภณ กล่าวอีกว่า วันนี้เราต้องร่วมกัน หวังว่ารัฐบาลโดยการนำของนายอนุทินจะทำหลักดีๆ จะไม่พอใจในตัวเลข จะไม่ใช้นโยบายที่จับต้องไม่ได้ สิ่งที่จะต้องทำต่อไป คือ กลับมาดูเรื่องกฎหมาย ต้องทบทวนกฎหมาย สิ่งที่ทาง จ.บุรีรัมย์ทำไว้อาจจะเป็นโมเดลที่ยากถ้าส่วนราชการไมร่วมมือ ที่สำคัญ สส.จริงใจที่จะทำ ยืนยันว่าเราทำได้ ทำเป็น และทำดีด้วย พวกตนมีหน้าที่ปราบปรามยาเพติด และทำให้เป็นตัวอย่าง วางรากฐานใน 4 เดือนทำทันที
30 กันยายน 2568 เวลา 17:46
จ่อใช้ "บุรีรัมย์โมเดล" แก้ยาเสพติด - ภท. ทำได้ ทำเป็น และทำดี
"โสภณ" เตรียมใช้ "บุรีรัมย์โมเดล" แก้ปัญหายาเสพติด ชี้ ภูมิใจไทย ทำได้ ทำเป็น และทำดี
วันที่ 30 ก.ย.2568 นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาในการแถลงนโยบายรัฐบาบ โดยกล่าวถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการทำงาน แม้จะมีเวลาจำกัดเพียง 4 เดือน ขอเวลาทุกคนติดตามการทำงาน โดยยกคำพูดของผู้อาวุโสที่พูดไว้ว่า “อย่างน้อยได้วางรากฐานที่ถูกต้องไว้ในรัฐบาลชุดนี้
นายโสภณ ยอมรับว่า ปัญหายาเสพติดเป็นภัยมหันต์ที่สะสมมานานเป็นสิบปี ตนให้ความสำคัญเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างสูงมาก หลายคนอาจจะมองมาที่พรรคภูมิใจไทย ครั้งนี้ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มาจากพรรค ภท. การแก้ไขปัญหายาเพสติดต้องบูรณาการ นายกฯ ต้องสำคัญที่สุด ทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องร่วมกันแก้ปัญหา โดยเฉพาะตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทหาร สาธารณสุข แม้ที่แต่ที่แล้วมาเราตั้งงบแก้ปัญฆายาเสพติดไว้กระจัดกระจาย เบี้ยหัวแตกไปหมด มีทุกกระทรวง งบที่ตั้งไว้ 6,000 กว่าล้านบาท ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ตั้ง
นายโสภณ กล่าวว่า สิ่งแรกที่จะทำรัฐบาลชุดนี้จะต้องบูรณการแก้ปัญหายาเสพติด เหมือนโมเดลที่ตนทำไว้ที่ จ.บุรีรัมย์ ยืนยันว่าพวกตนทำได้เรื่องปัญหายาเพสติดที่จ.บุรีรัมย์ คือ โครงการรวมพลังและศรัทธาต้านยาเสพติด ใน 6 อำเภอเราบูรณาการกันจริงๆ เอาผู้นำชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ มาทำเวิร์กช็อป และประชาชนมีส่วนร่วม เราสามารถนำคนคืน และให้เลิกใช้ยาเสพติดได้ถึง 1,604 คน ซึ่งยืนยันว่าคลุกคลีอยู่กับการแก้ปัญหายาเสพติดถึง 2 ปี และทราบว่าสิ่งที่จะสำเร็จในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ประชาชนต้องให้ความร่วมมือ รัฐและเจ้าหน้าที่รัฐต้องมีความจริงใจ โมเดลนี้ทำได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ถ้าจะแก้ปัญหายาเสพติดโดยวาทกรรมไม่มีทาง ประเทศเราอีก 4 ปีถ้าไม่ดำเนินการจริงจัง จะเป็นประเทศที่ง่อยเปลี้ยเสียขา เพราะประชาชนพึ่งยาเสพติด ตั้งแต่บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา ยาบ้า กระท่อม
นายโสภณ กล่าวอีกว่า วันนี้เราต้องร่วมกัน หวังว่ารัฐบาลโดยการนำของนายอนุทินจะทำหลักดีๆ จะไม่พอใจในตัวเลข จะไม่ใช้นโยบายที่จับต้องไม่ได้ สิ่งที่จะต้องทำต่อไป คือ กลับมาดูเรื่องกฎหมาย ต้องทบทวนกฎหมาย สิ่งที่ทาง จ.บุรีรัมย์ทำไว้อาจจะเป็นโมเดลที่ยากถ้าส่วนราชการไมร่วมมือ ที่สำคัญ สส.จริงใจที่จะทำ ยืนยันว่าเราทำได้ ทำเป็น และทำดีด้วย พวกตนมีหน้าที่ปราบปรามยาเพติด และทำให้เป็นตัวอย่าง วางรากฐานใน 4 เดือนทำทันที
วันที่ 30 ก.ย.2568 นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาในการแถลงนโยบายรัฐบาบ โดยกล่าวถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการทำงาน แม้จะมีเวลาจำกัดเพียง 4 เดือน ขอเวลาทุกคนติดตามการทำงาน โดยยกคำพูดของผู้อาวุโสที่พูดไว้ว่า “อย่างน้อยได้วางรากฐานที่ถูกต้องไว้ในรัฐบาลชุดนี้
นายโสภณ ยอมรับว่า ปัญหายาเสพติดเป็นภัยมหันต์ที่สะสมมานานเป็นสิบปี ตนให้ความสำคัญเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างสูงมาก หลายคนอาจจะมองมาที่พรรคภูมิใจไทย ครั้งนี้ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มาจากพรรค ภท. การแก้ไขปัญหายาเพสติดต้องบูรณาการ นายกฯ ต้องสำคัญที่สุด ทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องร่วมกันแก้ปัญหา โดยเฉพาะตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทหาร สาธารณสุข แม้ที่แต่ที่แล้วมาเราตั้งงบแก้ปัญฆายาเสพติดไว้กระจัดกระจาย เบี้ยหัวแตกไปหมด มีทุกกระทรวง งบที่ตั้งไว้ 6,000 กว่าล้านบาท ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ตั้ง
นายโสภณ กล่าวว่า สิ่งแรกที่จะทำรัฐบาลชุดนี้จะต้องบูรณการแก้ปัญหายาเสพติด เหมือนโมเดลที่ตนทำไว้ที่ จ.บุรีรัมย์ ยืนยันว่าพวกตนทำได้เรื่องปัญหายาเพสติดที่จ.บุรีรัมย์ คือ โครงการรวมพลังและศรัทธาต้านยาเสพติด ใน 6 อำเภอเราบูรณาการกันจริงๆ เอาผู้นำชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ มาทำเวิร์กช็อป และประชาชนมีส่วนร่วม เราสามารถนำคนคืน และให้เลิกใช้ยาเสพติดได้ถึง 1,604 คน ซึ่งยืนยันว่าคลุกคลีอยู่กับการแก้ปัญหายาเสพติดถึง 2 ปี และทราบว่าสิ่งที่จะสำเร็จในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ประชาชนต้องให้ความร่วมมือ รัฐและเจ้าหน้าที่รัฐต้องมีความจริงใจ โมเดลนี้ทำได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ถ้าจะแก้ปัญหายาเสพติดโดยวาทกรรมไม่มีทาง ประเทศเราอีก 4 ปีถ้าไม่ดำเนินการจริงจัง จะเป็นประเทศที่ง่อยเปลี้ยเสียขา เพราะประชาชนพึ่งยาเสพติด ตั้งแต่บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา ยาบ้า กระท่อม
นายโสภณ กล่าวอีกว่า วันนี้เราต้องร่วมกัน หวังว่ารัฐบาลโดยการนำของนายอนุทินจะทำหลักดีๆ จะไม่พอใจในตัวเลข จะไม่ใช้นโยบายที่จับต้องไม่ได้ สิ่งที่จะต้องทำต่อไป คือ กลับมาดูเรื่องกฎหมาย ต้องทบทวนกฎหมาย สิ่งที่ทาง จ.บุรีรัมย์ทำไว้อาจจะเป็นโมเดลที่ยากถ้าส่วนราชการไมร่วมมือ ที่สำคัญ สส.จริงใจที่จะทำ ยืนยันว่าเราทำได้ ทำเป็น และทำดีด้วย พวกตนมีหน้าที่ปราบปรามยาเพติด และทำให้เป็นตัวอย่าง วางรากฐานใน 4 เดือนทำทันที