ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มีหลายมิติ รบ.-ฝ่ายค้านต้องร่วมมือกัน

ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มีหลายมิติ รบ.-ฝ่ายค้านต้องร่วมมือกัน

“สีหศักดิ์” ชี้ ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มีหลายมิติ รบ.-ฝ่ายค้านต้องร่วมมือกัน เชื่อการต่างประเทศยุคนี้ต้องเป็นเอกภาพ ร่วมกับฝ่ายทหาร ไม่ให้ดูอ่อนแอในสายตาของเขมร 30 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงถึงนโยบายการต่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าเรื่องต่างประเทศเป็นผลประโยชน์ของชาติ ฉะนั้น ความร่วมมือระหว่างพรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้านมีความสำคัญ เพราะต่างต้องการรักษาผลประโยชน์ของชาติและศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของประเทศ มองไปข้างหน้า ตนก็อยากร่วมมือและมีโอกาสพูดคุยกับพรรคฝ่ายค้าน เพราะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง นายสีหศักดิ์กล่าวต่อว่า ปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชามีหลายมิติมาก ทั้งเรื่องของชายแดน ความมั่นคง อาชญากรรมข้ามชาติ เศรษฐกิจ การทหาร และยังโยงถึงเรื่องการเมืองภายในของแต่ละประเทศ ที่สำคัญคือเรื่องความรู้สึกของประชาชนทั้งสองประเทศ ว่าจะแก้ไขกันอย่างไร คือสิ่งที่เราต้องมานั่งคิดร่วมกัน ตนมองว่าต้องทำให้ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชากลับสู่ภาวะปกติ พยายามก้าวข้ามความขัดแย้งที่มีอยู่ให้ได้ ซึ่งยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน ส่วนการเจรจาไปที่ไหนต้องทำอย่างแน่นอน เพราะประเทศไทยใฝ่สันติ แต่แน่นอนว่าเราไม่ยอมเรื่องของอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน แต่บางครั้งประตูของการเจรจาอาจจะไม่เปิด เราต้องดูว่าเขาพร้อมเมื่อไหร่ แต่สิ่งสำคัญการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เราต้องมียุทธศาสตร์ในมิติต่าง ๆ สิ่งแรกคือ ต้องมียุทธศาสตร์ในเรื่องข้อมูลข่าวสาร เพราะตรงนี้เป็นพื้นที่ที่กัมพูชาใช้เป็นประโยชน์อย่างมาก เขานำเสนอข้อมูลฝ่ายเดียว เขาสร้างความได้เปรียบ นำประเด็นที่เป็นทวิภาคีไปสู่เวทีระหว่างประเทศ อย่างที่ผ่านมาในเวทีประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ หรือ UNGA นายสีหศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า เมื่อวานนี้ (29 ก.ย.) ที่มีสมาชิกท่านหนึ่งกล่าวหาว่าตนไปทะเลาะกับกัมพูชาในเวที UNGA นั้น ตนไม่ได้ทะเลาะ ขอให้ดูบุคลิกของตน เพราะตนไม่ทะเลาะกับใคร แต่ตนมีหน้าที่ในฐานะผู้แทนของไทย ต้องปกป้องประเทศและศักดิ์ศรีของไทย แต่ไม่ใช่ว่าตนจะปิดประตูเจรจา ซึ่งหากเขาพร้อมเจรจาเมื่อไหร่เราก็พร้อม แต่ปัญหาคือ เขาไม่แสดงความจริงใจที่จะเจรจากับเรา ซึ่งประเด็นที่ต้องเจรจาคือเรื่องการเจรจาหยุดยิง การเก็บกู้ทุนระเบิดสังหารบุคคล การกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ และสุดท้ายนำอาวุธหนักออกจากพื้นที่ ทั้งหมดนี้เพื่อนำความสงบ ความปลอดภัยมาสู่ชายแดน นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ในปัจจุบันเราเจอปัญหาที่สลับซับซ้อน เจอวิธีการของกัมพูชาที่กลับไปกลับมา แต่สิ่งสำคัญการต่างประเทศต้องเริ่มต้นภายในบ้านเรา ให้มีเอกภาพในการทำงานร่วมกัน เพราะฉะนั้น กระทรวงการต่างประเทศในช่วงที่ตนดูแลอยู่จะเน้นเรื่องความเป็นเอกภาพกับฝ่ายทหาร ซึ่งตนเองได้พูดคุยกับกระทรวงกลาโหมทุกวัน ไม่เช่นนั้นแล้วเราจะดูอ่อนแอในสายตาของอีกฝ่ายหนึ่ง และขณะนี้การทูตต้องสนับสนุนการทหาร แต่ต่อไปหากพื้นที่เปิดการทหารอาจต้องสนับสนุนการทูต