ชง ครม.ทบทวนมติรถไฟฟ้า 20 บาท "สีแดง-สีม่วง"

ชง ครม.ทบทวนมติรถไฟฟ้า 20 บาท "สีแดง-สีม่วง"

"พิพัฒน์" แจงสภา ชง ครม.ทบทวนมติรถไฟฟ้า 20 บาท "สีแดง-สีม่วง" กลับไปใช้มติเดิมสิ้นสุด 30 พ.ย. 68 พร้อมเร่งแพคเกจลดค่าเดินทางรวมรถเมล์ด้วย ส่วน ปัญหาเขาะกระโดง ยืนยัน รฟท.กำลังดำเนินการฟ้องรายแปลง 995 ราย ขณะที่ "แลนด์บริดจ์" เปิดต่างชาติลงทุน พร้อมเชิญผู้รู้ทุกพรรคร่วมให้ความเห็น วันที่ 30 กันยายน 2568 ในการการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ วันที่สอง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวถึงประเด็นพิพาทที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ขอยืนยันว่าทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะดำเนินการฟ้องร้องผู้บุกรุกหรือผู้ที่อ้างกรรมสิทธิ์ทั้ง 995 ราย 5,083 ไร่เศษเป็นรายแปลงจนครบ ส่วนประเด็นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย สำหรับรถไฟชานเมืองสายสีแดง และสายสีม่วงที่กำลังจะสิ้นสุดมาตรการในวันนี้ (30 ก.ย. 2568) นั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า จะเสนอหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันนี้ เพื่อทบทวนมติเดิมเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2568 ที่ให้มาตรการนี้สิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2568 นี้ เพื่อกลับไปใช้มติ ครม. เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2567 ที่จะทำให้รถไฟฟ้า สายสีแดงและสีม่วง เก็บค่าโดยสาร 20 บาทได้ต่อไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย. 2568 โดยเหตุผลสำคัญที่ขอทบทวนมติครม. วันที่ 8 ก.ค. 2568 เพื่อให้ผู้ใช้บริการทั้งสองสาย ยังสามารถใช้ค่าโดเยสาร 20 บาทในช่วง 2 เดือนนี้ไปก่อน เพราะกระทรวงคมนาคมจะมีการหารือมาตรการลดค่าเดินทาง ว่าจะมีวิธีการอย่างไรต่อไป เพื่อมองในภาพรวมด้วยว่า จะให้ใช้สายสีแดง สายสีม่วงแล้วสัมปทานรถไฟฟ้า ของบมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) และบมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) มาใช้ร่วมด้วยได้หรือไม่อย่างไร ซึ่งจะหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อตั้งคณะกรรมการร่วมศึกษาว่า ภาครัฐจะต้องรับผิดชอบด้านไหนบ้าง แต่แน่นอนว่า ภาครัฐจะย้อนกลับไปชดเชยคงไม่เหมาะ เพราะเราก็ไม่อยากเพิ่มภาระหนี้ รวมถึงก็ต้องเคารพต่อสัญญาสัมปทานเดิมของภาคเอกชน และยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนสำคัญ และรักษามาตรฐานคุณภาพการให้บริการระดับสากล และมั่นใจว่าใน 4 เดือนนี้ก่อนที่จะยุบสภาในสิ้นเดือนมกราคม ซึ่งเชื่อว่าไม่ทัน แต่จะดำเนินการเป็นสารตั้งต้น แต่ถ้าสามารถทำให้ทันภายใน 4 เดือนได้ ก็จะพยายามเร่งรัด นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องลดค่าเดินทาง จะต้องนำรถโดยสารประจำทางเข้ามาเป็นองค์ประกอบด้วย เพราะตอนนี้ มีรถเมล์ร้อน เก็บค่าโดยสาร 8 บาท แต่เมื่อจะมีการยกเลิกรถร้อน ผู้โดยสารที่ใช้บริการประจำจะทำอย่างไร แน่นอนว่าจะต้องมีการศึกษาเช่นกันและขอความกรุณาสมาชิกพรรคการเมืองหลายๆ พรรค ช่วยส่งผู้รู้ ความเข้าใจ และเชี่ยวชาญเข้ามาหารือกัน เป็นอีกเรื่องที่ขอชี้แจงว่า กระทรวงคมนาคมไม่ใช่ของตนเพียงคนเดียว "ขณะนี้ผมอาจจะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ในอนาคตก็จะมีคนอื่นหมุนเวียนเข้ามา เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้บริหาร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นภาพรวมของคนกทม. และปริมณฑล แต่ที่สำคัญที่สุด คือ เรากำลังจะสร้างมาตรฐานให้ประเทศไทยของเรา เพราะฉะนั้น ก็ต้องหารือกันในหลายๆ ภาคส่วน" นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ว่า ไม่ใช่ว่าพรรคภูมิใจไทยมีความมุ่งมั่นที่จะเอาให้ได้ แต่ส่วนนี้ถ้ามีการศึกษาใหม่ว่า มีผลดีผลเสียกับประเทศอย่างไรบ้าง ซึ่งจากการศึกษามา หากมีโครงการนี้ ก็จะลดเวลาการเดินทางลงได้ 4-5 วัน ซึ่งขณะนี้ความแออัดในช่องแคบมะละกา มีความแออัดมาก และเรือที่ผ่านช่องแคบต้องไปแวะที่พอร์ตสิงคโปร์ ซึ่งเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ อีกประเด็นที่สำคัญ ที่มีการกล่าวหาว่า จะกระทบสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ส่วนตัวก็คำนึงถึงอย่างมาก เพราะทะเลอันดามันมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย มีเกาะที่สวยงาม น้ำทะเลใส เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เราจะต้องพยายามดูแลให้ดีที่สุด "โครงการแลนด์บริดจ์ ท่าเรือ 2 ฝั่งและมีระบบเชื่อมท่าเรืออีก 90 กม. รัฐบาลจะไม่ลงทุนเองแต่จะเชิญนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุน รวมถึงบริหารท่าเรือ เพราะความรู้ความเชี่ยวชาญมากกว่าไทย สามารถเชื่อมการขนส่งฝั่งอ่าวไทย ซึ่งจะติดต่อไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนฝั่งอันดามันก็จะติดกับมหาสมุทรอินเดีย ไปถึงเอเชียกลางหรือภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่นกัน ตนจะให้การศึกษาอย่างดีที่สุด"