วันนี้ (30 ก.ย. 2568) เวลา 16.30 น. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ขึ้นบัลลังก์กล่าวปิดการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา โดยขอบคุณสมาชิกรัฐสภาทุกคนที่ให้ข้อเสนอ คำวิจารณ์ และความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ พร้อมยืนยันรัฐบาลจะนำไปใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มรูปแบบ
นายอนุทินระบุว่า รัฐบาลชุดนี้จะทำงานด้วยความ “โปร่งใส ขาวสะอาด” ไม่ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์หรือทุจริต พร้อมย้ำว่า รัฐมนตรีตั้งแต่เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 36 จะต้องถูกตรวจสอบได้ทั้งหมด และประกาศว่าจะทำงานอย่างตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้
พร้อมย้ำว่าในช่วง 4 เดือนจากนี้ จะไม่ให้การเมืองเป็นเวทีทะเลาะเบาะแว้ง แต่จะเป็นการแข่งกันทำงาน แข่งกันเสนอผลงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนเท่านั้น โดยเป้าหมายหลักคือการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ผ่านกระบวนการประชามติที่เปิดกว้างให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด ภายใต้กฎหมายกำหนด
นายอนุทินยังกล่าวถึงข้อกังวลเรื่องรัฐบาลเป็ดง่อย ว่า 4 เดือนจากนี้ไป ไม่ใช่เป็นง่อย รัฐบาลทำงานได้แน่นอน พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะยืนหยัดบริหารประเทศด้วยความจริงใจ โปร่งใส และรับฟังทุกเสียงจากประชาชนและสมาชิกรัฐสภา
นอกจากนี้ นายอนุทินยังย้ำถึงเป้าหมายด้านความยุติธรรมว่า จะไม่มีการหลงใหลในอำนาจ หากใครทำผิดจะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยยกตัวอย่างถึงการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ควรแข่งขันกันด้วยนโยบายและผลงาน ไม่ใช่ด้วยการสร้างความขัดแย้ง
สุดท้าย นายอนุทินทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำหนักแน่นว่า “รัฐบาลจะทำงานให้ประชาชน แล้วให้ประชาชนตัดสินว่า จะเลือกใครมาทำงาน”
30 กันยายน 2568 เวลา 19:27
ย้ำ 4 เดือนบริหารโปร่งใส ไม่ทะเลาะการเมือง เดินหน้าประชามติ รธน.
“อนุทิน” ปิดการแถลงนโยบาย ย้ำ 4 เดือนบริหารโปร่งใส-ไม่ทะเลาะการเมือง -เดินหน้าประชามติ รธน.
วันนี้ (30 ก.ย. 2568) เวลา 16.30 น. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ขึ้นบัลลังก์กล่าวปิดการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา โดยขอบคุณสมาชิกรัฐสภาทุกคนที่ให้ข้อเสนอ คำวิจารณ์ และความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ พร้อมยืนยันรัฐบาลจะนำไปใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มรูปแบบ
นายอนุทินระบุว่า รัฐบาลชุดนี้จะทำงานด้วยความ “โปร่งใส ขาวสะอาด” ไม่ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์หรือทุจริต พร้อมย้ำว่า รัฐมนตรีตั้งแต่เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 36 จะต้องถูกตรวจสอบได้ทั้งหมด และประกาศว่าจะทำงานอย่างตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้
พร้อมย้ำว่าในช่วง 4 เดือนจากนี้ จะไม่ให้การเมืองเป็นเวทีทะเลาะเบาะแว้ง แต่จะเป็นการแข่งกันทำงาน แข่งกันเสนอผลงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนเท่านั้น โดยเป้าหมายหลักคือการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ผ่านกระบวนการประชามติที่เปิดกว้างให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด ภายใต้กฎหมายกำหนด
นายอนุทินยังกล่าวถึงข้อกังวลเรื่องรัฐบาลเป็ดง่อย ว่า 4 เดือนจากนี้ไป ไม่ใช่เป็นง่อย รัฐบาลทำงานได้แน่นอน พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะยืนหยัดบริหารประเทศด้วยความจริงใจ โปร่งใส และรับฟังทุกเสียงจากประชาชนและสมาชิกรัฐสภา
นอกจากนี้ นายอนุทินยังย้ำถึงเป้าหมายด้านความยุติธรรมว่า จะไม่มีการหลงใหลในอำนาจ หากใครทำผิดจะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยยกตัวอย่างถึงการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ควรแข่งขันกันด้วยนโยบายและผลงาน ไม่ใช่ด้วยการสร้างความขัดแย้ง
สุดท้าย นายอนุทินทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำหนักแน่นว่า “รัฐบาลจะทำงานให้ประชาชน แล้วให้ประชาชนตัดสินว่า จะเลือกใครมาทำงาน”
วันนี้ (30 ก.ย. 2568) เวลา 16.30 น. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ขึ้นบัลลังก์กล่าวปิดการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา โดยขอบคุณสมาชิกรัฐสภาทุกคนที่ให้ข้อเสนอ คำวิจารณ์ และความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ พร้อมยืนยันรัฐบาลจะนำไปใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มรูปแบบ
นายอนุทินระบุว่า รัฐบาลชุดนี้จะทำงานด้วยความ “โปร่งใส ขาวสะอาด” ไม่ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์หรือทุจริต พร้อมย้ำว่า รัฐมนตรีตั้งแต่เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 36 จะต้องถูกตรวจสอบได้ทั้งหมด และประกาศว่าจะทำงานอย่างตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้
พร้อมย้ำว่าในช่วง 4 เดือนจากนี้ จะไม่ให้การเมืองเป็นเวทีทะเลาะเบาะแว้ง แต่จะเป็นการแข่งกันทำงาน แข่งกันเสนอผลงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนเท่านั้น โดยเป้าหมายหลักคือการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ผ่านกระบวนการประชามติที่เปิดกว้างให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด ภายใต้กฎหมายกำหนด
นายอนุทินยังกล่าวถึงข้อกังวลเรื่องรัฐบาลเป็ดง่อย ว่า 4 เดือนจากนี้ไป ไม่ใช่เป็นง่อย รัฐบาลทำงานได้แน่นอน พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะยืนหยัดบริหารประเทศด้วยความจริงใจ โปร่งใส และรับฟังทุกเสียงจากประชาชนและสมาชิกรัฐสภา
นอกจากนี้ นายอนุทินยังย้ำถึงเป้าหมายด้านความยุติธรรมว่า จะไม่มีการหลงใหลในอำนาจ หากใครทำผิดจะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยยกตัวอย่างถึงการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ควรแข่งขันกันด้วยนโยบายและผลงาน ไม่ใช่ด้วยการสร้างความขัดแย้ง
สุดท้าย นายอนุทินทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำหนักแน่นว่า “รัฐบาลจะทำงานให้ประชาชน แล้วให้ประชาชนตัดสินว่า จะเลือกใครมาทำงาน”