วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งพลัส ว่า โครงการดังกล่าวมีหลักการสอดคล้องกับโครงการคนละครึ่งในอดีต แต่ได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่กำลังซบเซา และมีเป้าหมายเพื่อเป็นมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน
นายเอกนิติ กล่าว่า สาระสำคัญคือ การเพิ่มวงเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเดิมที่ให้ 150 บาทต่อวัน เป็น 200 บาทต่อวัน โดยประชาชนร่วมจ่ายอีก 200 บาท ครอบคลุมประชาชนกว่า 20 ล้านสิทธิ์ และจำกัดการใช้จ่ายเฉพาะร้านค้ารายย่อยเพื่อให้เงินหมุนเวียนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ มีการขยายสิทธิ์ให้แก่ผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป จากเดิมที่กำหนดไว้ 18 ปี
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการที่แตกต่างจากเดิม เช่น การเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้เสียภาษี โดยได้รับสิทธิ์รัฐบาลสมทบเพิ่มร้อยละ 60 หรือ 2,400 บาท จากเดิมที่ร้อยละ 50 หรือ 2,000 บาท, การพัฒนาทักษะและสนับสนุนผู้ค้ารายย่อย เช่น การสอนทักษะการขายออนไลน์ การทำบัญชีครัวเรือนที่ง่ายและเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน อันจะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนในระยะยาว อีกทั้งโครงการยังรองรับผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ด้วยการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 2,000 บาท เพื่อให้ได้รับสิทธิ์เทียบเท่ากับผู้ใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน
นายเอกนิติ กล่าวอีก่า สำหรับกำหนดการลงทะเบียน ร้านค้า และผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมเป็นต้นไป ส่วนประชาชน 20 ล้านสิทธิ์สามารถลงทะเบียนหรือยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบเป๋าตัง ระหว่างวันที่ 20 - 26 ตุลาคม และสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยวงเงินที่เหลือจากแต่ละวันสามารถสะสมใช้ได้จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ ทั้งนี้ยืนยันว่า โครงการดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการจัดเก็บภาษีย้อนหลัง แต่จะเป็นการสร้างความเข้าใจและปรับเข้าสู่ระบบภาษีอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจในอนาคต
"ส่วนเรื่องการออม เข้าใจวัฒนธรรมคนไทยที่ซื้อหวย ซื้อสลาก แต่จะไม่เหมือนกับหวยเกษียณ เราจะใช้ระบบปกติ กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว โดยการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเราจะกันเงินบางส่วนเป็นเงินออมทุกงวดที่ซื้อ ทั้งนี้สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ เมื่ออายุ 55 ปี หรือเกษียณออกมาไม่มีอะไรรองรับเลย ต้องพึ่งความต้องการภาครัฐอย่างเดียว โดยเราจะเอาไปสะสมเป็นเงินออมระยะยาว จะถอนได้ตอนอายุ 55 ปี หรือถ้าเกิน 55 ปี ก็ถือไว้ 5 ปี แต่เขาจะเอาตรงนี้สะสมแล้วมาเป็นหลักประกันธนาคารในการกู้เงินได้ถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วน เป็นการเพิ่มการออมให้กับคนไทยที่ซื้อหวยด้วย" รมว.คลัง กล่าว
2 ตุลาคม 2568 เวลา 14:32
แจงกระทู้ "คนละครึ่งพลัส" ปรับอายุเป็น 16 ปี
"เอกนิติ" แจงกระทู้ "คนละครึ่งพลัส" ปรับอายุเป็น 16 ปี อบรมทักษะขายออนไลน์ พร้อมแย้มหวยออมเงิน รองรับวัยเกษียณ สร้างหลักประกันนำไปกู้เงิน
วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งพลัส ว่า โครงการดังกล่าวมีหลักการสอดคล้องกับโครงการคนละครึ่งในอดีต แต่ได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่กำลังซบเซา และมีเป้าหมายเพื่อเป็นมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน
นายเอกนิติ กล่าว่า สาระสำคัญคือ การเพิ่มวงเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเดิมที่ให้ 150 บาทต่อวัน เป็น 200 บาทต่อวัน โดยประชาชนร่วมจ่ายอีก 200 บาท ครอบคลุมประชาชนกว่า 20 ล้านสิทธิ์ และจำกัดการใช้จ่ายเฉพาะร้านค้ารายย่อยเพื่อให้เงินหมุนเวียนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ มีการขยายสิทธิ์ให้แก่ผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป จากเดิมที่กำหนดไว้ 18 ปี
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการที่แตกต่างจากเดิม เช่น การเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้เสียภาษี โดยได้รับสิทธิ์รัฐบาลสมทบเพิ่มร้อยละ 60 หรือ 2,400 บาท จากเดิมที่ร้อยละ 50 หรือ 2,000 บาท, การพัฒนาทักษะและสนับสนุนผู้ค้ารายย่อย เช่น การสอนทักษะการขายออนไลน์ การทำบัญชีครัวเรือนที่ง่ายและเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน อันจะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนในระยะยาว อีกทั้งโครงการยังรองรับผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ด้วยการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 2,000 บาท เพื่อให้ได้รับสิทธิ์เทียบเท่ากับผู้ใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน
นายเอกนิติ กล่าวอีก่า สำหรับกำหนดการลงทะเบียน ร้านค้า และผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมเป็นต้นไป ส่วนประชาชน 20 ล้านสิทธิ์สามารถลงทะเบียนหรือยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบเป๋าตัง ระหว่างวันที่ 20 - 26 ตุลาคม และสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยวงเงินที่เหลือจากแต่ละวันสามารถสะสมใช้ได้จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ ทั้งนี้ยืนยันว่า โครงการดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการจัดเก็บภาษีย้อนหลัง แต่จะเป็นการสร้างความเข้าใจและปรับเข้าสู่ระบบภาษีอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจในอนาคต
"ส่วนเรื่องการออม เข้าใจวัฒนธรรมคนไทยที่ซื้อหวย ซื้อสลาก แต่จะไม่เหมือนกับหวยเกษียณ เราจะใช้ระบบปกติ กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว โดยการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเราจะกันเงินบางส่วนเป็นเงินออมทุกงวดที่ซื้อ ทั้งนี้สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ เมื่ออายุ 55 ปี หรือเกษียณออกมาไม่มีอะไรรองรับเลย ต้องพึ่งความต้องการภาครัฐอย่างเดียว โดยเราจะเอาไปสะสมเป็นเงินออมระยะยาว จะถอนได้ตอนอายุ 55 ปี หรือถ้าเกิน 55 ปี ก็ถือไว้ 5 ปี แต่เขาจะเอาตรงนี้สะสมแล้วมาเป็นหลักประกันธนาคารในการกู้เงินได้ถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วน เป็นการเพิ่มการออมให้กับคนไทยที่ซื้อหวยด้วย" รมว.คลัง กล่าว
วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งพลัส ว่า โครงการดังกล่าวมีหลักการสอดคล้องกับโครงการคนละครึ่งในอดีต แต่ได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่กำลังซบเซา และมีเป้าหมายเพื่อเป็นมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน
นายเอกนิติ กล่าว่า สาระสำคัญคือ การเพิ่มวงเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเดิมที่ให้ 150 บาทต่อวัน เป็น 200 บาทต่อวัน โดยประชาชนร่วมจ่ายอีก 200 บาท ครอบคลุมประชาชนกว่า 20 ล้านสิทธิ์ และจำกัดการใช้จ่ายเฉพาะร้านค้ารายย่อยเพื่อให้เงินหมุนเวียนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ มีการขยายสิทธิ์ให้แก่ผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป จากเดิมที่กำหนดไว้ 18 ปี
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการที่แตกต่างจากเดิม เช่น การเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้เสียภาษี โดยได้รับสิทธิ์รัฐบาลสมทบเพิ่มร้อยละ 60 หรือ 2,400 บาท จากเดิมที่ร้อยละ 50 หรือ 2,000 บาท, การพัฒนาทักษะและสนับสนุนผู้ค้ารายย่อย เช่น การสอนทักษะการขายออนไลน์ การทำบัญชีครัวเรือนที่ง่ายและเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน อันจะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนในระยะยาว อีกทั้งโครงการยังรองรับผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ด้วยการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 2,000 บาท เพื่อให้ได้รับสิทธิ์เทียบเท่ากับผู้ใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน
นายเอกนิติ กล่าวอีก่า สำหรับกำหนดการลงทะเบียน ร้านค้า และผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมเป็นต้นไป ส่วนประชาชน 20 ล้านสิทธิ์สามารถลงทะเบียนหรือยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบเป๋าตัง ระหว่างวันที่ 20 - 26 ตุลาคม และสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยวงเงินที่เหลือจากแต่ละวันสามารถสะสมใช้ได้จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ ทั้งนี้ยืนยันว่า โครงการดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการจัดเก็บภาษีย้อนหลัง แต่จะเป็นการสร้างความเข้าใจและปรับเข้าสู่ระบบภาษีอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจในอนาคต
"ส่วนเรื่องการออม เข้าใจวัฒนธรรมคนไทยที่ซื้อหวย ซื้อสลาก แต่จะไม่เหมือนกับหวยเกษียณ เราจะใช้ระบบปกติ กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว โดยการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเราจะกันเงินบางส่วนเป็นเงินออมทุกงวดที่ซื้อ ทั้งนี้สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ เมื่ออายุ 55 ปี หรือเกษียณออกมาไม่มีอะไรรองรับเลย ต้องพึ่งความต้องการภาครัฐอย่างเดียว โดยเราจะเอาไปสะสมเป็นเงินออมระยะยาว จะถอนได้ตอนอายุ 55 ปี หรือถ้าเกิน 55 ปี ก็ถือไว้ 5 ปี แต่เขาจะเอาตรงนี้สะสมแล้วมาเป็นหลักประกันธนาคารในการกู้เงินได้ถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วน เป็นการเพิ่มการออมให้กับคนไทยที่ซื้อหวยด้วย" รมว.คลัง กล่าว