การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ ! คู่สัญญาต้องปฏิบัติตามข้อตกลง

การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ ! คู่สัญญาต้องปฏิบัติตามข้อตกลง

“นายกฯ อนุทิน” ตอบปม “ทรัมป์” เสนอตัวเป็นคนกลางไทย–กัมพูชา ชี้แม้เจตนาดีแต่คู่สัญญาต้องทำตามข้อตกลง — ลั่นสนใจแค่ผลประโยชน์ของประเทศไทย ส่วนปมชายแดนสระแก้วถูกรุกล้ำ นายกฯ พูดชัด ไทยไม่มีวันยอม วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เสนอความพร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการเจรจาสันติภาพระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ว่า คนที่เข้ามาเป็นตัวกลางถือว่ามีเจตนาดี แต่การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่เคยตกลงกันไว้ก่อน ซึ่งประเทศไทยเป็นฝ่ายที่ถูกรุกรานและถูกกระทำก่อน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากจะมีการเจรจาใด ๆ ต้องอยู่บนพื้นฐานของ ข้อตกลง 4 ข้อหลัก คือ การถอนกำลังและอาวุธทั้งหมดออกจากพื้นที่ขัดแย้ง การจัดการบุคคลที่เข้ามารุกรานให้ออกจากเขตอธิปไตยไทย การเก็บกู้สิ่งที่เป็นอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่ การยืนยันความเคารพในอธิปไตยของไทยอย่างเป็นรูปธรรม “ไทยพร้อมเจรจา หากปฏิบัติตามข้อตกลงเหล่านี้ได้ครบ เพราะเรากับเขาเป็นประเทศเพื่อนบ้าน บ้านติดกัน ส่วนคนกลางอยู่อีกทวีปหนึ่ง ถ้าทรัมป์จะช่วยโน้มน้าวให้กัมพูชาปฏิบัติตามเงื่อนไขเหล่านี้ได้ ก็ถือเป็นเรื่องดี เพื่อให้ไทยมั่นใจว่าจะไม่ถูกรุกรานอีก” นายอนุทินกล่าว เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลกัมพูชาเสนอชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เพื่อแสดงความสัมพันธ์ทางการเมือง นายอนุทินตอบว่า “ผมสนใจเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย เรื่องอื่นใครจะได้รางวัลอะไร ก็ยินดีด้วย” ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ อาจมีกัมพูชาขนคนเข้ามาเพิ่มในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว นายกรัฐมนตรีตอบอย่างชัดเจนว่า “เรื่องนี้เรามีกฎหมายอยู่แล้ว และมีการเตรียมแผนรับมือไว้พร้อม หากมีการรุกล้ำอธิปไตยของไทย ก็จะดำเนินการทันที ไม่ต้องไปกำหนดวัน ประเทศไทยไม่มีวันยอม”