10 ตุลาคม 2568 เวลา 20:51
“อนุทิน” ลงพื้นที่ชัยนาท ติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา กำชับเร่งแก้ปัญหาคลายทุกข์ประชาชนโดยเร็วที่สุด
“อนุทิน” ลงพื้นที่ชัยนาท ติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา กำชับเร่งแก้ปัญหาคลายทุกข์ประชาชนโดยเร็วที่สุด

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 15.30 น. ที่อาคารศูนย์เรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สำนักชลประทานที่ 12 เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยา พร้อมคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงหลายหน่วยงาน

นายอนุทินเปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางตรวจพื้นที่ต่อเนื่องตั้งแต่จังหวัดพิจิตร ชัยนาท จนถึงสิงห์บุรี เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะในอำเภอตะพานหินที่พบว่ายังมีน้ำขังเป็นวงกว้าง พร้อมสั่งเร่งระบายน้ำและช่วยเหลือประชาชนให้เร็วที่สุด “หนึ่งชั่วโมงของชาวบ้านที่ต้องอยู่กับน้ำคือความทุกข์แสนสาหัส ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งคลี่คลายความเดือดร้อนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายอนุทินยังได้ติดตามการทำงานของคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) ซึ่งตั้งคณะกรรมการย่อย 2 ด้าน ได้แก่ การเยียวยาผู้ประสบภัย โดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธาน และการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธาน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประสานกับหน่วยงานงบประมาณเพื่อเพิ่มเกณฑ์การเยียวยาผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบนานเกิน 7 วัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า “รัฐบาลนี้ยึดหลักว่า ความเดือดร้อนของประชาชนต้องมาก่อนทุกเรื่อง การแก้ปัญหาน้ำต้องเร็ว ต้องทำให้ได้ภายใน 4 เดือน ทั้งระบบระบายน้ำและการช่วยเหลือเยียวยา” พร้อมเสนอแนวคิดให้เปลี่ยนงบเยียวยาน้ำท่วมซึ่งปีละกว่า 30,000 ล้านบาท ไปลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานระบายน้ำถาวร เช่น โครงการบางบาล–บางไทร โครงการเจ้าพระยา–ป่าสัก และอีกหลายโครงการสำคัญ เพื่อให้เกิดระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืน
ในส่วนของมาตรการระยะสั้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมชลประทานปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนหลัก 4 แห่งให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เร่งรัดแผนงานระบายน้ำ พร้อมกำชับให้ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบูรณาการทำงานร่วมกัน “มองประชาชนเป็นหลัก” หากติดขัดอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย และหากเกินขอบเขตอำนาจให้รายงานตรงถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อสั่งการทันที
นายอนุทินกล่าวทิ้งท้ายว่า “เราจะไม่ปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อนเหมือนทุกปีอีกต่อไป รัฐบาลต้องทำให้เห็นผลจริงในฤดูนี้ และสร้างระบบถาวรให้อนาคต”
