เปิดวิสัยทัศน์และนโยบาย ของ "ไชยชนก รมว.ดีอี ป้ายแดง" สั่งเคลียร์ 4 ภัย

เปิดวิสัยทัศน์และนโยบาย ของ "ไชยชนก รมว.ดีอี ป้ายแดง" สั่งเคลียร์ 4 ภัย

เปิดวิสัยทัศน์และนโยบาย ของ "ไชยชนก รมว.ดีอี ป้ายแดง" สั่งเคลียร์ 4 ภัย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) กล่าวถึงการขับเคลื่อนนโยบายเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อให้มีผลงานประจักษ์ และการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและพัฒนาประเทศก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว . นายไชยชนก กล่าวว่า ได้เตรียมดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจที่สำคัญเร่งด่วนรองรับนโยบาย "Quick Big Win" ของรัฐบาลครอบคลุมทุกด้าน ได้แก่ 1. ภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2. ภัยความมั่นคง 3. ภัยเศรษฐกิจ และ 4. ภัยสังคม โดยเน้นให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในกระบวนการทำงานทุกขั้นตอน และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการแก้ไขปัญหา และลดผลกระทบจากภัยที่กล่าวมาข้างต้นให้กับพี่น้องประชาชน . ในเรื่อง "ภัยธรรมชาติ" จะเร่งให้กรมอุตุนิยมวิทยา ใช้งานข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาและออกแบบแผนงานการนำข้อมูลไปใช้งานด้านการรับมือภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะในเรื่องน้ำ ด้วยการประสานกับหน่วยงานรัฐที่ดูแลบริหารจัดการน้ำเพื่อให้มีความแม่นยำและสอดคล้องกับสถานการณ์มากยิ่งขึ้น โดยเน้นให้ความสำคัญเรื่องของการใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย การลดความสูญเสีย และเยียวยาความเสียหายของประชาชนที่ได้รับจากภัยพิบัติต่าง ๆ "ได้มีการติดต่อประเทศญี่ปุ่น ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการแจ้งเตือนภัยและจัดการภัยพิบัติ ซึ่งความร่วมมือจะออกมาในแนวการแชร์ความรู้ อบรม แลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ เป็นต้น นอกจากนี้จะมีการใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและดาวเทียมเพื่อวางแผนในการเตือนภัยพิบัติอย่างละเอียดและแม่นยำมากขึ้น พร้อมกับส่งเสริมเพิ่มเติมทางการสื่อสารในการแจ้งเตือนภัยพิบัติให้เข้าถึงประชาชนในทุกระดับ รวมทั้งติดตามเฝ้าระวัง ประสานเอกชนในการเตรียมความพร้อมรับมือความเสียหายของโครงข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน และเร่งรัดแก้ไขในทันที" . ขณะที่เรื่อง "ภัยความมั่นคง" จะเร่งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน สร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมกับบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ด้วยการนำเทคโนโลยีและข้อมูลที่มีในหน่วยงานของกระทรวงดีอี มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ "ได้จัดทำแนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วยลดความตึงเครียด และช่วยป้องกันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของทหาร และประชาชน และสนับสนุนเทคโนโลยีโดยการบูรณาการร่วมกับภาคเอกชน เช่น เทคโนโลยีโดรน เป็นต้น รวมถึงร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคง และภาคเอกชนด้านโทรคมนาคม (Operator) ดูแลสัญญาณสื่อสารตามแนวชายแดนทั้งหมด เพื่อสนับสนุนฝ่ายความมั่นคงอย่างเต็มรูปแบบ" . ส่วนเรื่อง "ภัยเศรษฐกิจ" นั้น จากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจของประเทศไทย กระทรวงดีอี โดยหน่วยงานในสังกัดจะต้องเป็น ผู้นำในการส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล เพื่อช่วยลด ผลกระทบจากเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจของผู้ประกอบการ "สิ่งที่จะเร่งทำ คือ การแก้ไขปัญหาการผูกขาดของแพลตฟอร์มรายใหญ่ โดยจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาการกำหนดมาตรการกำกับดูแลการแข่งขันที่เป็น ธรรม ทั้งในเรื่องค่าธรรมเนียม หรือจีพี การบังคับใช้ขนส่ง ไม่ใช่ผู้ซื้อได้เลือก ซึ่งหลังเข้ารับตำแหน่ง ก็มีแพลต ฟอร์มหลายรายได้ขอเข้าพบ จึงจะพยายามเจรจา เพื่อขอความร่วมมือในเรื่องเหล่านี้ เพราะด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลา 4 เดือน การแก้กฎหมายต่าง ๆ ต้องใช้เวลานาน ทั้งนี้เพื่อสร้างความสมดุลระหว่าง ผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม ประชาชนผู้บริโภค และผู้ให้บริการในแพลตฟอร์ม" . สำหรับ "ภัยทางสังคม" จะเร่งสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ด้วยการสร้างความตระหนักรู้และเข้าใจในการใช้ AI อย่างถูกต้องและปลอดภัย (AI Literacy) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างสังคมดิจิทัล รวมถึงยกระดับมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามเชิงรุกกับอาชาญกรรมทางเทคโนโลยีเพิ่มเติมอีก เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายต่อทั้งบุคคลและระบบเศรษฐกิจโดยรวมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สุดท้ายแล้วทุกนโยบายจะเน้นให้ความสำคัญเรื่องความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน