วันที่ 16 ตุลาคม 2568 — นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายสแกมเมอร์ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ว่า นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่องนี้ และยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่เพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชน
นายสิริพงศ์ ระบุว่า ล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 341/2568 เรื่องแต่งตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน ทั้งตำรวจ หน่วยข่าวความมั่นคง กระทรวงดิจิทัลฯ กระทรวงยุติธรรม และธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานด้วยตนเอง เพื่อแสดงถึงความจริงจังของรัฐบาลในการจัดการอาชญากรรมออนไลน์อย่างเด็ดขาด
“นี่คือการส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลไม่เพิกเฉย ปัญหานี้กระทบต่อประชาชนโดยตรง และกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ นายกรัฐมนตรีจึงเลือกที่จะรับผิดชอบโดยตรง ไม่ปล่อยให้เป็นเพียงหน้าที่ของหน่วยใดหน่วยหนึ่ง แต่ให้ทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ” โฆษกรัฐบาลกล่าว
ทั้งนี้ ในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าว มีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกจิรภพ ภูริเดช และผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ พลตำรวจโทเขมชาติ ชูศรี เป็นกรรมการร่วม ขณะที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและกระบวนการยุติธรรมจะได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากหน่วยงานภาครัฐทุกด้าน เพื่อเร่งติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินคดีต่อเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ทั้งในและนอกประเทศ
นายสิริพงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การปิดด่าน อย่างไม่มีกำหนด สามารถสร้างความบอบช้ำ ทางเศรษฐกิจ ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมาตรการนี้ได้ผล โดยเราจะดำเนินการปิดด่านไปจนกว่าทางกัมพูชา จะยอมรับเงื่อนไข 4 ข้อของไทย ที่รวมถึงการปราบขบวนการสแกมเมอร์ด้วย จะเห็นว่า เรานำปัญหานี้ เข้าไปอยู่ในทุกวงเจรจา ล่าสุด ที่การหารือกันที่สปป. ลาวเราก็ได้นำเรื่องนี้ขึ้นไปประชุมด้วย
โฆษกรัฐบาลย้ำว่า หลังจากตั้งคณะกรรมการดังกล่าว รัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามในทุกมิติ ทั้งด้านกฎหมาย เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ
“นายกรัฐมนตรีไม่ได้เพียงสั่งการ แต่ลงมือทำจริง และติดตามเองทุกระยะ จะมีการประชุมนัดแรก 20 ตุลาคม 2568 นี้ ขอย้ำว่า นี่คือเรื่องของความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของคนไทยทุกคน” นายสิริพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย
16 ตุลาคม 2568 เวลา 17:02
ไม่เพิกเฉยปัญหาสแกมเมอร์ ตั้งบอร์ดระดับชาติ นั่งประธานเอง ประชุมนัดแรก 20 ตุลาฯ นี้ – เข้มปิดด่านไม่มีกำหนด
“สิริพงศ์” ย้ำ “นายกฯ อนุทิน” ไม่เพิกเฉยปัญหาสแกมเมอร์ ตั้งบอร์ดระดับชาติ นั่งประธานเอง ประชุมนัดแรก 20 ตุลาฯ นี้ – เข้มปิดด่านไม่มีกำหนด
วันที่ 16 ตุลาคม 2568 — นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายสแกมเมอร์ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ว่า นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่องนี้ และยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่เพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชน
นายสิริพงศ์ ระบุว่า ล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 341/2568 เรื่องแต่งตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน ทั้งตำรวจ หน่วยข่าวความมั่นคง กระทรวงดิจิทัลฯ กระทรวงยุติธรรม และธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานด้วยตนเอง เพื่อแสดงถึงความจริงจังของรัฐบาลในการจัดการอาชญากรรมออนไลน์อย่างเด็ดขาด
“นี่คือการส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลไม่เพิกเฉย ปัญหานี้กระทบต่อประชาชนโดยตรง และกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ นายกรัฐมนตรีจึงเลือกที่จะรับผิดชอบโดยตรง ไม่ปล่อยให้เป็นเพียงหน้าที่ของหน่วยใดหน่วยหนึ่ง แต่ให้ทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ” โฆษกรัฐบาลกล่าว
ทั้งนี้ ในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าว มีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกจิรภพ ภูริเดช และผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ พลตำรวจโทเขมชาติ ชูศรี เป็นกรรมการร่วม ขณะที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและกระบวนการยุติธรรมจะได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากหน่วยงานภาครัฐทุกด้าน เพื่อเร่งติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินคดีต่อเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ทั้งในและนอกประเทศ
นายสิริพงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การปิดด่าน อย่างไม่มีกำหนด สามารถสร้างความบอบช้ำ ทางเศรษฐกิจ ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมาตรการนี้ได้ผล โดยเราจะดำเนินการปิดด่านไปจนกว่าทางกัมพูชา จะยอมรับเงื่อนไข 4 ข้อของไทย ที่รวมถึงการปราบขบวนการสแกมเมอร์ด้วย จะเห็นว่า เรานำปัญหานี้ เข้าไปอยู่ในทุกวงเจรจา ล่าสุด ที่การหารือกันที่สปป. ลาวเราก็ได้นำเรื่องนี้ขึ้นไปประชุมด้วย
โฆษกรัฐบาลย้ำว่า หลังจากตั้งคณะกรรมการดังกล่าว รัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามในทุกมิติ ทั้งด้านกฎหมาย เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ
“นายกรัฐมนตรีไม่ได้เพียงสั่งการ แต่ลงมือทำจริง และติดตามเองทุกระยะ จะมีการประชุมนัดแรก 20 ตุลาคม 2568 นี้ ขอย้ำว่า นี่คือเรื่องของความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของคนไทยทุกคน” นายสิริพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย
วันที่ 16 ตุลาคม 2568 — นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายสแกมเมอร์ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ว่า นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่องนี้ และยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่เพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชน
นายสิริพงศ์ ระบุว่า ล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 341/2568 เรื่องแต่งตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน ทั้งตำรวจ หน่วยข่าวความมั่นคง กระทรวงดิจิทัลฯ กระทรวงยุติธรรม และธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานด้วยตนเอง เพื่อแสดงถึงความจริงจังของรัฐบาลในการจัดการอาชญากรรมออนไลน์อย่างเด็ดขาด
“นี่คือการส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลไม่เพิกเฉย ปัญหานี้กระทบต่อประชาชนโดยตรง และกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ นายกรัฐมนตรีจึงเลือกที่จะรับผิดชอบโดยตรง ไม่ปล่อยให้เป็นเพียงหน้าที่ของหน่วยใดหน่วยหนึ่ง แต่ให้ทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ” โฆษกรัฐบาลกล่าว
ทั้งนี้ ในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าว มีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกจิรภพ ภูริเดช และผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ พลตำรวจโทเขมชาติ ชูศรี เป็นกรรมการร่วม ขณะที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและกระบวนการยุติธรรมจะได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากหน่วยงานภาครัฐทุกด้าน เพื่อเร่งติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินคดีต่อเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ทั้งในและนอกประเทศ
นายสิริพงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การปิดด่าน อย่างไม่มีกำหนด สามารถสร้างความบอบช้ำ ทางเศรษฐกิจ ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมาตรการนี้ได้ผล โดยเราจะดำเนินการปิดด่านไปจนกว่าทางกัมพูชา จะยอมรับเงื่อนไข 4 ข้อของไทย ที่รวมถึงการปราบขบวนการสแกมเมอร์ด้วย จะเห็นว่า เรานำปัญหานี้ เข้าไปอยู่ในทุกวงเจรจา ล่าสุด ที่การหารือกันที่สปป. ลาวเราก็ได้นำเรื่องนี้ขึ้นไปประชุมด้วย
โฆษกรัฐบาลย้ำว่า หลังจากตั้งคณะกรรมการดังกล่าว รัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามในทุกมิติ ทั้งด้านกฎหมาย เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ
“นายกรัฐมนตรีไม่ได้เพียงสั่งการ แต่ลงมือทำจริง และติดตามเองทุกระยะ จะมีการประชุมนัดแรก 20 ตุลาคม 2568 นี้ ขอย้ำว่า นี่คือเรื่องของความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของคนไทยทุกคน” นายสิริพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย