24 ตุลาคม 2568 เวลา 22:18
ชู “กระบี่” โกอินเตอร์ เป็นเมืองสุขภาพ นโยบายเมืองปลอดภัย
“อนุทิน” ลงพื้นที่ “กระบี่” พาโกอินเตอร์ เป็นเมืองสุขภาพ ชูนโยบายเมืองปลอดภัย สร้างรายได้ยั่งยืน มั่นใจ “คนละครึ่งพลัส” กระตุ้นเศรษฐกิจ

วันที่ 24 ตุลาคม 2568 — นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน มอบนโยบายแก่ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปิดงาน “รวมพลคนกินเจกระบี่ 2568” พบปะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และผู้นำสตรี อบจ.กระบี่ ก่อนปิดท้ายด้วยพิธีเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลกระบี่ โดยตลอดทั้งวันมีประชาชนชาวกระบี่ให้การต้อนรับอย่างคึกคัก
คณะที่ร่วมลงพื้นที่กับนายกรัฐมนตรี ได้แก่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม, นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม, น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บริหารท้องถิ่น

เวลา 15.45 น. ที่อาคารแพลตตินั่ม ฮอลล์ อ.เมืองกระบี่ นายอนุทินมอบนโยบายการขับเคลื่อน “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการและผู้นำท้องถิ่น โดยเน้นให้ทุกจังหวัดเป็น “พื้นที่สร้างรายได้” และ “เมืองปลอดภัย”
“กระบี่ต้องไม่เป็นรองภูเก็ต ต้องเติบโตด้วยตัวเอง มีสนามบินมาตรฐาน มีถนนปลอดภัย และเราจะต้องทำให้สะพานข้ามเกาะลันตาสำเร็จ เพื่อเปิดประตูเศรษฐกิจฐานราก”
นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า รัฐบาลกำลังเดินหน้านโยบาย “คนละครึ่ง พลัส” ซึ่งไม่ใช่การแจกเงิน แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายร่วมกันระหว่างรัฐและประชาชน คาดว่าจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนกว่า 100,000 ล้านบาท ในสองเดือน ทั้งจากโครงการคนละครึ่งพลัส 80,000 ล้านบาท และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 20,000 ล้านบาท
“โครงการคนละครึ่ง พลัส จะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ และหากมีผู้ตกหล่น รัฐบาลเตรียมขยายโครงการในเฟส 2 ต้นปีหน้า”

พร้อมสั่งให้ทุกพื้นที่ “ปลอดยาเสพติด ปลอดอาชญากรรม” และร่วมกันผลักดันให้ “กระบี่โกอินเตอร์” ด้วยการพัฒนาให้เป็นเมืองสุขภาพ (Health Hub) และศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
เวลา 16.45 น. นายอนุทินเป็นประธานเปิดงาน “รวมพลคนกินเจจังหวัดกระบี่ 2568” ณ ตลาดเก่าหน้าบันไดนาค วัดแก้วโกรวราราม พระอารามหลวง
โดยกล่าวว่า งานเทศกาลกินเจเป็นช่วงเวลาแห่งการทำบุญและจับจ่ายใช้สอย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลผ่าน “คนละครึ่ง พลัส”
“ผมจะทำทุกวิถีทางให้จังหวัดกระบี่เจริญรุ่งเรือง เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวอยากมาเที่ยว มาใช้ชีวิต จับจ่ายใช้สอย ทำให้ลูกหลานของเรามีงานทำ มีรายได้ และมีความสุข”
เวลา 17.10 น. ที่อาคารแพลตตินั่ม ฮอลล์ นายอนุทินพบปะ อสม. และผู้นำสตรี อบจ.กระบี่กว่า 2,000 คน โดยเปิดเวทีอย่างเป็นกันเอง พร้อมร่วมร้องเพลง “อสม.” กับประชาชน
“อสม. คือพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยให้ประเทศผ่านพ้นโควิด-19 ได้ เพราะทุกคนทำด้วยหัวใจ ไม่ใช่เพราะหน้าที่ ผมภูมิใจที่เป็นอสม. ที่บุรีรัมย์ และจะผลักดันระบบสวัสดิการให้ อสม. มีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น”
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ขอให้อสม. และผู้นำสตรีร่วมกันดูแลชุมชนให้ปลอดยาเสพติด ปลอดภัยจากอาชญากรรม เพื่อสร้างเมืองที่น่าอยู่ ดึงดูดนักท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เติบโตต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังมอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมการปกครอง นำโมเดล “กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ อสม.” ไปขยายผลให้กับอาสาสมัครในสังกัดมหาดไทยทั่วประเทศ เพื่อให้มีหลักประกันในยามจำเป็น

จากนั้น เวลา 18.30 น. นายอนุทินเป็นประธานเปิด ศูนย์การค้าเซ็นทรัลกระบี่ อย่างเป็นทางการ โดยกล่าวชื่นชมแนวคิด “Made by Krabi” ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นตัวอย่างความร่วมมือระหว่างรัฐกับเอกชนในการพัฒนาเมือง
“กระบี่ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่ต้องเป็นเมืองแห่งการลงทุน เมืองแห่งโอกาส การเปิดเซ็นทรัลวันนี้คือสัญญาณของความเชื่อมั่นในศักยภาพของจังหวัด”
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ศูนย์การค้าแห่งนี้จะเป็นพื้นที่สร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชนในกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง พร้อมเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนได้นำสินค้ามาจำหน่าย ขยายตลาดให้กว้างขึ้น
“ผมขอให้ที่นี่เป็นแหล่งจ้างงานที่มั่นคง เป็นโอกาสของคนไทยทุกคน และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน”