เปิดประชุมตำรวจอาเซียน วางกลไกเข้ม  สกัดอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ

เปิดประชุมตำรวจอาเซียน วางกลไกเข้ม สกัดอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ

ไทยนำอาเซียนเดินหน้าปราบสแกมออนไลน์ “อนุทิน” เปิดประชุมตำรวจอาเซียนครั้งที่ 43 วางกลไกเข้ม สกัดอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ หนุนส่ง ตร.ร่วมสังเกตการณ์ ในประเทศเพื่อนบ้าน วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดการประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียน ครั้งที่ 43 (ASEAN Chiefs of National Police – ASEANAPOL) โดยมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนตำรวจจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศเข้าร่วม ระหว่างวันที่ 3–7 พฤศจิกายน 2568 การประชุมปีนี้จัดภายใต้หัวข้อ “Collaboration in Action: Crushing Scam, Disrupting Fraud, and Protecting People” มุ่งแลกเปลี่ยนข้อมูลและเสริมความร่วมมือในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การค้ามนุษย์ การฉ้อโกงออนไลน์ และยาเสพติด นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลไทยกำหนดการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์เป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากเป็นภัยคุกคามที่สร้างความเสียหายทั้งต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่าประเทศไทยไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้เพียงลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างใกล้ชิด “รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดต่อการปกป้องประชาชนจากภัยออนไลน์ เราเชื่อว่าประเทศในภูมิภาคล้วนมีจุดยืนตรงกันคือไม่ปล่อยให้มิจฉาชีพใช้พื้นที่ในอาเซียนเป็นฐานก่ออาชญากรรม การประสานข้อมูลและปฏิบัติการร่วมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง” ด้าน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ไทยเตรียมนำเสนอแนวทาง ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยร่วมสังเกตการณ์ในประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบฐานสแกมข้ามชาติจำนวนมาก เพื่อประสานข้อมูลและติดตามการปฏิบัติในพื้นที่จริง โดยย้ำว่าเป็นการปฏิบัติร่วมและสังเกตการณ์ ไม่ใช่การเข้าไปบังคับใช้กฎหมายแทนประเทศปลายทาง พล.ต.ท.จิรภพระบุว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานความร่วมมือระหว่างประเทศ และคาดว่าจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาคมโลกในการจัดการปัญหาแก๊งสแกมในภูมิภาค “หลายประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมออนไลน์ในอาเซียน การร่วมมือกันอย่างจริงจังจะเป็นการพิสูจน์ความตั้งใจของทุกประเทศในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันยืนยันว่าไทยไม่มีฐานสแกมขนาดใหญ่ แต่มีความพยายามลักลอบตั้งเครือข่ายจากต่างชาติ ซึ่งตำรวจไทยดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง” การประชุม ASEANAPOL ครั้งนี้คาดว่าจะมีการหารือทั้งในกรอบเต็มคณะและทวิภาคี เพื่อกำหนดแนวทางการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน การแบ่งปันข้อมูลอาชญากรรมไซเบอร์ และการสร้างระบบป้องกันภัยออนไลน์ให้ประชาชนในภูมิภาคกว่า 650 ล้านคนได้รับความปลอดภัยยิ่งขึ้น