วันที่ 17 พ.ย.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ
โฆษกกระทรวงกลาโหม พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก น.ส.โชติมา เอี่ยม สวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นายนิกรเดช พลางกูร
อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และการเจรจาการค้าไทยกับต่างประเทศ
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุทหารเหยียบกับระเบิดใหม่หลังลงนามปฏิญญาสันติภาพ และมีข้อมูลหลากหลาย ทั้งจากกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ล้วนแต่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง แต่ช่วงเวลาที่นำเสนออาจทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงกรณีการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดขอยืนยันว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องการให้การค้าเดินหน้าเป็นไปต่อเนื่องควบคู่กับอธิปไตยของประเทศไทย
"หากกลไกทวิภาคีของไทย-กัมพูชา ดำเนินการต่อได้จะทำต่อ แต่หากดำเนินการไม่ได้จะดำเนินการต่อในระดับพหุภาคี ที่จะเป็นกลไก รวมถึงการขับเคลื่อนสแกมเมอร์ ยืนยันว่าเราจะใช้แนวทางสันติวิธี แต่และสงวนสิทธิ์ตอบโต้หากโดนยั่วยุตามความเหมาะสม"
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ความชัดเจนเรื่องการปฏิบัติการด้านทุ่นระเบิด นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.- 10 พ.ย.ที่ผ่านมา รวม 7 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 20 ราย ขาขาด7 ราย ในอาณาเขตของไทย ทำให้มีข้อสงสัยว่าเรามีหน่วยปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่มาตลอด แต่ทำไมยังเกิดเหตุการณ์ได้นั้น ต้องชี้แจงว่าจากหลักฐานที่เก็บได้บ่งชี้ว่าเป็นฝ่ายกัมพูชาดำเนินการวางใหม่นั้น เนื่องจากพบตัวทุ่นเป็นระเบิดใหม่ วางบนพื้นที่ขุดใหม่ในลักษณะวางเป็นกลุ่ม มีเป้าหมายถึงชีวิต ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่กัมพูชาทำมาตลอดใน 6 พื้นที่ก่อนหน้านี้
อีกทั้งก่อนหน้านั้นไทยได้รายงานอนุสัญญาออตตาวา โดยย้ำว่าประเทศไทยไม่มีการเก็บสะสมทุ่นระเบิดสังหาร และไม่มีครอบครองเพื่อวิจัยและศึกษา และไม่มีทุ่นระเบิด PMN-2 ตั้งแต่สมัยสงครามในครอบครอง จึงเป็นหลักฐานว่าทุ้นระเบิดที่พบไม่ใช่ของไทย ดังนั้นที่พาดพิงว่าเราไปวางเอง เราได้ยืนยันไปแล้วว่าไม่ใช่ตามอนุสัญญาออตตาวา
ทั้งนี้แม้จะระงับแผนปฎิญญาสันติภาพ แต่ฝ่ายมั่นคง ยังเดินหน้าในการเก็บกู้ระเบิด โดยได้กำหนดพื้นที่เร่งด่วนสำหรับการเก็บกู้และกวาดล้างทุ่นระเบิด จำนวน 13 พื้นที่ ซึ่งเคยมีการถูกกำลังพลกัมพูชาเข้าแทรกแซงและขอให้ไทยยุติการดำเนินการมาแล้วถึง 16 ครั้ง และขอให้ไทยยุติการดำเนินการ นอกจากนั้นหลังเหตุปะทะ ไทยตรวจพบทุ่นระเบิดพร้อมเพิ่มที่ภูมะเขือ และปราสาทตาควาย เป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคล 72B เพื่อนำไปวางต่ออีกด้วย
“เรามีวิดีโอหลักฐาน จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่มีการถ่ายจริงไม่ใช่เอไอ ที่มาจากจากกล้องและที่เก็บกู้ได้จากโทรศัพท์มือถือของฝ่ายกัมพูชาที่เก็บได้จากเหตุปะทะในพื้นที่ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเป็นคนถ่ายไว้เอง หลักฐานทั้งหมดมีความชัดเจนว่ากัมพูชาละเมิดปฏิญญาร่วม (Join Declaration) อย่างชัดเจน และเป็นภัยคุกคามต่อการเจรจาโดยสันติวิธี พล.ร.ตสุรสันต์ กล่าว
ส่วนการดำเนินการในอนาคต พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ไทยจำเป็นต้องระงับการปฎิบัติที่ได้ตกลงไว้ในปฏิญญาร่วม แต่จะเดินหน้าเก็บกู้ทุนระเบิดต่อไป ส่วนการปล่อย 18 เฉลยศึก จะเป็นเรื่องสุดท้าย เพราะเราต้องดูความจริงใจของกัมพูชาก่อน ทั้งนี้กองทัพยืนยันว่าพร้อมปกป้องอธิปไตยไทย เพราะท้ายที่สุดเป้าหมายของเราเพื่อความปลอดภัยประชาชนไทย
นายนิกรเดชกล่าวว่า กระทรวงต่างประเทศ ช่วงที่ผ่านมาดำเนินการทันทีและตอบโต้ดำเนินการทุกระดับเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและรักษาอธิปไตยไทย รวมถึงที่ผ่านมานายกฯ ได้หารือกับ ผู้นำสหรัฐและมาเลเซียแล้ว และแจ้งประท้วงเรื่องนี้แก่นานาชาติว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงต่าง ๆ และรุกล้ำอธิปไตยไทย
ส่วนแนวทางดำเนินการจากนี้ กระทรวงฯจะเดินหน้าชี้แจงทำความเข้าใจแก่ประชาคมสังคมโลก และ รมว.ต่างประเทศ จะไปประชุมสหภาพยุโรป และที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงพบกับสื่อมวลชนต่างประเทศต่างประเทศ ก็จะมีการชี้แจงในเรื่องนี้ พร้อมยืนยันว่ากระทรวงต่างประเทศ ดำเนินการเชิงการทูตเชิงรุก ในทุกกรอบและทุกเวที
น.ส.โชติมา กล่าวถึงการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ว่าที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้พูดคุยกับสหรัฐในการเจรจาภาษีการค้าต่างตอบแทนมาอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่าสหรัฐจะมีเป้าหมายเดียวกับไทยในการยึดเดดไลน์เดิม โดยให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ และเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการให้รับมือในสภาวะการแข่งขันที่สูง พร้อมยืนยันว่าเราจะดำเนินการตามเดิมและข้อตกลงจะต้องถูกพิจารณาอย่างครบถ้วนรอบด้าน
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) บอกจะชะลอเจรจา น.ส.โชติมา ระบุว่า ไทยได้แจ้งยืนยันไปกับทางผู้แทนการค้าสหรัฐว่าเราจะยังคงเดินหน้าเจรจาต่อไป
17 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16:23
รัฐบาล และกองทัพ แถลงปมชายแดน เจรจาการค้าภาษีสหรัฐ ย้ำ กัมพูชาละเมิดปฏิญญา วางระเบิดใหม่
รัฐบาล และกองทัพ แถลงปมชายแดน เจรจาการค้าภาษีสหรัฐ ย้ำ กัมพูชาละเมิดปฏิญญา วางระเบิดใหม่ เดินหน้าแจงนานาชาติ ยืนยันทุกอย่างใช้แนวทางสันติวิธี แต่ขอสงวนสิทธิ์ตอบโต้ตามเหมาะสมถ้าถูกยั่วยุ
วันที่ 17 พ.ย.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ
โฆษกกระทรวงกลาโหม พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก น.ส.โชติมา เอี่ยม สวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นายนิกรเดช พลางกูร
อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และการเจรจาการค้าไทยกับต่างประเทศ
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุทหารเหยียบกับระเบิดใหม่หลังลงนามปฏิญญาสันติภาพ และมีข้อมูลหลากหลาย ทั้งจากกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ล้วนแต่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง แต่ช่วงเวลาที่นำเสนออาจทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงกรณีการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดขอยืนยันว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องการให้การค้าเดินหน้าเป็นไปต่อเนื่องควบคู่กับอธิปไตยของประเทศไทย
"หากกลไกทวิภาคีของไทย-กัมพูชา ดำเนินการต่อได้จะทำต่อ แต่หากดำเนินการไม่ได้จะดำเนินการต่อในระดับพหุภาคี ที่จะเป็นกลไก รวมถึงการขับเคลื่อนสแกมเมอร์ ยืนยันว่าเราจะใช้แนวทางสันติวิธี แต่และสงวนสิทธิ์ตอบโต้หากโดนยั่วยุตามความเหมาะสม"
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ความชัดเจนเรื่องการปฏิบัติการด้านทุ่นระเบิด นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.- 10 พ.ย.ที่ผ่านมา รวม 7 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 20 ราย ขาขาด7 ราย ในอาณาเขตของไทย ทำให้มีข้อสงสัยว่าเรามีหน่วยปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่มาตลอด แต่ทำไมยังเกิดเหตุการณ์ได้นั้น ต้องชี้แจงว่าจากหลักฐานที่เก็บได้บ่งชี้ว่าเป็นฝ่ายกัมพูชาดำเนินการวางใหม่นั้น เนื่องจากพบตัวทุ่นเป็นระเบิดใหม่ วางบนพื้นที่ขุดใหม่ในลักษณะวางเป็นกลุ่ม มีเป้าหมายถึงชีวิต ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่กัมพูชาทำมาตลอดใน 6 พื้นที่ก่อนหน้านี้
อีกทั้งก่อนหน้านั้นไทยได้รายงานอนุสัญญาออตตาวา โดยย้ำว่าประเทศไทยไม่มีการเก็บสะสมทุ่นระเบิดสังหาร และไม่มีครอบครองเพื่อวิจัยและศึกษา และไม่มีทุ่นระเบิด PMN-2 ตั้งแต่สมัยสงครามในครอบครอง จึงเป็นหลักฐานว่าทุ้นระเบิดที่พบไม่ใช่ของไทย ดังนั้นที่พาดพิงว่าเราไปวางเอง เราได้ยืนยันไปแล้วว่าไม่ใช่ตามอนุสัญญาออตตาวา
ทั้งนี้แม้จะระงับแผนปฎิญญาสันติภาพ แต่ฝ่ายมั่นคง ยังเดินหน้าในการเก็บกู้ระเบิด โดยได้กำหนดพื้นที่เร่งด่วนสำหรับการเก็บกู้และกวาดล้างทุ่นระเบิด จำนวน 13 พื้นที่ ซึ่งเคยมีการถูกกำลังพลกัมพูชาเข้าแทรกแซงและขอให้ไทยยุติการดำเนินการมาแล้วถึง 16 ครั้ง และขอให้ไทยยุติการดำเนินการ นอกจากนั้นหลังเหตุปะทะ ไทยตรวจพบทุ่นระเบิดพร้อมเพิ่มที่ภูมะเขือ และปราสาทตาควาย เป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคล 72B เพื่อนำไปวางต่ออีกด้วย
“เรามีวิดีโอหลักฐาน จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่มีการถ่ายจริงไม่ใช่เอไอ ที่มาจากจากกล้องและที่เก็บกู้ได้จากโทรศัพท์มือถือของฝ่ายกัมพูชาที่เก็บได้จากเหตุปะทะในพื้นที่ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเป็นคนถ่ายไว้เอง หลักฐานทั้งหมดมีความชัดเจนว่ากัมพูชาละเมิดปฏิญญาร่วม (Join Declaration) อย่างชัดเจน และเป็นภัยคุกคามต่อการเจรจาโดยสันติวิธี พล.ร.ตสุรสันต์ กล่าว
ส่วนการดำเนินการในอนาคต พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ไทยจำเป็นต้องระงับการปฎิบัติที่ได้ตกลงไว้ในปฏิญญาร่วม แต่จะเดินหน้าเก็บกู้ทุนระเบิดต่อไป ส่วนการปล่อย 18 เฉลยศึก จะเป็นเรื่องสุดท้าย เพราะเราต้องดูความจริงใจของกัมพูชาก่อน ทั้งนี้กองทัพยืนยันว่าพร้อมปกป้องอธิปไตยไทย เพราะท้ายที่สุดเป้าหมายของเราเพื่อความปลอดภัยประชาชนไทย
นายนิกรเดชกล่าวว่า กระทรวงต่างประเทศ ช่วงที่ผ่านมาดำเนินการทันทีและตอบโต้ดำเนินการทุกระดับเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและรักษาอธิปไตยไทย รวมถึงที่ผ่านมานายกฯ ได้หารือกับ ผู้นำสหรัฐและมาเลเซียแล้ว และแจ้งประท้วงเรื่องนี้แก่นานาชาติว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงต่าง ๆ และรุกล้ำอธิปไตยไทย
ส่วนแนวทางดำเนินการจากนี้ กระทรวงฯจะเดินหน้าชี้แจงทำความเข้าใจแก่ประชาคมสังคมโลก และ รมว.ต่างประเทศ จะไปประชุมสหภาพยุโรป และที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงพบกับสื่อมวลชนต่างประเทศต่างประเทศ ก็จะมีการชี้แจงในเรื่องนี้ พร้อมยืนยันว่ากระทรวงต่างประเทศ ดำเนินการเชิงการทูตเชิงรุก ในทุกกรอบและทุกเวที
น.ส.โชติมา กล่าวถึงการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ว่าที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้พูดคุยกับสหรัฐในการเจรจาภาษีการค้าต่างตอบแทนมาอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่าสหรัฐจะมีเป้าหมายเดียวกับไทยในการยึดเดดไลน์เดิม โดยให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ และเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการให้รับมือในสภาวะการแข่งขันที่สูง พร้อมยืนยันว่าเราจะดำเนินการตามเดิมและข้อตกลงจะต้องถูกพิจารณาอย่างครบถ้วนรอบด้าน
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) บอกจะชะลอเจรจา น.ส.โชติมา ระบุว่า ไทยได้แจ้งยืนยันไปกับทางผู้แทนการค้าสหรัฐว่าเราจะยังคงเดินหน้าเจรจาต่อไป
วันที่ 17 พ.ย.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ
โฆษกกระทรวงกลาโหม พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก น.ส.โชติมา เอี่ยม สวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นายนิกรเดช พลางกูร
อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และการเจรจาการค้าไทยกับต่างประเทศ
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุทหารเหยียบกับระเบิดใหม่หลังลงนามปฏิญญาสันติภาพ และมีข้อมูลหลากหลาย ทั้งจากกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ล้วนแต่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง แต่ช่วงเวลาที่นำเสนออาจทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงกรณีการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดขอยืนยันว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องการให้การค้าเดินหน้าเป็นไปต่อเนื่องควบคู่กับอธิปไตยของประเทศไทย
"หากกลไกทวิภาคีของไทย-กัมพูชา ดำเนินการต่อได้จะทำต่อ แต่หากดำเนินการไม่ได้จะดำเนินการต่อในระดับพหุภาคี ที่จะเป็นกลไก รวมถึงการขับเคลื่อนสแกมเมอร์ ยืนยันว่าเราจะใช้แนวทางสันติวิธี แต่และสงวนสิทธิ์ตอบโต้หากโดนยั่วยุตามความเหมาะสม"
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ความชัดเจนเรื่องการปฏิบัติการด้านทุ่นระเบิด นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.- 10 พ.ย.ที่ผ่านมา รวม 7 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 20 ราย ขาขาด7 ราย ในอาณาเขตของไทย ทำให้มีข้อสงสัยว่าเรามีหน่วยปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่มาตลอด แต่ทำไมยังเกิดเหตุการณ์ได้นั้น ต้องชี้แจงว่าจากหลักฐานที่เก็บได้บ่งชี้ว่าเป็นฝ่ายกัมพูชาดำเนินการวางใหม่นั้น เนื่องจากพบตัวทุ่นเป็นระเบิดใหม่ วางบนพื้นที่ขุดใหม่ในลักษณะวางเป็นกลุ่ม มีเป้าหมายถึงชีวิต ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่กัมพูชาทำมาตลอดใน 6 พื้นที่ก่อนหน้านี้
อีกทั้งก่อนหน้านั้นไทยได้รายงานอนุสัญญาออตตาวา โดยย้ำว่าประเทศไทยไม่มีการเก็บสะสมทุ่นระเบิดสังหาร และไม่มีครอบครองเพื่อวิจัยและศึกษา และไม่มีทุ่นระเบิด PMN-2 ตั้งแต่สมัยสงครามในครอบครอง จึงเป็นหลักฐานว่าทุ้นระเบิดที่พบไม่ใช่ของไทย ดังนั้นที่พาดพิงว่าเราไปวางเอง เราได้ยืนยันไปแล้วว่าไม่ใช่ตามอนุสัญญาออตตาวา
ทั้งนี้แม้จะระงับแผนปฎิญญาสันติภาพ แต่ฝ่ายมั่นคง ยังเดินหน้าในการเก็บกู้ระเบิด โดยได้กำหนดพื้นที่เร่งด่วนสำหรับการเก็บกู้และกวาดล้างทุ่นระเบิด จำนวน 13 พื้นที่ ซึ่งเคยมีการถูกกำลังพลกัมพูชาเข้าแทรกแซงและขอให้ไทยยุติการดำเนินการมาแล้วถึง 16 ครั้ง และขอให้ไทยยุติการดำเนินการ นอกจากนั้นหลังเหตุปะทะ ไทยตรวจพบทุ่นระเบิดพร้อมเพิ่มที่ภูมะเขือ และปราสาทตาควาย เป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคล 72B เพื่อนำไปวางต่ออีกด้วย
“เรามีวิดีโอหลักฐาน จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่มีการถ่ายจริงไม่ใช่เอไอ ที่มาจากจากกล้องและที่เก็บกู้ได้จากโทรศัพท์มือถือของฝ่ายกัมพูชาที่เก็บได้จากเหตุปะทะในพื้นที่ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเป็นคนถ่ายไว้เอง หลักฐานทั้งหมดมีความชัดเจนว่ากัมพูชาละเมิดปฏิญญาร่วม (Join Declaration) อย่างชัดเจน และเป็นภัยคุกคามต่อการเจรจาโดยสันติวิธี พล.ร.ตสุรสันต์ กล่าว
ส่วนการดำเนินการในอนาคต พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ไทยจำเป็นต้องระงับการปฎิบัติที่ได้ตกลงไว้ในปฏิญญาร่วม แต่จะเดินหน้าเก็บกู้ทุนระเบิดต่อไป ส่วนการปล่อย 18 เฉลยศึก จะเป็นเรื่องสุดท้าย เพราะเราต้องดูความจริงใจของกัมพูชาก่อน ทั้งนี้กองทัพยืนยันว่าพร้อมปกป้องอธิปไตยไทย เพราะท้ายที่สุดเป้าหมายของเราเพื่อความปลอดภัยประชาชนไทย
นายนิกรเดชกล่าวว่า กระทรวงต่างประเทศ ช่วงที่ผ่านมาดำเนินการทันทีและตอบโต้ดำเนินการทุกระดับเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและรักษาอธิปไตยไทย รวมถึงที่ผ่านมานายกฯ ได้หารือกับ ผู้นำสหรัฐและมาเลเซียแล้ว และแจ้งประท้วงเรื่องนี้แก่นานาชาติว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงต่าง ๆ และรุกล้ำอธิปไตยไทย
ส่วนแนวทางดำเนินการจากนี้ กระทรวงฯจะเดินหน้าชี้แจงทำความเข้าใจแก่ประชาคมสังคมโลก และ รมว.ต่างประเทศ จะไปประชุมสหภาพยุโรป และที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงพบกับสื่อมวลชนต่างประเทศต่างประเทศ ก็จะมีการชี้แจงในเรื่องนี้ พร้อมยืนยันว่ากระทรวงต่างประเทศ ดำเนินการเชิงการทูตเชิงรุก ในทุกกรอบและทุกเวที
น.ส.โชติมา กล่าวถึงการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ว่าที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้พูดคุยกับสหรัฐในการเจรจาภาษีการค้าต่างตอบแทนมาอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่าสหรัฐจะมีเป้าหมายเดียวกับไทยในการยึดเดดไลน์เดิม โดยให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ และเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการให้รับมือในสภาวะการแข่งขันที่สูง พร้อมยืนยันว่าเราจะดำเนินการตามเดิมและข้อตกลงจะต้องถูกพิจารณาอย่างครบถ้วนรอบด้าน
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) บอกจะชะลอเจรจา น.ส.โชติมา ระบุว่า ไทยได้แจ้งยืนยันไปกับทางผู้แทนการค้าสหรัฐว่าเราจะยังคงเดินหน้าเจรจาต่อไป