นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกต ครม.อนุมัติต่อสัญญากับบริษัท ดอร์นา สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน MotoGP ซึ่งจัดขึ้นที่สนามบุรีรัมย์ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นการเอื้อประโยชน์ให้จังหวัดบุรีรัมย์และผู้ถือสิทธิสนามแข่งขัน ว่า โครงการนี้จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561 รวม 7 ปี โดยมีช่วงปี 2563-2564 ที่งดจัดเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ถือเป็นโครงการที่รัฐบาลจัด เป็นความร่วมมือระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. และบริษัทผู้ถือลิขสิทธิ์ คือ ดอร์น่า สปอร์ต ไม่ใช่เอกชนจัด แล้วรัฐสนับสนุน โดย กกท.มีหน้าที่กระตุ้นกีฬาอาชีพ เป็นกีฬาที่นำมาซึ่งรายได้ และกระตุ้นการท่องเที่ยว
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ไทยต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นทุกปีตามสัญญาปีละ 5% ตามความนิยมของรายการ ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับทุกประเทศทั่วโลก โดยทางจังหวัดบุรีรัมย์ เสนอตัวรองรับการแข่งขันตั้งแต่แรก และไม่คิดค่าเช่าสนาม เพื่อดึงอีเวนต์ระดับโลกเข้าจังหวัด ส่งผลให้โรงแรมในบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียง เช่น สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด เต็มทุกปีช่วงจัดการแข่งขัน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานราวปีละ 2-3 แสนคน
สำหรับมูลค่าทางเศรษฐกิจ ระหว่างปี 2561–2568 มีผู้ชมรวมกว่า 1.2 ล้านคน มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมประมาณ 24,000 ล้านบาท ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท กกท.ได้รายได้จากค่าบัตร ค่าบริหารจัดการมากกว่ารายจ่าย และต้องส่งเงินคืนรัฐตามระเบียบ และเมื่อเทียบกับการของบประมาณสนับสนุน 800 ล้านบาท ถือว่าสร้างผลคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 6 เท่า ยังไม่นับมูลค่าประชาสัมพันธ์จากการถ่ายทอดสดไปยังผู้ชม 700–800 ล้านครัวเรือนทั่วโลก
โฆษกรัฐบาล ได้ยกตัวอย่างโครงการใหม่อย่าง Tomorrowland ซึ่งเป็นสัญญาเอกชนกับเอกชน ที่รัฐช่วยสนับสนุนซื้อลิขสิทธิ์ 400 ล้านบาทต่อปี และยกเว้นภาษี 20% มีการประมาณการผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ 12,000 ล้านบาทใน 5 ปี ซึ่งมีสัดส่วนผลตอบแทนใกล้เคียง MotoGP แต่โครงการ MotoGP นั้นถูกพิสูจน์แล้วว่าให้ผลตอบแทนจริง
"โครงการที่สร้างผลประโยชน์มากกว่างบที่รัฐลงไปหลายเท่า ทำไมถึงถูกพูดถึงในมุมยกเลิก ทั้งที่ MotoGP ถูกพิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่า และสร้างชื่อเสียงประเทศในระดับโลก" นายสิริพงศ์ กล่าว

19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15:50
คุ้มค่า ต่อสัญญา MotoGP ! สร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกว่า 2.4 หมื่นล้าน
"สิริพงศ์" แจงต่อสัญญา MotoGP สร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกว่า 2.4 หมื่นล้าน คุ้มค่ากว่างบรัฐสนับสนุน มากกว่า 6 เท่า ย้ำไม่เอื้อประโยชน์บุรีรัมย์
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกต ครม.อนุมัติต่อสัญญากับบริษัท ดอร์นา สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน MotoGP ซึ่งจัดขึ้นที่สนามบุรีรัมย์ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นการเอื้อประโยชน์ให้จังหวัดบุรีรัมย์และผู้ถือสิทธิสนามแข่งขัน ว่า โครงการนี้จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561 รวม 7 ปี โดยมีช่วงปี 2563-2564 ที่งดจัดเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ถือเป็นโครงการที่รัฐบาลจัด เป็นความร่วมมือระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. และบริษัทผู้ถือลิขสิทธิ์ คือ ดอร์น่า สปอร์ต ไม่ใช่เอกชนจัด แล้วรัฐสนับสนุน โดย กกท.มีหน้าที่กระตุ้นกีฬาอาชีพ เป็นกีฬาที่นำมาซึ่งรายได้ และกระตุ้นการท่องเที่ยว
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ไทยต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นทุกปีตามสัญญาปีละ 5% ตามความนิยมของรายการ ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับทุกประเทศทั่วโลก โดยทางจังหวัดบุรีรัมย์ เสนอตัวรองรับการแข่งขันตั้งแต่แรก และไม่คิดค่าเช่าสนาม เพื่อดึงอีเวนต์ระดับโลกเข้าจังหวัด ส่งผลให้โรงแรมในบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียง เช่น สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด เต็มทุกปีช่วงจัดการแข่งขัน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานราวปีละ 2-3 แสนคน
สำหรับมูลค่าทางเศรษฐกิจ ระหว่างปี 2561–2568 มีผู้ชมรวมกว่า 1.2 ล้านคน มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมประมาณ 24,000 ล้านบาท ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท กกท.ได้รายได้จากค่าบัตร ค่าบริหารจัดการมากกว่ารายจ่าย และต้องส่งเงินคืนรัฐตามระเบียบ และเมื่อเทียบกับการของบประมาณสนับสนุน 800 ล้านบาท ถือว่าสร้างผลคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 6 เท่า ยังไม่นับมูลค่าประชาสัมพันธ์จากการถ่ายทอดสดไปยังผู้ชม 700–800 ล้านครัวเรือนทั่วโลก
โฆษกรัฐบาล ได้ยกตัวอย่างโครงการใหม่อย่าง Tomorrowland ซึ่งเป็นสัญญาเอกชนกับเอกชน ที่รัฐช่วยสนับสนุนซื้อลิขสิทธิ์ 400 ล้านบาทต่อปี และยกเว้นภาษี 20% มีการประมาณการผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ 12,000 ล้านบาทใน 5 ปี ซึ่งมีสัดส่วนผลตอบแทนใกล้เคียง MotoGP แต่โครงการ MotoGP นั้นถูกพิสูจน์แล้วว่าให้ผลตอบแทนจริง
"โครงการที่สร้างผลประโยชน์มากกว่างบที่รัฐลงไปหลายเท่า ทำไมถึงถูกพูดถึงในมุมยกเลิก ทั้งที่ MotoGP ถูกพิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่า และสร้างชื่อเสียงประเทศในระดับโลก" นายสิริพงศ์ กล่าว
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกต ครม.อนุมัติต่อสัญญากับบริษัท ดอร์นา สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน MotoGP ซึ่งจัดขึ้นที่สนามบุรีรัมย์ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นการเอื้อประโยชน์ให้จังหวัดบุรีรัมย์และผู้ถือสิทธิสนามแข่งขัน ว่า โครงการนี้จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561 รวม 7 ปี โดยมีช่วงปี 2563-2564 ที่งดจัดเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ถือเป็นโครงการที่รัฐบาลจัด เป็นความร่วมมือระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. และบริษัทผู้ถือลิขสิทธิ์ คือ ดอร์น่า สปอร์ต ไม่ใช่เอกชนจัด แล้วรัฐสนับสนุน โดย กกท.มีหน้าที่กระตุ้นกีฬาอาชีพ เป็นกีฬาที่นำมาซึ่งรายได้ และกระตุ้นการท่องเที่ยว
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ไทยต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นทุกปีตามสัญญาปีละ 5% ตามความนิยมของรายการ ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับทุกประเทศทั่วโลก โดยทางจังหวัดบุรีรัมย์ เสนอตัวรองรับการแข่งขันตั้งแต่แรก และไม่คิดค่าเช่าสนาม เพื่อดึงอีเวนต์ระดับโลกเข้าจังหวัด ส่งผลให้โรงแรมในบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียง เช่น สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด เต็มทุกปีช่วงจัดการแข่งขัน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานราวปีละ 2-3 แสนคน
สำหรับมูลค่าทางเศรษฐกิจ ระหว่างปี 2561–2568 มีผู้ชมรวมกว่า 1.2 ล้านคน มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมประมาณ 24,000 ล้านบาท ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท กกท.ได้รายได้จากค่าบัตร ค่าบริหารจัดการมากกว่ารายจ่าย และต้องส่งเงินคืนรัฐตามระเบียบ และเมื่อเทียบกับการของบประมาณสนับสนุน 800 ล้านบาท ถือว่าสร้างผลคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 6 เท่า ยังไม่นับมูลค่าประชาสัมพันธ์จากการถ่ายทอดสดไปยังผู้ชม 700–800 ล้านครัวเรือนทั่วโลก
โฆษกรัฐบาล ได้ยกตัวอย่างโครงการใหม่อย่าง Tomorrowland ซึ่งเป็นสัญญาเอกชนกับเอกชน ที่รัฐช่วยสนับสนุนซื้อลิขสิทธิ์ 400 ล้านบาทต่อปี และยกเว้นภาษี 20% มีการประมาณการผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ 12,000 ล้านบาทใน 5 ปี ซึ่งมีสัดส่วนผลตอบแทนใกล้เคียง MotoGP แต่โครงการ MotoGP นั้นถูกพิสูจน์แล้วว่าให้ผลตอบแทนจริง
"โครงการที่สร้างผลประโยชน์มากกว่างบที่รัฐลงไปหลายเท่า ทำไมถึงถูกพูดถึงในมุมยกเลิก ทั้งที่ MotoGP ถูกพิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่า และสร้างชื่อเสียงประเทศในระดับโลก" นายสิริพงศ์ กล่าว