“รองโสภณ” เผย รัฐบาลไฟเขียว เยียวยาเหยื่ออุทกภัยกรณีพิเศษ เหตุรุนแรงเทียบชั้นสึนามิ

“รองโสภณ” เผย รัฐบาลไฟเขียว เยียวยาเหยื่ออุทกภัยกรณีพิเศษ เหตุรุนแรงเทียบชั้นสึนามิ

“รองโสภณ” เผย รัฐบาลไฟเขียว เยียวยาเหยื่ออุทกภัยกรณีพิเศษ เหตุรุนแรงเทียบชั้นสึนามิ จ่ายรายละ 2 ล้านบาท พร้อมให้สำนักนายกฯ เป็นสื่อกลางรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัย นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดในการดูแลและให้การเยียวยาประชาชน โดยมอบทุกฝ่ายระดม สรรพกำลัง ในการดำเนินการอย่างเต็มกำลังและทันท่วงที โดยในวันนี้ ได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดแนวทางในการให้การเยียวยาแก่ประชาชน หลังสถานการณ์คลี่คลายลง โดยรัฐบาลได้มีการกำหนดอัตราเงินเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยครั้งนี้ ในวงเงินรายละ 2 ล้านบาท ในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตท้องที่จังหวัดสงขลา เมื่อ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นไปตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยเหตุอุทกภัยครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เปรียบได้กับสถานการณ์สึนามิ รัฐบาลจึงเห็นชอบให้มีการเยียวยาเป็นกรณีพิเศษ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของ ครอบครัวผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการติดต่อประสานงาน ผ่านช่องทางสาย ด่วน 1782 และ 1111 ตลอดจนเป็นศูนย์รับบริจาคเงิน สิ่งของ ผ่านกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบ สาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีองค์กร ภาคเอกชน ประชาชน จากหลายภาคส่วนประสงค์ที่จะร่วมบริจาคเงิน สิ่งของ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนัก นายกรัฐมนตรี เปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของอย่างเป็นทางการ เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ถูกนำไปใช้ ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ผ่านกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 โดยเงิน บริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ นายโสภณกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้รัฐบาลจะมีงบประมาณเพียงพอในการดูแลประชาชนอยู่แล้ว แต่การร่วมแรงร่วมใจของคนไทยถือเป็นพลังสำคัญ “ด้วยน้ำใจของพี่น้องประชาชน รัฐบาลจึงยินดี เป็นสื่อกลางให้ผู้ที่ต้องการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และร่วมชาติเดียวกัน”