“อนุทิน” สั่ง คมนาคม หารือทางออก กรณีรถไฟฟ้าสายสีส้ม ตต.หลังกระทรวงการคลังเสนอรัฐลงทุนด้านโยธา ชี้ ประหยัดงบกว่า

“อนุทิน” สั่ง คมนาคม หารือทางออก กรณีรถไฟฟ้าสายสีส้ม ตต.หลังกระทรวงการคลังเสนอรัฐลงทุนด้านโยธา ชี้ ประหยัดงบกว่า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวหลังการประชุมร่วมกับกระทรวงคมนาคม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) หาแนวทางการลงทุนรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันตก ระยะทาง 35.9 กม. มูลค่ารวม 122,041 ล้านบาท ว่า เรื่องของเรื่องคือ แรกเริ่มเดิมทีคณะรัฐมนตรีชุดที่แล้ว จะให้รัฐกับเอกชนร่วมทุนกัน ในรูปแบบของ PPP Net Cost โดยเอกชนดูแลงานด้านโยธา ส่วนรัฐดูแลเรื่องจัดการที่ดิน แต่ต่อมา มีปัญหาเรื่องงบประมาณ กระทรวงการคลัง มีข้อเสนอว่าให้รัฐลงทุนก่อสร้างงานโยธาเองจะถูกกว่า เพราะรถไฟฟ้าที่ผ่านมามีการดำเนินงานในหลายรูปแบบ ทั้งที่รัฐลงงานโยธาเอง หรือให้เอกชน ดังนั้นจึงอยากให้พิจารณารูปแบบที่เหมาะต่อสายสีส้มมากที่สุด นำมาซึ่งการหารือในวันนี้ ซึ่งตนได้มอบหมายให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไปหาข้อสรุป มาหารือกันอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ อย่าไปมองว่า ถ้าให้เอกชนรายเดียวดูแลแบบรวบยอดงานจะเสร็จเร็ว มีประสิทธิภาพ เพราะเราต้องมองเรื่องความคุ้มค่า และเรื่องเสร็จเร็ว หรือช้า มันอยู่ที่การบริหารจัดการ เราเคยสร้างมอเตอร์เวย์ ร่วมมือกันตั้งหลายบริษัท ก็สร้างเสร็จก่อนกำหนด ไม่มีปัญหา อย่าลืมว่านโยบายของรัฐคือ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ส่วนเรื่องใช้งบ อย่าไปกำหนดว่ามันต้องงบปีนี้ ปีหน้า แต่รอให้ได้ข้อสรุปเรื่องการลงทุนก่อน แล้วค่อยไปว่าเรื่องงบประมาณ สี่งที่เราต้องใส่ใจคือความคุ้มค่าเงินภาษีของประชาชน “ก็แปลกใจที่มีการเสนอให้ทำสัญญาแบบ PPP ให้เอกชนลงทุนงานโยธา แต่พอไปดูให้ทั่ว ปรากฎว่าหลายสัญญาก่อสร้างของรัฐ ก็ให้รัฐนี่เองลงทุน อาทิ การก่อสร้างรถไฟสายสีม่วงส่วนใต้ เลยงงว่า ตกลงอะไรคือความเหมาะสมที่สุด ซึ่งคุยกันไม่จบในวันนี้แน่ และตอนนี้ ก็ไม่ได้อยากจะพูดเรื่องงบสาธารณะ เพราะแนวทางการลงทุนยังไม่รู้เลย อย่าเพิ่งไปคิดเรื่องอื่น” นายอนุทิน ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการให้กลุ่มบริษัท CPH มาลงนามสัญญาก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินว่า วันนี้ ได้หารือกับคณะกรรมการคัดเลือกโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ให้เจรจา กับผู้ชนะการประกวด คือกลุ่มซีพี ให้จบด้วยความเรียบร้อย ซึ่งอะไรยอมได้ หากไม่ผิดกฎหมาย ก็ให้ยอมเสีย ในส่วนของสัญญาแนบท้าย ทั้ง 2 ฝ่ายหารือมีความเห็นร่วมกันในหลายประเด็นแล้ว ธงที่มอบให้ไป คือต้องไม่มีการประมูลใหม่ คนที่ชนะ ต้องรับงานไปทำ แต่ถ้าหากบิดพลิ้ว ก็มีโทษรออยู่