เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัครสส.กทม.เขต 2 พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า
" หลังจากที่ส้มได้โพสต์ ขอบคุณนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และสส.ภูมิใจไทยไปเมื่อวานนี้ วันนี้ตื่นเช้ามาก็รู้สึกแปลกใจ ที่กลายเป็นมีประเด็นในโซเชียลมีเดีย และมีการตั้งคำถามจากสื่อมวลชน ว่าการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับเรื่องการคุกคามทางเพศ และการกระทำชำเรา นั้นเป็นผลงานของใคร บ้างก็ว่าส้มไปเคลมผลงานบุคคลอื่นมา
ตนขอนำเรียน ว่า สิ่งที่ส้มได้กล่าวถึงเมื่อวานนี้ เพียงต้องการบอกเล่าข้อเท็จจริง ขอบคุณท่านนายกฯอนุทิน และท่านสส.พรรคภูมิใจไทย จากใจจริง หากท่านที่เคยติดตามการทำงานของส้ม ตั้งแต่ที่ส้มเป็นสส.ในปี62 จะทราบดีค่ะว่า ส้มมุ่งมั่นตั้งใจทำงานในด้านสภาฯอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเรื่องของการป้องกันและแก้ไขปัญหาการถูกข่มขืนกระทำชำเรา โดยการเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้ จากนั้นหลังจากการศึกษา ตนจึงได้ร่วมกับเพื่อน สส.ในขณะนั้น เสนอกฎหมาย 2 ฉบับด้วยกัน ฉบับแรก คือ พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในคดีทางเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 หรือรู้จักกันว่า "กฎหมายฉีดไข่ฝ่อ" ซึ่งปัจจุบันได้บังคับใช้แล้ว และกฎหมายอีกฉบับ คือ "แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับเรื่องการกระทำชำเราและการคุกคามทางเพศ" แต่น่าเสียดาย ที่กฎหมายฉบับนี้ไม่ทันที่จะได้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพราะยุบสภาเสียก่อน ต่อมาในสภาฯยุคล่าสุด ส้มเองไม่ได้เข้าไปทำหน้าที่เป็นสส.ในสภา แต่ส้มมีความตั้งใจอย่างยิ่ง ที่ยังคงอยากจะผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้ให้สำเร็จ เพื่อที่จะได้เป็นเกราะป้องกันทางสังคมให้กับประชาชน ส้มจึงได้ปรึกษากับทางพรรคภูมิใจไทย ที่ส้มเป็นสมาชิกอยู่ โดย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค และท่านสส.ของพรรค ได้นำกฎหมายฉบับนี้หารือกัน และได้ช่วยเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร นี่จึงเป็นที่มาที่ไป ที่ส้มต้องขอบคุณท่านนายกฯอนุทิน และสส.ของพรรคภูมิใจไทย ในวันที่กฎหมายนี้ขับเคลื่อนจนสำเร็จ เพราะหากท่านเพิกเฉยกับกฎหมายฉบับนี้ ส้มเองก็คงไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนได้เพียงคนเดียวในเวลานั้น
และเวลานี้ กฎหมายก็สำเร็จแล้ว บังคับใช้แล้ว เราคนไทยทุกคนเป็นผู้ได้รับประโยชน์ร่วมกัน ควรช่วยกันที่จะสร้างความตระหนักรู้ ให้ความรู้ ความเข้าใจในกฎหมายที่เกิดขึ้นใหม่ นำมาใช้เป็นเกาะป้องกันทางสังคม แล้วช่วยกันรณรงค์ให้ทุกคนรู้จักปกป้องสิทธิของตนเอง รวมทั้งการที่จะไม่ละเมิดในสิทธิของผู้อื่นด้วยเช่นกัน ฝากพี่ๆสื่อมวลชน และพี่ๆในโซเชียลมีเดีย ช่วยกันสร้างสังคมของเราให้น่าอยู่กันนะคะ
“ส้มขอยืนยังอีกครั้งนะคะ ว่าส้มไม่เคยเคลมผลงานใคร Digital Footprint มีอยู่ค่ะ เราไม่สามารถจะโกหกใครได้อยู่แล้ว และทุกครั้งที่ส้มให้สัมภาษณ์ในพ.ร.บ.ฉบับนี้ ส้มก็จะพูดตามความจริงเสมอค่ะ และส้มยึดเสมอว่าส้มมาทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช้วิธีที่จะให้ร้ายใครค่ะ” ดร.พัชรินทร์ กล่าว
ในการทำงานของส้ม ส้มต้องศึกษาเรื่องนั้นๆให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ และส้มเห็นถึงปัญหาของสังคม และให้ความสำคัญในเรื่องนี้ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ส้มเรียนปริญญาโท และปริญญาเอก ด้านอาชญาวิทยา ซึ่งเกี่ยวข้องกับด้านนี้โดยตรง "
Cr. https://www.facebook.com/share/p/1C8CjFbkop/?mibextid=wwXIfr
31 ธันวาคม 2568 เวลา 22:50
ถูกกล่าวหาเคลมผลงาน หลัง ขอบคุณ “อนุทิน-สส.ภูมิใจไทย“ ดันกม.คุกคามทางเพศ มีผลบังคับใช้แล้ว
“พัชรินทร์” งง ถูกกล่าวหาเคลมผลงาน หลัง ขอบคุณ “อนุทิน-สส.ภูมิใจไทย“ ดันกม.คุกคามทางเพศ มีผลบังคับใช้แล้ว ชี้ “Digital Footprint” มีอยู่ ขับเคลื่อนมาตั้งแต่ ฉีดไข่ฝ่อ ปี 62 สส.สมัยแรก ขอสังคม-โซเชียล ร่วมรณรงค์ปกป้องสิทธิ ไม่ละเมิดผู้อื่น ยันทำการเมืองสร้างสรรค์ พูดความจริง ไม่ใช้วิธีที่ให้ร้ายใคร
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัครสส.กทม.เขต 2 พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า
" หลังจากที่ส้มได้โพสต์ ขอบคุณนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และสส.ภูมิใจไทยไปเมื่อวานนี้ วันนี้ตื่นเช้ามาก็รู้สึกแปลกใจ ที่กลายเป็นมีประเด็นในโซเชียลมีเดีย และมีการตั้งคำถามจากสื่อมวลชน ว่าการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับเรื่องการคุกคามทางเพศ และการกระทำชำเรา นั้นเป็นผลงานของใคร บ้างก็ว่าส้มไปเคลมผลงานบุคคลอื่นมา
ตนขอนำเรียน ว่า สิ่งที่ส้มได้กล่าวถึงเมื่อวานนี้ เพียงต้องการบอกเล่าข้อเท็จจริง ขอบคุณท่านนายกฯอนุทิน และท่านสส.พรรคภูมิใจไทย จากใจจริง หากท่านที่เคยติดตามการทำงานของส้ม ตั้งแต่ที่ส้มเป็นสส.ในปี62 จะทราบดีค่ะว่า ส้มมุ่งมั่นตั้งใจทำงานในด้านสภาฯอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเรื่องของการป้องกันและแก้ไขปัญหาการถูกข่มขืนกระทำชำเรา โดยการเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้ จากนั้นหลังจากการศึกษา ตนจึงได้ร่วมกับเพื่อน สส.ในขณะนั้น เสนอกฎหมาย 2 ฉบับด้วยกัน ฉบับแรก คือ พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในคดีทางเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 หรือรู้จักกันว่า "กฎหมายฉีดไข่ฝ่อ" ซึ่งปัจจุบันได้บังคับใช้แล้ว และกฎหมายอีกฉบับ คือ "แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับเรื่องการกระทำชำเราและการคุกคามทางเพศ" แต่น่าเสียดาย ที่กฎหมายฉบับนี้ไม่ทันที่จะได้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพราะยุบสภาเสียก่อน ต่อมาในสภาฯยุคล่าสุด ส้มเองไม่ได้เข้าไปทำหน้าที่เป็นสส.ในสภา แต่ส้มมีความตั้งใจอย่างยิ่ง ที่ยังคงอยากจะผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้ให้สำเร็จ เพื่อที่จะได้เป็นเกราะป้องกันทางสังคมให้กับประชาชน ส้มจึงได้ปรึกษากับทางพรรคภูมิใจไทย ที่ส้มเป็นสมาชิกอยู่ โดย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค และท่านสส.ของพรรค ได้นำกฎหมายฉบับนี้หารือกัน และได้ช่วยเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร นี่จึงเป็นที่มาที่ไป ที่ส้มต้องขอบคุณท่านนายกฯอนุทิน และสส.ของพรรคภูมิใจไทย ในวันที่กฎหมายนี้ขับเคลื่อนจนสำเร็จ เพราะหากท่านเพิกเฉยกับกฎหมายฉบับนี้ ส้มเองก็คงไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนได้เพียงคนเดียวในเวลานั้น
และเวลานี้ กฎหมายก็สำเร็จแล้ว บังคับใช้แล้ว เราคนไทยทุกคนเป็นผู้ได้รับประโยชน์ร่วมกัน ควรช่วยกันที่จะสร้างความตระหนักรู้ ให้ความรู้ ความเข้าใจในกฎหมายที่เกิดขึ้นใหม่ นำมาใช้เป็นเกาะป้องกันทางสังคม แล้วช่วยกันรณรงค์ให้ทุกคนรู้จักปกป้องสิทธิของตนเอง รวมทั้งการที่จะไม่ละเมิดในสิทธิของผู้อื่นด้วยเช่นกัน ฝากพี่ๆสื่อมวลชน และพี่ๆในโซเชียลมีเดีย ช่วยกันสร้างสังคมของเราให้น่าอยู่กันนะคะ
“ส้มขอยืนยังอีกครั้งนะคะ ว่าส้มไม่เคยเคลมผลงานใคร Digital Footprint มีอยู่ค่ะ เราไม่สามารถจะโกหกใครได้อยู่แล้ว และทุกครั้งที่ส้มให้สัมภาษณ์ในพ.ร.บ.ฉบับนี้ ส้มก็จะพูดตามความจริงเสมอค่ะ และส้มยึดเสมอว่าส้มมาทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช้วิธีที่จะให้ร้ายใครค่ะ” ดร.พัชรินทร์ กล่าว
ในการทำงานของส้ม ส้มต้องศึกษาเรื่องนั้นๆให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ และส้มเห็นถึงปัญหาของสังคม และให้ความสำคัญในเรื่องนี้ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ส้มเรียนปริญญาโท และปริญญาเอก ด้านอาชญาวิทยา ซึ่งเกี่ยวข้องกับด้านนี้โดยตรง "
Cr. https://www.facebook.com/share/p/1C8CjFbkop/?mibextid=wwXIfr
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัครสส.กทม.เขต 2 พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า
" หลังจากที่ส้มได้โพสต์ ขอบคุณนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และสส.ภูมิใจไทยไปเมื่อวานนี้ วันนี้ตื่นเช้ามาก็รู้สึกแปลกใจ ที่กลายเป็นมีประเด็นในโซเชียลมีเดีย และมีการตั้งคำถามจากสื่อมวลชน ว่าการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับเรื่องการคุกคามทางเพศ และการกระทำชำเรา นั้นเป็นผลงานของใคร บ้างก็ว่าส้มไปเคลมผลงานบุคคลอื่นมา
ตนขอนำเรียน ว่า สิ่งที่ส้มได้กล่าวถึงเมื่อวานนี้ เพียงต้องการบอกเล่าข้อเท็จจริง ขอบคุณท่านนายกฯอนุทิน และท่านสส.พรรคภูมิใจไทย จากใจจริง หากท่านที่เคยติดตามการทำงานของส้ม ตั้งแต่ที่ส้มเป็นสส.ในปี62 จะทราบดีค่ะว่า ส้มมุ่งมั่นตั้งใจทำงานในด้านสภาฯอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเรื่องของการป้องกันและแก้ไขปัญหาการถูกข่มขืนกระทำชำเรา โดยการเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้ จากนั้นหลังจากการศึกษา ตนจึงได้ร่วมกับเพื่อน สส.ในขณะนั้น เสนอกฎหมาย 2 ฉบับด้วยกัน ฉบับแรก คือ พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในคดีทางเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 หรือรู้จักกันว่า "กฎหมายฉีดไข่ฝ่อ" ซึ่งปัจจุบันได้บังคับใช้แล้ว และกฎหมายอีกฉบับ คือ "แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับเรื่องการกระทำชำเราและการคุกคามทางเพศ" แต่น่าเสียดาย ที่กฎหมายฉบับนี้ไม่ทันที่จะได้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพราะยุบสภาเสียก่อน ต่อมาในสภาฯยุคล่าสุด ส้มเองไม่ได้เข้าไปทำหน้าที่เป็นสส.ในสภา แต่ส้มมีความตั้งใจอย่างยิ่ง ที่ยังคงอยากจะผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้ให้สำเร็จ เพื่อที่จะได้เป็นเกราะป้องกันทางสังคมให้กับประชาชน ส้มจึงได้ปรึกษากับทางพรรคภูมิใจไทย ที่ส้มเป็นสมาชิกอยู่ โดย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค และท่านสส.ของพรรค ได้นำกฎหมายฉบับนี้หารือกัน และได้ช่วยเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร นี่จึงเป็นที่มาที่ไป ที่ส้มต้องขอบคุณท่านนายกฯอนุทิน และสส.ของพรรคภูมิใจไทย ในวันที่กฎหมายนี้ขับเคลื่อนจนสำเร็จ เพราะหากท่านเพิกเฉยกับกฎหมายฉบับนี้ ส้มเองก็คงไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนได้เพียงคนเดียวในเวลานั้น
และเวลานี้ กฎหมายก็สำเร็จแล้ว บังคับใช้แล้ว เราคนไทยทุกคนเป็นผู้ได้รับประโยชน์ร่วมกัน ควรช่วยกันที่จะสร้างความตระหนักรู้ ให้ความรู้ ความเข้าใจในกฎหมายที่เกิดขึ้นใหม่ นำมาใช้เป็นเกาะป้องกันทางสังคม แล้วช่วยกันรณรงค์ให้ทุกคนรู้จักปกป้องสิทธิของตนเอง รวมทั้งการที่จะไม่ละเมิดในสิทธิของผู้อื่นด้วยเช่นกัน ฝากพี่ๆสื่อมวลชน และพี่ๆในโซเชียลมีเดีย ช่วยกันสร้างสังคมของเราให้น่าอยู่กันนะคะ
“ส้มขอยืนยังอีกครั้งนะคะ ว่าส้มไม่เคยเคลมผลงานใคร Digital Footprint มีอยู่ค่ะ เราไม่สามารถจะโกหกใครได้อยู่แล้ว และทุกครั้งที่ส้มให้สัมภาษณ์ในพ.ร.บ.ฉบับนี้ ส้มก็จะพูดตามความจริงเสมอค่ะ และส้มยึดเสมอว่าส้มมาทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช้วิธีที่จะให้ร้ายใครค่ะ” ดร.พัชรินทร์ กล่าว
ในการทำงานของส้ม ส้มต้องศึกษาเรื่องนั้นๆให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ และส้มเห็นถึงปัญหาของสังคม และให้ความสำคัญในเรื่องนี้ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ส้มเรียนปริญญาโท และปริญญาเอก ด้านอาชญาวิทยา ซึ่งเกี่ยวข้องกับด้านนี้โดยตรง "
Cr. https://www.facebook.com/share/p/1C8CjFbkop/?mibextid=wwXIfr