วันที่ 6 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกผู้บริหารฝ่ายความมั่นคงเข้าหารือเร่งด่วน ภายหลังเกิดเหตุกองกำลังกัมพูชายิงกระสุนปืน ค. ตกเข้ามาในเขตแดนไทย บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
นายอนุทินเปิดเผยว่า รัฐบาลได้ดำเนินการตามขั้นตอนในบันทึกข้อตกลงทันที โดยฝ่ายความมั่นคงได้ยื่นหนังสือประท้วงต่อฝ่ายกัมพูชาแล้ว พร้อมขอให้ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งต่อฝ่ายกัมพูชาอย่างเป็นทางการว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และต้องมีความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
นายกรัฐมนตรีระบุว่า แม้ฝ่ายกัมพูชาจะอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ประเทศไทยจำเป็นต้องสอบถามถึงความรับผิดชอบอย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่าการที่กระสุนตกในเขตแดนไทยถือเป็นเรื่องร้ายแรง และไทยมีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคงและการทูต
“หากถึงจุดที่ประเทศไทยจำเป็นต้องตอบโต้ เราพร้อมจะดำเนินการ โดยจะเป็นการตัดสินใจของประเทศไทยภายใต้กรอบข้อตกลงและกติกาสากล” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามถึงแนวทางการตอบโต้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขณะนี้ฝ่ายกองทัพอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการที่เหมาะสม โดยมีการหารือในระดับผู้บัญชาการพื้นที่ชายแดนแล้ว ทั้งนี้ ต่อให้เป็นอุบัติเหตุ ฝ่ายกัมพูชาก็ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สำหรับความปลอดภัยของประชาชน
นายอนุทินยืนยันว่า ยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ แต่ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่
รัฐบาลย้ำจุดยืนว่า ไทยจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ ภายใต้กรอบกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่หากมีความจำเป็น ประเทศไทยก็พร้อมปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเด็ดขาด
6 มกราคม 2569 เวลา 13:35
ไทยพร้อมตอบโต้ ! กัมพูชา ต้องแสดงความรับผิดชอบ
“อนุทิน” เผย ไทยพร้อมตอบโต้ หลังกระสุนปืนใหญ่เขมรตกใส่ไทย เรียกร้องกัมพูชา แสดงความรับผิดชอบ
วันที่ 6 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกผู้บริหารฝ่ายความมั่นคงเข้าหารือเร่งด่วน ภายหลังเกิดเหตุกองกำลังกัมพูชายิงกระสุนปืน ค. ตกเข้ามาในเขตแดนไทย บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
นายอนุทินเปิดเผยว่า รัฐบาลได้ดำเนินการตามขั้นตอนในบันทึกข้อตกลงทันที โดยฝ่ายความมั่นคงได้ยื่นหนังสือประท้วงต่อฝ่ายกัมพูชาแล้ว พร้อมขอให้ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งต่อฝ่ายกัมพูชาอย่างเป็นทางการว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และต้องมีความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
นายกรัฐมนตรีระบุว่า แม้ฝ่ายกัมพูชาจะอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ประเทศไทยจำเป็นต้องสอบถามถึงความรับผิดชอบอย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่าการที่กระสุนตกในเขตแดนไทยถือเป็นเรื่องร้ายแรง และไทยมีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคงและการทูต
“หากถึงจุดที่ประเทศไทยจำเป็นต้องตอบโต้ เราพร้อมจะดำเนินการ โดยจะเป็นการตัดสินใจของประเทศไทยภายใต้กรอบข้อตกลงและกติกาสากล” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามถึงแนวทางการตอบโต้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขณะนี้ฝ่ายกองทัพอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการที่เหมาะสม โดยมีการหารือในระดับผู้บัญชาการพื้นที่ชายแดนแล้ว ทั้งนี้ ต่อให้เป็นอุบัติเหตุ ฝ่ายกัมพูชาก็ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สำหรับความปลอดภัยของประชาชน
นายอนุทินยืนยันว่า ยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ แต่ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่
รัฐบาลย้ำจุดยืนว่า ไทยจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ ภายใต้กรอบกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่หากมีความจำเป็น ประเทศไทยก็พร้อมปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเด็ดขาด
วันที่ 6 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกผู้บริหารฝ่ายความมั่นคงเข้าหารือเร่งด่วน ภายหลังเกิดเหตุกองกำลังกัมพูชายิงกระสุนปืน ค. ตกเข้ามาในเขตแดนไทย บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
นายอนุทินเปิดเผยว่า รัฐบาลได้ดำเนินการตามขั้นตอนในบันทึกข้อตกลงทันที โดยฝ่ายความมั่นคงได้ยื่นหนังสือประท้วงต่อฝ่ายกัมพูชาแล้ว พร้อมขอให้ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งต่อฝ่ายกัมพูชาอย่างเป็นทางการว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และต้องมีความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
นายกรัฐมนตรีระบุว่า แม้ฝ่ายกัมพูชาจะอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ประเทศไทยจำเป็นต้องสอบถามถึงความรับผิดชอบอย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่าการที่กระสุนตกในเขตแดนไทยถือเป็นเรื่องร้ายแรง และไทยมีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคงและการทูต
“หากถึงจุดที่ประเทศไทยจำเป็นต้องตอบโต้ เราพร้อมจะดำเนินการ โดยจะเป็นการตัดสินใจของประเทศไทยภายใต้กรอบข้อตกลงและกติกาสากล” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามถึงแนวทางการตอบโต้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขณะนี้ฝ่ายกองทัพอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการที่เหมาะสม โดยมีการหารือในระดับผู้บัญชาการพื้นที่ชายแดนแล้ว ทั้งนี้ ต่อให้เป็นอุบัติเหตุ ฝ่ายกัมพูชาก็ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สำหรับความปลอดภัยของประชาชน
นายอนุทินยืนยันว่า ยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ แต่ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่
รัฐบาลย้ำจุดยืนว่า ไทยจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ ภายใต้กรอบกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่หากมีความจำเป็น ประเทศไทยก็พร้อมปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเด็ดขาด