ไม่ยกเลิก "แทรมภูเก็ต"  แต่เดินแผน เป็นขั้นตอน

ไม่ยกเลิก "แทรมภูเก็ต" แต่เดินแผน เป็นขั้นตอน

“พิพัฒน์” ย้ำชัด ไม่ยกเลิกแทรมภูเก็ต แต่เดินแผนเป็นขั้นตอน เริ่มแก้คอขวดจราจร – ขยายถนน – สร้างอุโมงค์ ก่อนปี 2573 ปูทางระบบขนส่งสาธารณะ EV สู่รถแทรมเต็มรูปแบบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าว “ยกเลิกโครงการแทรมภูเก็ต” ยืนยัน ไม่เป็นความจริง พร้อมระบุว่า แผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของจังหวัดภูเก็ต ไม่เคยถูกยกเลิก แต่จำเป็นต้องดำเนินการตามลำดับขั้นที่ถูกต้อง เพื่อไม่สร้างปัญหาการจราจรซ้ำซ้อน และไม่กระทบต่อการเดินทางของพี่น้องในพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่พับโครงการ แต่ “เป็นการจัดลำดับให้โครงการเดินได้อย่างเป็นระบบ” นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้ารางเบา (Tram) เป็นโครงการขนาดใหญ่ ใช้พื้นที่เกาะกลางถนน และต้องพึ่งพาโครงสร้างทางกายภาพจำนวนมาก หากดำเนินการโดยที่พื้นผิวจราจรและคอขวดหลักยังไม่ถูกแก้ไข จะทำให้เกิดปัญหารถติดรุนแรงกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้น จึงกำหนดแนวทางดำเนินงานเป็นขั้นตอนชัดเจน เริ่มจาก “แก้ถนน–แก้คอขวด–แก้การจราจร” ก่อน แล้วจึงเข้าสู่การพัฒนาระบบรางในระยะถัดไป ดังนั้นเรื่องเร่งด่วนคือ “แก้รถติดภูเก็ตก่อน” โดยโครงการ อุโมงค์กะทู้ – ป่าตอง หรือทางด่วนภูเก็ต ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร วงเงิน 16,759 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเปิดซองประมูลในเดือนมกราคม 2569 และมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2573 โครงการนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการคลี่คลายปัญหาจราจรเข้า–ออกป่าตอง ซึ่งเป็นจุดคอขวดใหญ่ที่สุดของจังหวัดภูเก็ต หลังจากโครงข่ายถนนและการจราจรมีความพร้อม กระทรวงคมนาคมจะพัฒนา ระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) บนเส้นทางเดียวกับแนวรถแทรมในอนาคต เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว คุ้นชินกับการใช้ขนส่งสาธารณะบนถนนเส้นหลัก ก่อนยกระดับสู่ระบบรถไฟฟ้ารางเบาอย่างเต็มรูปแบบ นายพิพัฒน์ ยืนยันว่า สำหรับโครงการรถไฟฟ้ารางเบา (Tram) ระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานภูเก็ต – ห้าแยกฉลอง มีแผนจะดำเนินการ หลังจากปี 2573 เมื่อการจัดการพื้นถนน โครงสร้างจราจร และพฤติกรรมการเดินทางของประชาชนมีความพร้อมแล้ว นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐาน พรรคภูมิใจไทย เป็นนโยบายที่คิดจากคนในพื้นที่ ทำเพื่อคนใต้ เข้าใจปัญหาพื้นที่จริง แก้ปัญหาการจราจรภูเก็ตอย่างแท้จริง การพัฒนาต้องเดินเป็นขั้น เป็นระบบ ให้ประชาชน พร้มย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ คือโอกาสของพี่น้องชาวภูเก็ตและภาคใต้ ในการพิจารณาว่า นโยบายของใครเหมาะสม ผลักดันนโยบายได้จริง และรับผิดชอบพื้นที่ ขอทวงคืนโอกาส 30 ปีของคนใต้ โปรดเลือกภูมิใจไทย กาเบอร์ 37 พูดแล้วทำพลัส