กราบหลวงพ่อพระใสเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนขึ้นเวทีหนองคาย

กราบหลวงพ่อพระใสเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนขึ้นเวทีหนองคาย

“อนุทิน” กราบหลวงพ่อพระใสเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนขึ้นเวทีหนองคาย ย้ำความมั่นคงมาก่อนทุกเรื่อง ลั่นไม่เปิดด่าน-ไม่หวั่นผู้นำเขมร เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 ม.ค. 2569 ที่จังหวัดหนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย หาเสียงในจังหวัดหนองคาย ประกอบด้วย พล.ต.ท.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผู้สมัคร สส. เขต 1 นางจิดาภา สุนทรธนากุล ผู้สมัคร สส. เขต 2 และนายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ ผู้สมัคร สส. เขต 3 โดยจุดแรก นายอนุทิน เดินทางไปยัง วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อำเภอเมืองหนองคาย เพื่อสักการะ หลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองหนองคาย เอาฤกษ์เอาชัยก่อนการลงพื้นที่หาเสียง ท่ามกลางประชาชนที่มาทำบุญและขอถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก นายอนุทิน ได้ขึ้นบันไดถวายพวงมาลัย กราบสักการะองค์หลวงพ่อพระใสตรงฐานตัก โดยมี เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง ทำพิธีรดน้ำมนต์ เคาะศีรษะ เพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งนี้ หลวงพ่อพระใสเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะล้านช้าง เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ด้านความรุ่งเรือง การงาน ความปลอดภัย และโชคลาภ ต่อมา นายอนุทิน ได้บูชา พระธาตุอรหันต์ และสักการะ ท้าวเวสสุวรรณ พร้อมบันทึกภาพคาถาเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะเดินทางไปหาเสียงต่อที่ ตลาดแจ้งสว่าง อำเภอเมืองหนองคาย บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. วันเดียวกัน นายอนุทิน ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่ ลานนาคาเบิกฟ้า ริมแม่น้ำโขง เทศบาลเมืองโพนพิสัย อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เพื่อช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครทั้ง 3 เขตของพรรคภูมิใจไทย ท่ามกลางประชาชนจำนวนมาก นายอนุทิน กล่าวขอบคุณประชาชนชาวหนองคาย พร้อมปราศรัยเป็นภาษาอีสาน สร้างบรรยากาศเป็นกันเอง ก่อนย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยขอ “ยกทีม ยกจังหวัด” เพื่อเข้าไปทำงานพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนหนองคายอย่างเป็นรูปธรรม ในช่วงหนึ่ง นายอนุทิน กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ว่า ความมั่นคงเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง และยืนยันว่า ไม่มีการเปิดด่านอย่างเด็ดขาด โดยย้ำว่า รัฐบาลได้ควบคุมพื้นที่อธิปไตยของไทยไว้ทั้งหมดแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องเผชิญหน้าหรือยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งซ้ำ “ผมไม่ได้เอาเรื่องชายแดนมาหาเสียง แต่ทำเสร็จแล้วถึงมาพูด เราได้อธิปไตยของเราคืนมาแล้วภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน เพราะไม่มีผลประโยชน์ ไม่มีอะไรต้องเกรงใจใคร และผมกลัวประชาชนคนไทยมากกว่าผู้นำเขมร” นายอนุทิน กล่าว พร้อมย้ำว่า หากเกิดเหตุซ้ำอีก จะมีมาตรการที่เข้มข้นและหนักแน่นกว่าเดิมอย่างแน่นอน เพื่อรักษาเกียรติภูมิและความมั่นคงของประเทศ นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคภูมิใจไทยยึดหลัก “พูดในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่พูด” และขอให้ประชาชนชาวหนองคายมั่นใจว่า หากได้รับโอกาส จะทุ่มเททำงานเต็มกำลัง ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง