6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23:43
ภท. ปราศรัยใหญ่สุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ย้ำประเทศไม่ใช่ที่ทดลองงาน ชูทีมมืออาชีพ
“อนุทิน” ปราศรัยใหญ่สุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง ย้ำประเทศไม่ใช่ที่ทดลองงาน ชูทีมมืออาชีพ–นโยบายสร้างรายได้ ประกาศจุดยืนปกป้องอธิปไตย ยกเลิก MOU 44 เลือกภูมิใจไทย ประเทศไม่ต้องเสี่ยง

6 ก.พ. 2569 บรรยากาศการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ท่ามกลางประชาชนและผู้สนับสนุนที่หลั่งไหลร่วมฟังอย่างคึกคัก โดยนายอนุทิน กล่าวสรุปทิศทางการทำงาน วิสัยทัศน์ และจุดยืนทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยอย่างเข้มข้น ย้ำชัดว่า ประเทศไทยไม่ใช่ที่ฝึกงานหรือทดลองงานของมือใหม่ และเลือกภูมิใจไทย ประเทศไทย ไม่ต้องเสี่ยง ชูประเด็นความมั่นคงทางการเมือง และเศรษฐกิจ

นายอนุทิน กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยได้ทำงานรับใช้ประเทศและประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าพรรคไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง ทั้งด้านนโยบาย วิธีคิด วิธีทำงาน และการจัดวางบุคลากร เพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นพรรคการเมืองหลักที่ประชาชนพึ่งพาได้ พร้อมยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยในวันนี้ไม่เหมือนเดิม จากพรรคบ้านใหญ่ สู่การเป็นพรรคที่พร้อมรับใช้คนทั้งประเทศ เพราะเปลี่ยนแปลงทั้งวิธีคิดและวิธีทำงานอย่างเป็นระบบ
.
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคได้นำเสนอทีมบริหารประเทศที่เป็นมืออาชีพในสายงานหลัก ทั้งด้านการต่างประเทศ การเงินการคลัง และการค้า เพื่อขับเคลื่อนนโยบายบน 4 แกนสำคัญ คือ เศรษฐกิจ ความมั่นคง การรับมือภัยพิบัติ และคุณภาพชีวิต โดยมั่นใจว่าเฟืองจักรทุกด้านจะทำงานไปพร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพ พรรคจะนำพาประเทศไทยออกจากความไร้เสถียรภาพทางการเมือง ออกจากความขัดแย้ง ออกจากภัยทางเศรษฐกิจ และออกจากภัยความมั่นคง ที่รุมเร้าประเทศ
.
นายอนุทิน กล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การดูแลประชาชนในพื้นที่เหมือนที่ถูกมองว่าเป็น “พรรคบ้านใหญ่” แต่ได้ยกระดับแนวคิดด้วยนโยบายแบบ “พลัส” อาทิ 10 Plus, Trade Plus และ Thailand Plus เพื่อเพิ่มรายได้และโอกาสใหม่ให้ประชาชน เน้นอุตสาหกรรม New S-Curve เช่น พลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยี AI และเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้ในทุกเวทีโลก
.
พร้อมกันนี้ ยังผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นสมาชิก OECD เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ฝ่าด่านกำแพงภาษีและการค้า รวมถึงการพัฒนาสาธารณูปโภค และเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคงและยั่งยืน ควบคู่การยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่การศึกษา การพัฒนาทักษะแรงงานทุกช่วงวัย ไปจนถึงนโยบายทหารอาสา เพื่อเสริมความพร้อมด้านความมั่นคงของประเทศ
.
ในด้านสังคมสูงวัย นายอนุทิน ระบุว่า พรรคเตรียมแผนครบวงจร ทั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ พยาบาลอาสาในชุมชน และโครงการ “สูงวัยพลัส” เพื่อให้ผู้สูงอายุยังมีงาน มีรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดี
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงเวทีเศรษฐกิจโลก โดยระบุถึงการประชุม World Economic Forum ที่ดาวอส ซึ่งทีมไทยแลนด์ได้ไปประกาศความพร้อมของประเทศไทยต่อประชาคมโลก ยืนยันว่าประเทศไทยต้องยืนในสถานะ “ผู้กำหนด” ไม่ใช่ “ผู้ถูกกำหนด” บนเวทีโลก พร้อมย้ำว่า หากประเทศขาดผู้นำที่รู้ทิศทางโลก ไทยจะตกขบวนการแข่งขันและกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

สำหรับประเด็นเศรษฐกิจในประเทศ นายอนุทินวิจารณ์นโยบายประชานิยมในอดีตว่า ไม่ตอบโจทย์ระยะยาวและสร้างภาระการคลัง พร้อมย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยเน้นการสร้างโอกาส สร้างรายได้ และความมั่นคงทางอาชีพให้ประชาชน มากกว่าการแจกจ่ายระยะสั้น โดยเปรียบเทียบว่า หาเบ็ดให้คนตกปลา ไม่ใช่แจกปลา
ในช่วงท้าย นายอนุทินเน้นย้ำประเด็นความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ โดยกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ยืนยันว่าหากไม่มีการรุกราน ไทยจะไม่เป็นฝ่ายเริ่ม แต่หากถูกรุกล้ำ รัฐบาลต้องสนับสนุนกองทัพให้ปฏิบัติภารกิจจนบรรลุเป้าหมาย พร้อมย้ำว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นตามกำหนด และรัฐบาลได้เตรียมรับมือทุกสถานการณ์แล้ว
.
นายอนุทิน ยังประกาศจุดยืนชัดเจน หากได้รับความไว้วางใจให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะยกเลิก MOU 44 ทันที และเร่งพิจารณา MOU 43 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีวันยอมให้ประเทศเสียเปรียบหรือสูญเสียดินแดนภายใต้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย
ก่อนปิดเวที นายอนุทินกล่าวขอคะแนนเสียงจากประชาชน โดยย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการตัดสินใจเพื่อความอยู่รอดและอนาคตของประเทศ พร้อมเชิญชวนให้เลือกพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 และผู้สมัคร สส.เขตของพรรค เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อได้ทันที ไม่เสียเวลา ไม่เสียโอกาส และไม่ต้องเสี่ยง พร้อมย้ำว่า เลือกภูมิใจไทย ประเทศไทยไม่ต้องเสี่ยง
“เลือกพรรคภูมิใจไทย จะไม่มีใครคิดรุกรานประเทศไทยได้อีก ขอประกาศนโยบายของพรรคภูมิใจไทยว่า หาก ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลจะยกเลิก MOU44 ทันที เพื่อจะได้ตัดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ 50/50 จากการแบ่งทรัพยากรในทะเล ตามที่เคยมีผู้นำเสนอไว้ในรัฐบาลก่อนหน้านี้

ส่วน MOU43 จะเร่งดำเนินการให้กระทรวงการต่างประเทศและกองทัพ นำเสนอแนวทางมาเพื่อพิจารณา ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับประเทศไทยต่อไป ประเทศไทยจะไม่มีวันเสียเปรียบ และเสียดินแดน ภายใต้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ให้กับใคร
เลือกพรรคภูมิใจไทย ประเทศไทยเดินหน้าต่อได้ทันที ไม่เสียเวลา และไม่เสียโอกาส เลือกพรรคภูมิใจไทย เพื่อเอามืออาชีพ ที่มีความแข็งแกร่งทั้งทางด้านการเมือง และการบริหาร กลับเข้าไปทำงาน เราจะนำพาประเทศไทยออกจากความไร้เสถียรภาพทางการเมือง ออกจากความขัดแย้ง ออกจากภัยทางเศรษฐกิจ และออกจากภัยความมั่นคง ที่รุมเร้าประเทศของเรา”