13 ตุลาคม 2562 เวลา 16:19
คำค่อคำ : ภูมิใจไทย จริงจังกับ การต่อต้านสารพิษทางการเกษตร แค่ไหน?
การแถลงข่าวของ "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในกรณีการแบนสารเคมีพิษภาคการเกษตร "พาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอส" หลังการจัดกิจกรรม "ภูมิใจไทย สัญจร ครั้งที่ 1" ที่โรงแรมศิวา รอยัล จ.พัทลุง
ถาม : วันที่ 22 ตุลาคม จะมีการประชุม คณะกรรมการวัตถุอันตราย คิดว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างไร และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บอกว่าแบน 3 สารเคมีไม่สำเร็จ โดยที่ข้าราชการในสังกัดไปโหวตไม่เป็นไปตามนโยบาย รัฐมนตรีควรลาอก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล : ในส่วนของความรับผิดชอบของพรรคภูมิใจไทย ในส่วนของกรรมการวัตถุอันตราย ก็โชคดีหน่อย กรรมการฯ รับผิดชอบในส่วนของพรรคภูมิใจไทย กระทรวงสาธารณสุข มี กรรมการ 2 ท่านก่อนหน้านี้ มี 3 ถูกตัดไป 1 ท่านนะครับ, กระทรวงคมนาคม มีอธิบดีกรมเจ้าท่า และอธิบดีกรมขนส่งทางบก, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีผู้ที่อยู่ในคณะกรรมการ, กระทรวงพาณิชย์ก็มี กระทรวงท่องเที่ยวไม่มี, กระทรวงศึกษาธิการ ไม่มั่นใจว่ามีหรือไม่ แต่ว่าเรื่องนี้คณะกรรมการที่เข้าไป เป็นคณะกรรมการที่สังกัดแต่ละกระทรวง ซึ่งเขาต้องรับนโยบายของแต่ละกระทรวงไป ไม่ใช่อยากจะโหวตอย่างไรก็โหวตไปตามนั้น
แต่ในส่วนที่พวกเราควบคุมดูแล อันนี้เรื่องของงานราชการนะ เราไม่พูดถึงเรื่องพรรค ในหน้าที่รัฐมนตรี บอกไว้ว่าไม่เอาสารพิษชัดเจนนะครับ การไม่เอาสารพิษ ไม่ใช่ไม่เอา เพราะว่าท่านรัฐมนตรีมนัญญา (น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์) ดูกระทรวงเกษตรฯ แล้วบอกไม่เอาสารพิษ แต่เรามีความมั่นใจว่าสารพิษเหล่านี้ ไม่เป็นประโยชน์ใดๆเลยต่อพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องสุขภาพ ทั้งเรื่องการดำรงชีวิต หรือแม้กระทั่งการเสริมสร้างรายได้จากผลผลิตที่มีสารพิษปนเปื้อนเจือปนอยู่นั้น อยู่ไม่ยาวครับ เราต้องคำนึงถึงสุขภาพของพี่น้องประชาชนก่อน
ดังนั้นนโยบายในส่วนที่รัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทยรับผิดชอบ ก็คือ No และนอกจาก No แล้ว ผู้แทนของกระทรวงต่างๆที่เข้าไปทำหน้าที่ เป็นคณะกรรมการ ส่วนหนึ่ง ใน 27 ท่าน จะขอให้มีการลงมติโดยเปิดเผย อันนี้ต้องขอความเป็นธรรมจากพี่น้องประชาชนนะ เราก็ต้อง Give Our All สุดความสามารถในขอบข่ายอำนาจที่เรามีอยู่ สิ่งที่พวกเรา 4 คนจะลาออกก็คือ คณะกรรมการฯ เหล่านั้น ทำสวนกับสิ่งที่เราได้มีนโยบายไป เราไปควบคุมกระทรวงอื่น หน่วยงานอื่น ไปควบคุมผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ได้ สิ่งที่พวกเราทุกคนจะต้องแสดงสปิริตก็คือ เมื่อท่านเหล่านั้นไม่ทำตามมติ ก็หมายความว่า เราไม่มีความสามารถในการปกครอง ทำงานให้ท่านเหล่านั้นปฏิบัติตามมติของหัวหน้าส่วนราชการได้ ก็จะต้องแสดงสปิริต แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ก่อนการแสดงสปิริตเราก็ต้องทำความเข้าใจกับท่านเหล่านั้นก่อน แต่เราก็มีความมั่นใจครับ
เพราะว่าในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเองก็ดี มีทั้งท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีท่านเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิวัตถุอันตราย ท่านให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอย่างชัดเจน ว่าท่านไม่สามารถรับนโยบายที่สนับสนุนสารพิษเหล่านี้ได้ มาถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ) ท่านก็ยืนยันให้เป็นไปตามนั้น รัฐมนตรีเกษตรก็ยืนยันให้เป็นไปตามนั้น นี่ก็คือ ทำหน้าที่แล้ว ถ้าเกิดไม่ผ่าน มันก็ต้องไปถามคนที่ไม่ผ่าน เพราะคนที่ผ่านผ่านหมด คนที่แบน แบนหมด แต่ส่วนใหญ่มติเป็นอย่างไรก็ไปว่ากันตรงนั้น เราก็มีมาตรการต่อไปว่า ถ้าเกิดมันสวนกันแบบนี้ เราจะต้องทำอย่างไรต่อ
ถาม : มติคณะกรรมการทั้ง 27 คน มีแนวโน้มไปทางไหน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล : ผมไม่วิเคราะห์ ผมวิเคราะห์อย่างเดียวว่า ในส่วนที่เรากำกับดูแล แนวโน้มคือแบน เราจะไม่ก้าวก่ายกับตัวอื่น
สื่อมวลชน ถาม : เรื่องนี้ท่านถามนายกฯ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) บ้างหรือยัง หมายถึงมีการพูดคุยกันบ้างหรือยัง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล : ผมคิดว่าท่านนายกฯ ก็สั่งให้ทุกคนมาศึกษา ….และท่านรัฐมนตรีมนัญญา ก็มีทีมศึกษาใช่แล้วหรือไม่ ….มติออกมา 9 ต่อ 0 มันก็ชัดเจนแล้วล่ะ ทราบว่าตอนนี้คณะกรรมการอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติ ปัจจุบันแล้ว มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน วันนั้นอยู่ในสภาพอดี มีโอกาสได้นั่งติดกัน ท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ก็อยู่ด้วย ก็ถามท่านรัฐมนตรีอุตสาหกรรมว่า เรื่องสารพิษเป็นอย่างไร ท่านก็บอกว่าท่านไม่เอา ผมฟังแค่นี้ผมก็มั่นใจว่า เราก็มีคนที่เห็นด้วยในคณะรัฐมนตรี ส่วนการโหวตการอะไร แต่ละท่านต้องไปกำหนดทิศทางในหน่วยงานที่ท่านรับผิดชอบ ด้วยตัวเอง เหมือนพวกเรา พวกเรากำหนดทิศทางของพวกเราเรียบร้อย
สื่อมวลชน ถาม เกี่ยวกับการ ปะทะ :
นายอนุทิน ชาญวีรกูล : ภูมิใจไทยไม่ได้ปะทะอะไรกับใครเลยครับ คณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ก็ทำงานตามปกติ เป็น รปจ. เป็นข้าราชการที่ทำงานประจำทุกวัน ทำเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้เป็นการปะทะกับใคร หน้าที่ของรัฐมนตรีแต่ละท่านที่ตัดสินใจทำอะไรไป ก็ตัดสินใจบนประโยชน์ของประชาชน ในประเทศเป็นหลัก ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลหรือรู้สึกว่าจะต้องไปเจออะไร
ต้องเรียนว่าเราทำงานเพื่อผลงานที่เป็นประโยชน์ของบ้านเมือง จึงไม่มีความกังวลอะไร ทุกวันนี้ก็รู้สึกว่าไม่ได้ไปปะทะอะไรกับใคร เพราะเราทำงานตามปกติของเรา
ถาม : นักวิชาการจุฬาฯ ออกมาเตือนว่า ถ้าไม่มีความรู้จะถูกหลอกใช้ เรื่องการแบนสารพิษ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล : ไม่เป็นไรครับ ในส่วนของผม ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สุขภาพและชีวิตของพี่น้องประชาชน คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมจะถูกหลอก ผมจะไม่มีความรู้ แต่ผมจะไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนป่วย ทรมาน ล้มตาย บาดเจ็บจากการใช้สิ่งที่ไม่ถูกต้อง นี่คือภารกิจของผม ถ้าผมมีองค์ความรู้ ผมอาจจะคิดอะไรของผมก็ได้ แต่ว่าในภาระหน้าที่ในกระทรวงสาธารณสุข ผมไม่สามารถที่จะ Compromise (ประนีประนอม) กับอะไรที่เกี่ยวกับมีผลที่ไม่ดีต่อสุขภาพของประชาชน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เป็นจุดยืนของผม ผมตัดสินใจในฐานะฝ่ายบริหาร ผมไม่ต้องเป็นนักวิชาการ ผมเป็นฝ่ายบริหาร แล้วผมก็ให้ความเชื่อมั่นว่าการตัดสินใจของผม ไม่ใช่ว่าอารมณ์ไม่ดีแล้วก็มาตัดสินใจแบบนี้
อ่านข่าว มีใครว่าผมแบบนี้ ผมก็เลยต้องตรวจ ผมไม่มีการใช้อารมณ์ส่วนตัว ผมอ่านข่าว ผมติดตามข่าวทั้งหมด รู้ทั้งด้านบวกและด้านลบต่างๆ และการตัดสินใจของผม แต่การตัดสินใจของผมในฐานะฝ่ายบริหาร ที่จะต้องมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบ และทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับบ้านเมือง นั่นคือ การตัดสินใจของผมครับ