
18 ตุลาคม 2562 เวลา 03:53
"บุญลือ" อภิปรายพ.ร.บ.งบประมาณ 63 โรงไฟฟ้า-การศึกษา กับข้อสังเกตุน่าคิด ผลประโยชน์ต้องตกกับประชาชน
นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเอกสารร่างงบประมาณปี 2563 ที่ได้ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอ่าน และได้ทำความเข้าใจถึงงบประมาณแผ่นดิน ที่จะมีการบริหารราชการแผ่นดิน ในช่วงปี 2563 ต่อไป
นายบุญลือ กล่าวว่า ตนเองได้อ่านในส่วนของงบประมาณกระทรวงพลังงาน ซึ่งวันนี้พรรคภูมิใจไทย ได้มีนโยบายในเรื่องการจัดการพลังงานรูปแบบใหม่ วิสัยทัศน์ที่สำนักงบประมาณ โดยกระทรวงพลังงานได้เขียนไว้ว่า ประเทศไทยมีความมั่นคง มีพลังที่จะเป็นผู้นำในภาคเอเชียและประชาชนที่พึ่งตนเองได้ ภายในปี 2579 นั้นหมายความว่า อีก 17 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะต้องเป็นผู้นำพลังงานในเอเชีย พันธกิจ เขียนไว้ว่า จะเสริมสร้างความมั่นคง พลังงานเพื่อรองรับการเติบโต ทั้งเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยตั้งงบประมาณไว้ปี 2563 ที่ 2,157,970,000 บาท ซึ่งดูตัวเลขจากงบประมาณ เก่าเมื่อปี 2562 ตั้งไว้ 2,300,931,000 บาทเศษ ตัวเลขจะน้อยกว่าปีที่แล้ว 142 ล้านบาทเศษ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ซึ่งจัดงบประมาณแล้วใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพมีเงินเหลือ
จากที่ กระทรวงพลังงาน มีการจัดตั้งแยกกระทรวง ตาม พ.ร.บ.กระทรวงพลังงาน ตั้งแต่ปี 2545 ที่เกิดขึ้น ภายใต้ การแบ่งแยก กระทรวง ทบวง กรม ของรัฐบาลในอดีต วันนี้มีกระทรวงพลังงาน แต่พลังงานบางส่วนอยู่อีกกระทรวงหนึ่ง เช่น กระทรวงมหาดไทย วันนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง ยังอยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็อ้างว่าเป็นเรื่องงานบริการประชาชน จะต้องอยู่ภายใต้การบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แต่ทว่า ภารกิจของพลังงานโดยแท้จริง เมื่อมีกระทรวงพลังงานแล้ว น่าที่จะให้เกิดความสอดคล้องกับต่อการจัดการของชาติ เพื่อที่จะให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน
" งบประมาณในส่วนของสำนักงานปลัด ปี 2563 จัดงบประมาณ จัดไว้ 554,340,000 บาท แต่มาดูในส่วนของครุภัณฑ์ จัดงบประมาณการณ์ครอบคลุมไว้ ตั้งแต่ปี 2561 – 2566 งบประมาณในการจัดเช่ารถ เป็นยานพาหนะ รวมทั้งสิ้น 120 ล้านเศษ ต้องฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการชุดนี้ ในการจัดงบประมาณในลักษณะนี้ ให้กรรมาธิการช่วยพิจารณา ว่าเหมาะสมหรือไม่ " นายบุญลือ กล่าว
ส่วนของงบประมาณของกระทรวงพลังงาน หัวใจหลักของ กระทรวงพลังงาน คือ กรมพลังงานทดแทน ซึ่งมีอธิบดี โดยใช้งบประมาณในปี 2563 ตั้งไว้ 1,000,000,000 บาท ซึ่งถือว่า น้อยกว่าปีที่แล้ว ไม่ถึง 20 กว่าล้านบาท นับว่า เป็นการจัดสารรงบที่เหมาะสม แต่พลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งอยู่ภายใต้ ของกรมนี้ ต้องเรียนผ่านไปยังท่านนายกฯ ในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมการกิจการพลังงานแห่งชาติ
นอกจากนี้ ยังมีท่านประธาน ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการพลังงาน ผมอยากจะชี้ให้เห็นภาพรวมของการใช้ไฟฟ้าของทั้งประเทศ วันนี้พลังงานที่เราใช้อยู่ ในภาพรวมของประเทศทั้งหมด ปี 2560 SPP 16% นั่นหมายความว่า คือโรงงานไฟฟ้า ที่มีกำลังการผลิต ตั้งแต่ 10 เมกะวัตต์ แต่ไม่เกิน 90 เมกะวัตต์ ใช้อยู่ 16% VSPP ใช้อยู่ 8% คือ โรงงานไฟฟ้าเอกชน ที่มีกำลังการผลิตไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ IPP 35% โรงไฟฟ้าเอกชนที่มีกำลังการผลิตสูงกว่า 90 เมกะวัตต์ นั้นหมายความว่า เช่น โรงไฟฟ้าราชบุรี ซึ่งเป็นเขตอยู่ปริมณฑล วันนี้ใช้ไฟฟ้าทั้งหมด 3 หมื่นกว่าเมกะวัตต์ ต่อวัน แต่ จ.ราชบุรี ผลิตไฟฟ้าเกือบ 6 พันเมกะวัตต์ วันนี้อยากให้ประธานได้เห็นภาพรวมในการใช้งานทั้งประเทศ
ในส่วนของ กฟผ. มีกำลังการผลิตโดยใช้ไฟฟ้าพลังงานน้ำเขื่อนต่างๆ ที่เรามีกันอยู่ทั้งหมดรวมกำลังการผลิตทั้งหมด อยู่ที่ 35% โดยภาพรวมที่ชี้ให้เห็นว่า 2563-2580 นั่นก็หมายความว่า เราจะมีภาพโดยรวมของไฟฟ้าทั้งหมด จะมี VSPP คือโรงงานขนาดเล็ก ต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์ 25% กฟผ. 24% พลังงานน้ำ ที่เราซื้อน้ำจากเขื่อนน้ำงึม สปป.ลาว ผลิตกระแสไฟฟ้าให้พี่น้องภาคอีสานได้ใช้ SPP คือ โรงงานที่สูงกว่า 10 เมกะวัตต์ ไม่เกิน 91 เมกะวัตต์ IPP เหลือ 13% ที่เหลือก็จะเป็นโรงใหม่ที่เกิดขึ้น และเป็นโรงที่เป็นพลังงานทดแทน ผมให้ท่านประธานได้เห็นภาพทั้งหมด วันนี้เราใช้พลังงานที่มีการผลิต 4หมื่นเมกะวัตต์ สำหรับโรงงานที่ปิดซ่อม โรงงานที่ไม่สามารถเดินเครื่องได้ พลังการผลิตจะอยู่ที่ประมาณ 5หมื่นกว่า แต่ในปี 2580 รัฐบาลก็พยายามที่จะผลักดันให้มีการผลิตถึง 7 หมื่นกว่าเมกะวัตต์ ซึ่งก็เป็นอนาคต เพื่อที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม
วันนี้เราสามารถที่จะควบคุมพลังงานทั้งหมดให้เป็นไปตามนโยบายที่กระทรวงพลังงานได้กล่าวไว้ในงบประมาณหรือไม่ว่า เราจะเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีพลังงานบริสุทธิ์ ตรงนี้เป็นอะไรที่อยากจะให้ท่านประธานผ่านไปยังนายกฯ ได้ไปดูพ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน 2550 มาตรา 10 ที่ระบุว่า จะต้องมีคณะกรรมการ กกพ. 6 ท่าน บวก ประธาน 1 มาตรา 12 กรรมการต้องเป็นผู้มีผลงานและปฏิบัติงานแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถ ต้องมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 10ปี
ประเด็นคือ ตั้งแต่ปี 2549 มีการปฏิวัติมา 2 ครั้ง ครั้งแรกโดย คมช. 19 กันยายน 2549 พ.ร.บ.ฉบับนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการปฏิวัติ พ.ร.บ.กิจการพลังงานเกิดขึ้น พ.ศ.2550 หลังจากนั้นก็มีการปฏิวัติอีกครั้งหนึ่ง ก็คือ 22 พฤษภาคม 2557 โดย คสช. ขณะนั้นมีคำสั่งใช้มาตรา 44 ตั้งคณะกรรมการกิจการพลังงานแห่งชาติ 6+1 ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแล มีอำนาจในเรื่องของการกำหนดพื้นที่ กำหนดสายส่ง ซึ่งต้องเรียนว่าคณะนี้ เป็นคณะที่ผมเป็นห่วง เพราะเคยเห็นคณะกรรมการเลือกตั้งในอดีต ที่ได้ชงเองกินเอง แต่ท้ายสุดมีผู้ร้องศาล วันนี้ผลคดีไม่ต้องบอกว่าเป็นอย่างไร
ตั้งแต่เรามีกิจการพลังงานแห่งชาติมา รวมถึง กกพ. มีตั้งกรรมการมาทั้งหมด 3 ชุด ชุดแรก ปี 50 ชุดแรกไม่ค่อยมีปัญหา แต่ชุดที่ 2 ที่มีการปฏิวัติ 2 ครั้ง ไม่แน่ใจว่ากรรมชุดนี้จะทำตามระเบียบหรือไม่ เนื่องจากว่า ในระเบียบระบุไว้ว่า กรรมการ 7 ท่าน เมื่อปฏิบัติหน้าที่ครบ 3 ปี จะต้องจับฉลากออก 3 ท่าน เพื่อให้เกิดความยุติธรรม เป็นธรรม ในการบริหารกิจการพลังงาน เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่แน่ใจว่าระหว่างนั้นคณะกรรมการชุดนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผมฝากท่านประธานผ่านไปถึงฝ่ายบริหารเรื่องนี้มีความน่าเป็นห่วง
ขณะนี้ เราได้พูดถึงเรื่องงบประมาณ ซึ่งวันนี้เป็นการประชุมวันแรก และจะมีการประชุมต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 17-19 ตุลาคม
ผมยังจำได้ว่า วันที่พรรคภูมิใจไทย หาเสียงให้กับพี่น้องประชาชนกับคนไทยทั้งประเทศ โดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งวันนี้ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.กระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค พวกเราทุกคนคือสมาชิกของพรรคภูมิใจไทย คือคนที่อาสาที่จะเข้ามาทำงานแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะนโยบาย ของคณะรัฐมนตรีที่ได้กล่าวเอาไว้ โดยเฉพาะสิ่งที่ได้เคยอภิปรายเอาไว้ในข้อ 5.6.3 ในเรื่องการเสริมสร้างพลังงาน ให้สามารถพึ่งตนเองได้ รวมถึง 5.6.4 การยกระดับโครงข่าย ระบบไฟฟ้าพลังงาน
วันนี้ ผมพยายามดูว่าจะทำอย่างไร ให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่ดี โดยเฉพาะเศรษฐกิจชีวภาพ อีโคโนมี ที่เคยได้กล่าวไว้ ผมก็ไปดูงบประมาณในส่วนของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ซึ่งตนเองเคยได้รับโปรดเกล้าฯดำรงตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2551
ในขณะนั้นอุดมศึกษา อยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ วันนั้นมีการแบ่งแยกกระทรวง ทบวง กรม ท่านก็บอกว่าท่านพร้อม โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยทั้งหมดร้อยกว่าแห่ง แต่วันนี้ดูงบประมาณ 5 เล่ม ของกระทรวงอุดมศึกษา ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย
สำหรับ 11 ปีเต็ม ที่ผมอยู่นอกสภา ไม่ได้เป็น ส.ส. เพราะผมถูกตัดสิทธิ์ และมีการปฏิวัติ แต่เมื่อวันนี้เราได้พูดคุยถึงเรื่องงบประมาณ แต่ก็ยังมีการจัดงบประมาณในลักษณะที่มีพฤติกรรมเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ในลักษณะอย่างนี้ ผมคิดว่าต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง วิธีการจัดการงบประมาณรูปแบบใหม่ให้เกิดการสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในข้อ 5.6.3 และ ข้อ 5.6.4 จึงขอฝากไปยังกรรมาธิการ ยังมีวาระ 2 และวาระ 3 ที่เราจะต้องพิจารณากันต่อไป