21 พฤศจิกายน 2561 เวลา 19:39
“ภูมิใจไทย”ใช้ระบบออนไลน์ สร้างความเท่าเทียมด้านการศึกษา ลดภาระประชาชน
วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่พรรคภูมิใจไทย มีการจัดงานเสวนาหัวข้อ เรียนฟรีตลอดชีวิต Thailand Sharing University มีผู้เข้าร่วมเสวนา อาทิ นายศักด์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย, พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย, ดร.พะโยม ชิณวงศ์ คณะทำงานยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาพรรคภูมิใจไทย, ดร.กมล รอดคล้าย อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายอนุสรณ์ ศิวะกุล หรือ อาจารย์เจี๊ยบ อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ปัจจุบันเป็นประธานผู้บริหารบริษัทวรรณสรณ์และโรงเรียนกวดวิชาวรรณสรณ์, นางสาวธีรดา หลงศิริ นักวิชาการด้านการศึกษา และนายสุภรณธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ

นายศักด์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การศึกษาคือปัจจัยสำคัญ ทำให้ประชาชนและประเทศพัฒนา พรรคภูมิใจไทยต้องการเห็นคนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม นอกจากความเท่าเทียมแล้ว การศึกษาที่ได้รับต้องมีคุณภาพ และไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายกับประชาชน นอกจากนั้น จบมาแล้ว ต้องสอดคล้องกับตลาดงาน
พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ระบบการศึกษาต้องมีความทันสมัยและต้องเข้าถึงเยาวชน ในอดีตประเทศไทยกับประเทศเกาหลีใต้มีการพัฒนาพอกัน แต่วันนี้กลับพบว่าเกาหลีใต้พัฒนาไปไกลกว่าไทย ขณะที่ประเทศไทยยังติดกับดักรายได้และความเป็นอยู่ ซึ่งเราต้องหาทางออกจากกับดักดังกล่าว พรรคภูมิใจไทยเห็นว่า เราต้องใช้การศึกษาเป็นทางรอดของชาติ จึงเกิดเป็นแนวคิด Thailand Sharing University หรือรูปแบบการศึกษา โดยนำระบบออนไลน์เข้ามาปรับใช้ เพื่อทำลายข้อจำกัดด้านเวลา และสถานที่ แนวคิดนี้ เกิดขึ้นแล้วที่ Stanford University สหรัฐอเมริกา จนประสบความสำเร็จมากมาย ปัจจุบัน มีอีกหลายประเทศกำลังใช้นโยบายการเรียนผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม ตนเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการเดินนโยบายเช่นกัน ชัดเจนว่าเทคโนโลยี ได้เข้าถึงจุดที่กำลังตอบสนองการศึกษาได้เช่นกัน แต่รัฐต้องจริงจัง และจริงใจ ที่จะทำให้เกิดความเป็นรูปธรรม

ดร.พะโยม ชิณวงศ์ คณะทำงานยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การศึกษาของไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก โอกาสเข้าถึงการศึกษาของประชาชนไม่เท่ากัน นี่คือวิกฤติของชาติรูปแบบหนึ่ง ดังนั้นต้องมาบริหารจัดการการศึกษาให้มีประสิทธิภาพเข้าถึงประชาชนทุกคนโดยให้ความสำคัญกับการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ การเรียนออนไลน์คือทางออกของปัญหานี้

ดร.กมล รอดคล้าย ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการศึกษา กล่าวว่า เทคโนโลยีของประเทศไทย พร้อมตอบสนองด้านการศึกษาแล้ว ถึงเวลาที่เราต้องสร้างโอกาสการศึกษาให้กับผู้ด้อยโอกาส ผู้ที่อยู่ห่างไกล ผู้ที่มีทุนทรัพย์จำกัด และยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การเรียนออนไลน์จะช่วยลดรายจ่ายทางการศึกษา อีกทั้งไม่ได้ล้มล้างระบบการศึกษาเดิมแต่เป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษามากกว่า ในต่างประเทศ ล้วนนำ Online Education เข้ามาช่วยในการเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สิงคโปร์ หรือแม้แต่ประเทศในแถบตะวันออกกลางก็มีการใช้ระบบการเรียนการสอน ในรูปแบบนี้
สำหรับประเทศไทย มหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งใช้ระบบออนไลน์ เข้าพัฒนาการเรียนการสอน จัดการให้ห้องเรียนเป็นพื้นที่พูดคุยเชิงวิชาการ มากกว่ามานั่งจดเลคเชอร์ แล้วให้นักเรียนหาความรู้จากระบบออนไลน์ อาทิ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งทางกระทรวงศึกษามีการรับรองหลักสูตรแล้ว นอกจากนี้จำเป็นที่จะต้องมีการจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์ความรู้แห่งชาติ รองรับการเรียนผ่านระบบออนไลน์ หากภาครัฐบูรณาการเทคโนโลยีและกฎหมายที่มีอยู่ ดำเนินนโยบายอย่างเต็มที่ก็จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างมีระบบ

นายอนุสรณ์ ศิวะกุล ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทวรรณสรณ์ธุรกิจ จำกัด โรงเรียนกวดวิชาในเครือวรรณสรณ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่พรรคภูมิใจไทย คิดนโยบายเรื่องThailand Sharing University หากทำได้ก็จะเกิดประโยชน์ เพิ่มประสิทธิภาพของคนไทย นำเทคโนโลยีมาใช้ได้จริง ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงการศึกษาถูกลง และเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา มีเพียงอย่างเดียวคือการสร้างจิตสำนึกให้คนไทยรักการเรียนรู้ และสิ่งที่ต้องทำคือเรื่องคุณภาพของการให้การศึกษา ทุกวันนี้อาจจะมีการแอบแฝงให้นำไปสู่ก่ารเสียเงิน ตอนแรกเมื่อได้รับฟังเรื่อง Thailand Sharing University ก็คิดว่าจะไปเอาเงินมาจากไหน รัฐบาลสนับสนุน แต่เมื่อมาฟังก็เข้าใจว่าจะทำได้ในระดับหนึ่ง

ดร.เติมชัย ธรรมลักษมี ผู้อำนวยการโครงการพิเศษวิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชยาการอยุธยา กล่าวว่า ดีใจที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญด้านการศึกษา การเรียนแบบออนไลน์ ถือว่าตรงกับพฤติกรรมของนักเรียนนักศึกษามากที่สุด เชื่อว่าในอนาคตการเรียนออนไลน์จะเข้ามามีบทบาทในการศึกษาไทยมากขึ้น สอดรับความต้องการของผู้เรียน และการเรียนน่าจะตอบสนองต่อตลาดแรงงาน

นางสาวธีรดา หลงศิริ นักวิชาการอิสระด้านการศึกษา กล่าวว่า ปัจจุบัน ตนเรียนภาษาอังกฤษผ่านระบบออนไลน์ เพราะอยู่ต่างจังหวัด ข้อดีของการเรียนออนไลน์ คือ ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนวิชาตามต้องการ เลือกเรียนเมื่อมีความพร้อม เมื่อเราเรียนวิชาที่ชอบ เรียนเมื่อพร้อม การเรียนรู้ย่อมเกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนั้น หากไม่เข้าใจ สามารถกลับมาทวนซ้ำได้ ทั้งนี้ การเรียนออนไลน์จะได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับผู้เรียนเป็นสำคัญ ถือว่าเป็นระบบที่มีตัวผู้เรียนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

คุณสุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ กล่าวสนับสนุนแนวคิด Thailand Sharing University ว่า ทำได้จริงหรือไม่ ต้องเพิ่มงบประมาณหรือไม่ จริงๆ แล้วระบบกฎหมาย และ กลไกมีพร้อมอยู่แล้ว เรามีศูนย์การศึกษาสำหรับดูแลคนพิการทั่วประเทศ เราใช้บริการเพิ่ม สร้างเครือข่ายร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ภาคประชาสังคมและคนพิการ ต้องดึงคนเหล่านี้เข้ามาช่วยทำงาน ที่สำคัญ กสทช.มีงบประมาณดูแลการเข้าถึงของประชาชนอย่างเท่าเทียม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แต่เราไม่ค่อยได้ยินมิติเชิงสังคม การที่พรรคหยิบยกเรื่องตลอดชีวิต อันนี้ดีมาก ๆ
"ผมนั่งรถเข็นวิลแชร์ Thailand Sharing University นี่คือติดปีก เป็นรถเข็นลอยฟ้า สามารถว๊าปไปที่ไหนก็ได้ บินไปที่ไหนก็ได้ นี่คือการลดความเหลื่อมล้ำ นี่คือการเพิ่มอำนาจให้กับประชาชน แต่อย่างไรก็ตามออนไลน์ไม่ใช่สูตรสำเร็จ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ยังเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า เพียงแต่ว่าออนไลน์นั้นเข้ามาเป็นตัวช่วย เพราะฉะนั้น Thailand Sharing University จะเป็นการตอบโจทย์ให้นักคิด นักปฏิบัติ ไปสู่คุณภาพที่ยั่งยืน"คุณสุภรธรรม กล่าว
นายศักดิ์สยาม กล่าวสรุปประเด็นในการเสวนา เกี่ยวกับเรื่อง Thailand Sharing University นั้น พรรคเห็นว่าสอดคล้องกับระบบการศึกษาตามอัธยาศัย ขณะนี้ประเทศมีเทคโนโลยีที่พร้อมแล้ว แต่ที่ยังไม่ชัดเจนคือระเบียบกฎหมายซึ่งเป็นข้อจำกัด ดังนั้น ต้องอาศัยการบริหารจัดการงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งตนเชื่อว่าสามารถทำได้จริงและจะเหลืองบประมาณด้วย และจากนี้ พรรคจะรับฟังความเห็นของประชาชนผ่านทางเพจเฟซบุ๊กพรรค ซึ่งหากพบว่าประชาชนเห็นตรงกับพรรค จะทำให้เรื่องนี้มีพลังและเกิดขึ้นได้จริง โดยพรรคมั่นใจว่าหากในอนาคตมีโอกาสได้เป็นรัฐบาล จะใช้เวลาผลักดันเรื่องนี้ไม่เกิน 180 วัน หรือ 6 เดือน เท่านั้น
เมื่อถามว่า หากแนวคิดกลายเป็นนโยบายในอนาคต อาจส่งผลกระทบต่อภาคเอกชน เช่น ผู้ประกอบกิจการสถาบันกวดวิชา เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคได้หารือกับภาคเอกชนแล้ว และต้องชี้แจงว่าแนวคิด Thailand Sharing University นั้น ใช้หลักการ pay-per-view หรือ การจ่ายเมื่อรับชม ซึ่งตนเชื่อว่าจะช่วยสร้างรายได้แก่สถาบันกวดวิชาให้เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ เนื่องจากไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ในการเรียน โดยแนวคิดของพรรคคือ รัฐเป็นฝ่ายจ่ายเงิน อาจเป็น 50 สตางค์ต่อ 1 ครั้งของการรับชม ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ด้วยว่า คนที่เข้าชมคือผู้ที่ลงทะเบียนหรือไม่ ดังนั้น ยืนยันว่าพรรคคิดมาหมดแล้ว และภาคเอกชนยินดีเข้าร่วม
“แนวคิดนี้เป็นทางเลือก ไม่ใช่ทางหลัก เพราะคนที่มีศักยภาพก็สามารถเรียนได้ในระบบเดิม แต่เราจัดระบบนี้ เพราะต้องการให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึง เท่าเทียม มีคุณภาพดี และฟรีจริงๆ ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลบอกว่าเรียนฟรี มันฟรีแค่ค่าหน่วยกิต เพราะการเดินทางไปเรียนก็มีค่าใช้จ่ายแล้ว แต่ระบบนี้ รัฐจะเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายเรื่องระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้อยากเรียนที่ไหน เมื่อใดก็ได้ และในต่างประเทศเขาทำได้แล้ว” นายศักดิ์สยาม กล่าว