Learn How to Learn : การศึกษา ต้องเปลี่ยนเป็นผู้ที่สร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้

Learn How to Learn : การศึกษา ต้องเปลี่ยนเป็นผู้ที่สร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้

นับตั้งแต่เทคโนโลยี 3 จี ได้มีใช้งานมา 18 ปีที่แล้ว เทคโนโลยีเฟซบุ๊กก็เกิดขึ้น เมื่อ 13 ปีที่แล้ว รวมทั้งเทคโนโลยี 4 จี ได้มีการใช้งานเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว หลังจากเทคโนโลยีต่างๆ ได้มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้โทรศัพท์เคลื่อนที่ สมาร์ทโฟน มีขีดความสามารถในการถ่ายรูป ทำให้ผู้คนลืมใช้ฟิลม์ จนทำให้ฟิลม์ต้องปิดตัวไปไปในปี 2013

พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital transformation)

นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เฟซบุ๊ก มีความชาญฉลาด มีปัญญาประดิษฐ์ หรือ รวมทั้ง เบต้า อะนาไลติก ที่มีขีดความสามารถในการวิเคราะห์ผู้คนทั้งหลายทั่วโลก ถึงจำนวน 2 พันกว่าล้านคน บนเครือข่ายเฟซบุ๊ค และเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU ได้กำหนดมาตรฐานและจะมีการนำเอา 5 จีมาใช้ ในเชิงพาณิชย์ ภายในปี 2020 ซึ่งคาดว่าประเทศไทยจะมีเทคโนโลยี 5 จี บนมือของพวกเรา ภายใน 3-4 ปีข้างหน้า ก็จะทำให้ประเทศของเรามีเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่องไป และคาดว่าในปี 2025 เทคโนโลยี 5 จี จะมีขีดความสามารถในการส่งข้อมูลถึง 100 เท่าตัว เมื่อเทียบกับวันนี้

มีการคาดการณ์ว่าระบบ 5 จี จะเปลี่ยนวิถีชีวิตในการทำงาน วิถีชีวิตทั่วไป ของผู้คนทั้งหลายทั่วโลก รวมไปถึงงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพราะระบบ 5 จี ไม่ใช่เพียงแต่ทำให้มีขีดความสามารถที่สูงขึ้น แต่ระบบ 5 จี ยัง เชื่อมต่อและควบคุมระบบหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรม และหุ่นยนต์ที่จะเกิดขึ้นทั่วไปในชีวิตประจำวันของเรา จนทำให้มีความสามารถที่จะเชื่อมโยงข้อมูล รวมไปถึงปัญญาประดิษฐ์ก็จะเข้าถึงหุ่นยนต์และเข้าถึงสมาร์ทโฟนของพวกเราทุกคน จึงทำขีดความสามารถในงานแบบดั้งเดิมลดลง งานที่ไม่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมาทั้งหมดจะเกิดขึ้น ดังนั้นการให้ความรู้ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยด้วยครูที่ถ่ายทอดความรู้ ไม่สามารถจะตอบโจทย์โลกในอนาคตได้อีกต่อไป แต่ครูหรืออาจารย์ต้องเปลี่ยนเป็น Facilitator หรือผู้ที่สร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้ เพื่อที่จะให้ลูกศิษย์ Learn How to Learn หรือ ทำอย่างไรถึงจะมีวิธีการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพที่จะรับความรู้ได้อย่างรวดเร็ว การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ในอนาคตในการทำโครงการ หรือ Project Based หรือ Project Approach ซึ่งทำให้ผู้เรียนได้คิดเอง ศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตัวเอง จึงจะทำให้สามารถที่จะตอบโจทย์แห่งโลกในอนาคตได้ จากการที่เทคโนโลยีสามารถส่งข้อมูลได้แบบ Real Time จนทำให้มหาวิทยาลัย โรงเรียน สามารถเชื่อมโยง ครูและนักเรียนได้ ไม่ว่าที่ใด เวลาใด และผู้ใดก็ตาม จึงทำให้มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกได้คิดรูปแบบการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย Stanford ที่ได้ตั้งโรงเรียนมัธยมปลาย และสามารถที่จะสร้างนักเรียนออกไปรับใช้สังคมในรูปแบบใหม่ๆและขีดความสามารถใหม่ ๆและมีขีดวามสามารถใหม่ ในวันนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า Distance learning หรือการศึกษาออนไลน์ได้รับความนิยม และกำลังจะมีแนวโน้มว่ามหาวิทยาลัยแนวนี้สามารถที่จะผลิตบุคลากรที่มีทักษะที่ตอบโจทย์โลกในอนาคตได้ ถึงแม้ว่าปัญญาประดิษฐ์หรือ Ai และหุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่งานในรูปแบบดั้งเดิม จนทำให้ทักษะของมนุษยชาติในอนาคตจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาและเปลี่ยนไป เพราะรูปแบบของงานมีการเปลี่ยนแปลงไปก็ตาม แต่งานที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ ดนตรี ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการต่างๆ ก็ยังคงอยู่ เพราะเนื่องจาก Ai และหุ่นยนต์ไม่สามารถทดแทนได้ จึงทำให้งานในภาคบริการ ความคิดสร้างสรรค์ งานที่เกี่ยวกับความครีเอทีฟ จะยังคงอยู่คู่โลกอนาคต