วีรศักดิ์...ลงพื้นที่เมืองย่าโมปล่อยคาราวานจัดร้าน Smart โชวห่วย พร้อมเยี่ยมชมธุรกิจดูแลผู้สูงอายุหวัง! สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง

วีรศักดิ์...ลงพื้นที่เมืองย่าโมปล่อยคาราวานจัดร้าน Smart โชวห่วย พร้อมเยี่ยมชมธุรกิจดูแลผู้สูงอายุหวัง! สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง

รมช.พณ. นำทีมลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา Kick off ปล่อยคาราวานทีมพัฒนาร้าน Smart โชวห่วยโดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาท้องถิ่นลุย ‘จัดร้านและปรับภาพลักษณ์’ ให้สวยงาม ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าง่าย บริหาร Stock คล่องตัว ประเดิมร้านแรก ‘โอ๋’ ร้านโชวห่วย ขนาด SS คาดจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อเดือน พร้อมเดินทางต่อเยี่ยมสถานดูแลผู้สูงอายุ 2 แห่ง เพื่อรับฟังความเห็นและความต้องการจากธุรกิจตัวจริง เอาไปกำหนดเป็นนโยบายส่งเสริมธุรกิจให้เข้มแข็งต่อไป นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานในพิธีปล่อยคาราวานขบวนรถทีมพัฒนาร้านค้า Smart โชวห่วยณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานจังหวัดนครราชสีมาว่า ในวันนี้ (27 มกราคม 2563)มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นถึงความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนด้านการพัฒนาร้านโชวห่วยให้ไปสู่ SMART โชวห่วย ที่ได้กำชับให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งดำเนินการ โดยการปล่อยคาราวานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน นำนักศึกษาที่ผ่านการอบรมทีมพัฒนาร้าน Smart โชวห่วย มาร่วม‘จัดร้านและปรับภาพลักษณ์’ ให้ร้านโชวห่วยณ ร้านโอ๋ ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอเมืองซึ่งการจัดร้านถือเป็นประตูด้านแรกจาก 5 ด้านในการเข้าสู่พัฒนาเข้าสู่ร้าน Smart โชวห่วย ประกอบไปด้วย การจัดร้าน, การใช้ IT มาบริหาร, การสร้างโปรโมชั่น, การเพิ่มรายได้เสริม และหาแหล่งเงินทุนทั้งนี้ การเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้ามาร่วมในกิจกรรมนี้จะช่วยให้เกิดการปลูกฝังจิตสำนึกแก่คนรุ่นใหม่ อันจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เกิดความรักท้องถิ่นและพร้อมที่จะพัฒนาชุมชนของตนเองให้เติบโต รมช.พณ. กล่าวต่อว่า “การจัดร้านจะเริ่มจากการจัดหมวดหมู่ของสินค้าให้เป็นระบบตามประเภทของสินค้า ง่ายต่อการเลือกซื้อสินค้าของลูกค้า การเว้นพื้นที่ทางเดินที่เหมาะสมไม่มีสิ่งกีดขวาง การจัดเรียงสินค้าที่ง่ายต่อการพบเห็น และจัดมุมโปรโมชั่นสำหรับสินค้าขายดีซึ่งการจัดสินค้าในลักษณะนี้จะทำให้ร้านโชวห่วยเป็นระเบียบ สวยงาม ช่วยดึงดูดให้ลูกค้าเข้าร้าน อีกทั้งยังทำให้เจ้าของร้านบริหารจัดการ Stock สินค้าได้ดียิ่งขึ้นรู้ว่าสินค้าใดเป็นที่ต้องการของลูกค้าหรือสินค้าใดที่ไม่ได้รับความนิยมจะได้ไม่ต้อง Stock สินค้าไว้ในคลังจำนวนมากซึ่งเป็นจุดอ่อนใหญ่ของร้านโชวห่วยที่ทำให้เงินทุนจมอยู่กับสินค้าที่ขายไม่ได้การจัดร้านแม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเป็น Smart โชวห่วย แต่ก็จะช่วยให้ร้านสามารถเพิ่มยอดขายได้มากถึงร้อยละ 10 เลยทีเดียว” “สำหรับลงพื้นที่ ณ ร้านโอ๋ ในครั้งนี้ ได้มอบตราสัญลักษณ์ร้านSmart โชวห่วยสำหรับติดหน้าร้านเพื่อเป็นเครื่องหมายการันตีสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าตัดสินใจเดินเข้าได้แบบไม่ลังเล โดยร้านโอ๋เป็นร้านโชวห่วยที่ตั้ง อยู่ใจกลางชุมชน มีขนาด SS รายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ มีจำนวนกว่า2.6 ล้านคน (ข้อมูลจากกรมการปกครอง) อีกทั้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมายังพบว่า มีร้านโชวห่วยในจังหวัดที่มีความพร้อมจะพัฒนาเป็นSmart โชวห่วยจำนวน 4,158 ร้าน แบ่งเป็นขนาดSS ร้อยละ 62.7 ขนาด S ร้อยละ 19.4 ขนาด M ร้อยละ 13.4 และขนาดL ร้อยละ 4.5” “จากนั้นได้เดินทางต่อไปเยี่ยมชมสถานดูแลผู้สูงอายุจำนวน 2 แห่งในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่1) ศูนย์ฟื้นฟูบ้านผู้สูงอายุพาดี ตำบลหนองจะบกมีพยาบาลวิชาชีพเป็นผู้ดำเนินกิจการและมีพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมดูแลตลอด 24ชั่วโมง อัตราค่าบริการรายเดือน 15,000 – 23,000 บาทและ 2) บ้านผู้สูงอายุราชสีมาอำเภอเมืองเป็นหน่วยงานภายใต้มูลนิธิคณะนักบุญคามิลโลแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ไม่แสวงหากำไร บริหารงานโดยนักบวชคณะคามิลเลียนที่ทำงานให้บริการด้านสุขภาพในประเทศไทยมากว่า 60 ปี อัตราค่าบริการรายวันอยู่ระหว่าง 500-1,500 บาท และรายเดือน 15,000-25,000 บาท  ทั้งนี้สถานดูแลผู้สูงอายุทั้ง 2 แห่ง เปิดให้บริการดูแลผู้สูงอายุหรือบุคคลทั่วไปที่มีภาวะพึ่งพิง ไม่สามารถช่วยตัวเองได้และผู้ป่วยที่นอนติดเตียง โดยมีบริการที่พักแบบชั่วคราวและแบบประจำ “การลงพื้นที่เยี่ยมชมธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในครั้งนี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการอันจะนำไปสู่การผลักดันแนวทางการส่งเสริมธุรกิจดังกล่าวในระดับนโยบายประเทศ รวมไปถึงจังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่มีประชากรผู้สูงอายุมากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศไทย รองจากกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้สูงอายุ 435,347 คน คิดเป็นร้อยละ 16.45 ของประชากรในจังหวัด (ข้อมูลจาก กรมการปกครอง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561)ซึ่งธุรกิจดูแลผู้สูงอายุจะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรในจังหวัดให้มีความเป็นอยู่ที่ดีต่อไป”รมช.พณ.กล่าวในท้ายที่สุด